ข่าว

มติพท.ส่งน้อง"ยงยุทธ วิชัยดิษฐ์"ลงเลือกตั้งซ่อมส.ส.สุราษฏร์ฯ

มติพท.ส่งน้อง"ยงยุทธ วิชัยดิษฐ์"ลงเลือกตั้งซ่อมส.ส.สุราษฏร์ฯ

28 ก.ค. 2552

เพื่อไทย ส่ง ”สมพล” น้องชาย "ยงยุทธ วิชัยดิษฐ์" ลงซ่อมสุราษฎร์ฯ เชื่อพลังเงียบไม่เอาการเมืองผูกขาด เย้ยผลเลือกอบจ.สะท้อนขาลง ”เทือกสุบรรณ” เผย เตรียมล็อคคอ ”มนตรี เพชรขุ้ม” โอนฐานเสียงช่วย

 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย และในฐานะรองประธานภาคใต้ กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการภาคใต้ พรรคเพื่อไทยว่า ในการประชุมภาคใต้วันนี้( 28 กค.)ได้ประเมินสถานการณ์การเมืองถึงผลการเลือกตั้งผลการนับคะแนนเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สุราษฎร์ธานีเมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา แทนนายธานี เทือกสุบรรณ น้องชายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ที่ถูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้มูลความผิดให้ใบเหลือง ซึ่งผลปรากฏว่า นายมนตรี เพชรขุ้ม ผู้สมัครอิสระ ชนะนายดำรง เทือกสุบรรณ ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์

 ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการพรคเพื่อไทยได้มีมติส่งนายสมพล วิชัยดิษ์ น้องชายนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย หลังประเมินสถานการณ์ทางการเมืองในพื้นที่จ.สุราษฎร์ธานีว่า จะเป็นโอกาสของพรคเพื่อไทย รวมทั้งได้กำลังใจจากประชาชนในพื้นที่ ซึ่งยืนยันว่า การส่งนายสมพลลงสมัครเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ ไม่ใช่ศึกแห่งศักดิ์ศรี แต่ประเมินแล้ว นายยงยุทธเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ไม่เหมาะสมหากไปลงสมัครเลือกตั้งแบบเขต

 เขาบอกด้วยว่า พรรคเพื่อไทยมั่นใจว่า การที่พรรคส่งนายสมพลลงเลือกตั้งซ่อมฯครั้งนี้ มีโอกาสที่จะชนะการเลือกตั้ง เนื่องจากประเมินจากรณีการเลือกตั้งนายกฯอบจ.ที่ประชาชนเปลี่ยนมาเลือกนายมนตรี ซึ่งถือเป็นผู้สมัครที่ไม่สังกัดพรรคการเมือง เป็นทางเลือกตั้งที่ 3 แทนที่จะเลือกผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งอิทธิพรลอยู่ในพื้นที่มายาวนาน จึงสะท้อนได้ว่าเป็นโอกาสที่ประชาชนต้องการการแปลี่ยนแปลง และไม่ต้องการการเมืองแบบผูกขาดอีกต่อไป

 อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากการสมัครเลือกตั้งซ่อมอย่างเป็นทางการในวันที่ 5-6 สค. ในการหาเสียงเลือกตั้งซ่อมที่จ.สุราษฎฯครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยจะระดมแกนนำและส.ส.แบบเต็มรูปแบบ อาทิ นางเยาวเรศ ชินวัตร น้องสาวพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ประธานส.ส.หญิง พรรคเพื่อไทย นายยงยุทธ นายมิ่งขวัญ แสง สุวรรณ ส.ส.สัดส่วน นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองหัวหน้าพรรค เป็นต้น โดยจะเน้นการหาเสียงแบบเศรษฐกิจนำการเมือง

 ด้านนายสมพล กล่าวว่า จริง ๆ แล้วรู้สึกหนักใจ หลังจากโจมตีจากพรรคประชาธิปัตย์ในทางใดทางหนึ่งหลายครั้ง แต่เมื่อเขาได้รับเสียงสะท้อนจากประชาชนในจ.สุราษฎร์ธานี ว่า การเมืองในภาคใต้ขณะนี้เป็นลักษณะผูกขาด และสะท้อนถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ที่มีปัญหาทั้งในเรื่องของราคาพืชผลการเกษตรและผลไม้เช่น มังคด มีราคาตกต่ำอย่างมากในรอบปี อีกทั้งรายได้หลักจากการท่องเที่ยวเช่นที่เกาะสมุย ก็มีตัวเลขหายไปอย่างน่าตกใจ ทำให้ประชาชนในพื้นที่รู้สึกกดดันอย่างมาก บวกกับสถานการณ์ทางการเมือง เขาจึงขอโอกาสให้พวกเราเข้ามาทำงานแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคเพื่อไทยคาดหวังกับการเลือกตั้งซ่อมส.ส.จ. สุราษฎร์ธานีครั้งนี้มากไหน โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า เชื่อว่า จะมีพลังเงียบจากชาวสุราษฎร์ธานีที่ต้องการเปลี่ยนแปลงการเมือง ไม่ต้องการผูกขาด โดยล่าสุดเมื่อวานนี้ (27 กค.) ได้รับการยืนยันจากนายมนตรีว่า จะช่วยพรรคเพื่อไทยในการเลือตั้งซ่อมครั้งนี้ด้วย เนื่องจากชื่นชมในอุดมการณ์และนโยบายของพรรค

 นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการภาคใต้ยังได้ประเมินว่า จากผลการเลือกตั้งอบจในหลายพื้นที่พรรคประชาธิปัตย์พ่ายแพ้การเลือกตั้ง อย่างเช่น การเลืกตั้งอบจ.ที่ภูเก็ต จ.พัทลุงทและจ.สราษฎธานี จึงถือว่า เป็นช่วงขาลงของตระกูลเทือกสุบรรณ เพราะนายสุเทพ ปฎิเสธไม่ได้ว่าการเลือกตั้งอบจ.ที่ผ่านมา ไม่เกี่ยวกับพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ นายมนตรีจึงเหมือนแจ็คผู้ฆ่ายักษ์ ดังนั้น จึงขอเรียกให้นายดำรง และพรรคประชาธิปัตย์ ควรหยุดการไปฟ้องกกต. และควรยอมรับผลความพ่ายแพ้

 เมื่อถามว่า ในการหาเสียงช่วยผู้สมัครพ.ต.ท.ทักษิณจะโฟนอินมาในเวทีปราศรัยหรือไม่ นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ยังไม่ทราบ คงต้องรอดูสถานการณ์และดูความเหมาะสมก่อน

 ทั้งนี้ มีรายงานจากที่ประชุมภาคใต้ว่า ในการเลือกตั้งซ่อมส.ส.จ.สุราษฎร์ธานีครั้งนี้ แกนนำพรรคได้ประเมินสถานการณ์การเมืองว่า ควรจะใช้ยุทธศาสตร์หาเสียงแบบสกลนครโมเดล โดยจะให้ผู้สมัครส.ส.ภาคใต้แบ่งความรับผิดชอบ ไปยังหัวคะแนนและทีมงานของพรรคฝังตัวเกาะติดพื้นที่แบบทุกตำบล และให้เครือข่ายคนเสื้อแดงเข้าหาประชาชนทุกหมู่บ้านโดยใช้ระบบเคาะประตูบ้าน ซึ่งที่ประชุมเชื่อว่า ยุทธศาสตร์นี้ จะช่วยให้พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ได้
 นอกจากนี้ แกนนำพรรคได้ประสานผ่านนายพร้อมพงศ์ ซึ่งมีความใกล้ชิดกับนายมนตรี ให้มาช่วยหาเสียง โดยนายมนตรีได้ยืนยันกับพรรคเพื่อไทยว่า จะมาช่วยทั้งในการหาเสียง และโอนฐานเสียงมาให้กับผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย