ข่าว

‘ลูกชายชูวิทย์’เผยพ่อติดคุกคืนแรกนอนไม่ค่อยหลับ

‘ลูกชายชูวิทย์’เผยพ่อติดคุกคืนแรกนอนไม่ค่อยหลับ

29 ม.ค. 2559

“ลูกชายชูวิทย์” เข้าเยี่ยมพ่อ ที่เรือนจำ เผยหน้าตาแจ่มใส ติดคุกคืนแรกนอนไม่ค่อยหลับ เพราะยังไม่คุ้นกับที่นอน เตรียมส่งชุดออกกำลังกายให้ใช้ในเรือนจำ

 
 
          วันที่ 29 ม.ค.59 เมื่อเวลา 10.00 น. นายเติมตระกูล กมลวิศิษฎ์ ลูกชายของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้ต้องหาในคดีรื้อบาร์เบียร์ ให้สัมภาษณ์หลังเข้าเยี่ยมนายชูวิทย์ ว่า ตนและสมาชิกในครอบครัวได้เดินทางมาถึงเรือนจำตั้งแต่เวลา 08.00 น. เพื่อลงทะเบียนเข้าเยี่ยมนายชูวิทย์หลังถูกศาลพิพากษาให้จำคุกเป็นเวลา 2 ปี จากการพูดคุยพ่อยังมีสภาพร่างกายแข็งแรง ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ตัดผมสั้นตามระเบียบเรือนจำแล้ว แต่ยังมีอาการกังวลบ้างเล็กน้อย เนื่องจากยังปรับสภาพไม่ได้ โดยบอกว่า เมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับ เพราะยังไม่คุ้นเคยกับที่นอน แต่เชื่อว่าคงไม่เหงาเพราะในเรือนจำมีคนรู้จักอยู่ด้วยหลายคน นอกจากนี้ ยังได้ขอให้ตนนำเสื้อผ้าออกกำลังมาให้ด้วย เพื่อไว้ใส่การออกกำลังกายในเรือนจำ
 
          นายเติมตระกูล กล่าวต่อว่า นายชูวิทย์เป็นห่วงครอบครัวและธุรกิจจึงได้ฝากให้ตนช่วยดูแลธุรกิจโรงแรมและอพาร์ทเม้นท์ ซึ่งก่อนหน้านี้พ่อก็ได้วางรากฐานไว้ดีแล้ว อีกทั้ง ช่วงก่อนที่ศาลจะนัดฟังคำพิพากษาได้มีการประชุมวางแผนงานร่วมกับพนักงานทุกคนไว้ล่วงหน้าด้วย จึงทำให้ธุรกิจทั้งหมดยังสามารถดำเนินไปได้ตามปกติ
 
          ผู้สื่อข่าวถามถึงอาการป่วยของนายชูวิทย์ นายเติมตระกูล กล่าวว่า ตนจะนำใบรับรองแพทย์มายื่นให้กับทางเรือนจำ เพื่อให้ทางเรือนจำทราบว่าพ่อมีโรคประจำตัวคือโรคความดันโลหิต และจะนำยาที่พ่อต้องกินทุกวันมาให้ด้วย ทั้งนี้ ตนก็รู้สึกเป็นห่วงพ่อ เพราะหากพ่อมีอาการเครียดก็อาจจะทำให้โรคความดันกำเริบได้ ส่วนเรื่องการขอพระราชทานอภัยโทษนั้นคงให้เป็นไปตามกระบวนการ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยในประเด็นนี้กับนายชูวิทย์
 
 
 
 
 
"ผบ.คุก"เผย"ชูวิทย์"ปรับตัวเข้ากับสภาพเรือนจำได้ดี

          นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงการควบคุมตัว นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ กับพวก 30 คน ในคดีรื้อบาร์เบียร์ ที่ถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 2 ปี และส่งตัวเข้าเรือนจำเมื่อวันที่ 28 ม.ค.ว่า. จากการตรวจความเรียบร้อยและพบปะพูดคุยกับนายชูวิทย์ ในแดนคุมขังของเรือนจำพบว่า.นายชูวิทย์ปรับตัวเข้ากับสภาพความเป็นอยู่ในเรือนจำได้ดีเพราะนายชูวิทย์เคยถูกควบคุมตัวในเรือนจำแห่งนี้มาแล้วช่วงเวลาหนึ่ง โดยนายชูวิทย์สามารถรับประทานอาหารของทางเรือนจำได้ และไม่ได้ร้องขอเรื่องใดเพิ่มเติม
 

          ทั้งนี้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา หลังเปิดเรือนจำให้ญาติติดต่อเข้าเยี่ยมตามปกติ ญาติของนายชูวิทย์ได้มาลงทะเบียนเยี่ยมนายชูวิทย์แล้ว โดยเรือนจำได้ปฏิบัติตามระเบียบแรกรับผู้ต้องขังใหม่  ตัดผมสั้น และแจ้งวิธีปฏิบัติตนในเรือนจำเช่นเดียวกับผู้ต้องขังทั่วไป โดยขณะนี้ผู้ต้องขังคดีรื้อบาร์เบียร์ทั้งหมดยังอยู่รวมกันที่แดนแรกรับ และเนื่องจากคดีนายชูวิทย์และพวก เป็นผู้ต้องขังเด็ดขาดแล้ว หลังจากนี้จะส่งไปคุมขังที่แดนนักโทษในกลุ่มเดียวกันต่อไป


........................................
(หมายเหตุ ภาพจากแฟ้มข่าว)