
โนเลปราบเฟดเอ็กซ์ทะลุชิงออสเตรเลียน
28 ม.ค. 2559
โนวัค ยอโควิช สมศักดิ์ศรีมือ 1 ของโลก ออกโรงปราบ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 3-1 เซต ทะยานเข้ารอบชิงชนะเลิศ ชายเดี่ยวออสเตรเลียน โอเพ่น
28 ม.ค. 59 ศึกดวลลูกสักหลาด “ออสเตรเลียน โอเพ่น” แกรนด์สแลมรายการแรกของปี ชิงเงินรางวัลรวม 40 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ที่เมลเบิร์น ปาร์ค ประเทศออสเตรเลีย เป็นการแข่งขันในรอบรองชนะเลิศ โดยประเภทชายเดี่ยว “โนเล” โนวัค ยอโควิช นักหวดชายมือ 1 ของโลกจากเซอร์เบีย ดีกรีแชมป์รายการนี้ 5 สมัยรวมทั้งครั้งที่แล้ว โคจรมาพบคู่ปรับเก่า โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ มือ 3 ของรายการชาวสวิส เจ้าของแชมป์แกรนด์สแลม 17 รายการ
เริ่มเซตแรก ยอโควิช ลงมาเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม เบรกเกมเสิร์ฟนำไป 3-0 เกม และยอมให้ “เฟดเอ็กซ์” เก็บไปได้แค่เกมเดียว ก่อนหนุ่มชาวเซิร์บจะปิดเซตด้วยสกอร์ 6-1 ในเซตถัดมา “โนเล” เบรกเสิร์ฟหนีไปอีก 4-1 และเอาชนะได้อีก 6-2 นำห่างเป็น 2-0 เซต ในเซตที่สาม เฟเดอเรอร์ ฮึดสู้จนสามารถเบรกเสิร์ฟได้ในเกมที่ 6 กระทั่งเก็บเซตนี้ 6-3 ตีไข่แตกไล่มาเป็น 1-2 เซต กระทั่งเซตที่สี่ทั้งคู่ดวลกันได้อย่างสูสี แต่เฟเดอเรอร์มาพลาดเสียเกมเสิร์ฟในเกมที่ 8 ปล่อยให้ ยอโควิช ขึ้นแท่น 5-3 และออกมาเสิร์ฟปิดแมทช์ได้สำเร็จ 3-1 เซต ด้วยสกอร์รวม 6-1, 6-2, 3-6, 6-3 ส่งผลให้ ยอโควิช ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศไปรอพบผู้ชนะระหว่าง แอนดี เมอร์เรย์ มือ 2 ชาวสกอต กับ มิลอส ราโอนิค มือ 13 จากแคนาดา ต่อไป
ในประเภทหญิงเดี่ยว “แชมป์เก่า” เซเรนา วิลเลียมส์ นักหวดสาวมือ 1 ของโลกชาวสหรัฐ พบ แอกนีสซกา รัดวานสกา มืออันดับ 4 ของรายการจากโปแลนด์ โดยแมทช์นี้ เซเรนา ยังคงแสดงให้เห็นถึงฟอร์มที่ไร้เทียมทาน เป็นฝ่ายบุกทำแต้มได้อย่างดุดัน เสิร์ฟ 8 เอซ 42 วินเนอร์ ก่อนเอาชนะไปอย่างรวดเร็ว 2 เซตรวด ด้วยสกอร์ 6-0 และ 6-4 ใช้เวลาการแข่งขันเพียง 64 นาที เพิ่มสถิติชนะรวด 9 ครั้งที่เจอกันมา ส่งผลให้ เซเรนา ผ่านเข้าชิงชนะเลิศแกรนด์สแลมเป็นครั้งที่ 26 ในอาชีพ เพื่อลุ้นแชมป์แกรนด์สแลมรายการที่ 22 และแชมป์ออสเตรเลียน โอเพ่น สมัยที่ 7
ด้านคู่ระหว่าง แองเจลิค เคร์เบอร์ มือ 7 ของรายการชาวเยอรมัน กับ โยฮันนา คอนตา มืออันดับ 47 ของรายการจากอังกฤษ ซึ่งเป็นการเจอกันครั้งแรก และเป็นเกมในรอบรองชนะเลิศออสเตรเลียน โอเพ่น ครั้งแรกของเคร์เบอร์ ส่วนคอนตาถือเป็นรอบตัดเชือกในแกรนด์สแลมหนแรกในชีวิต ปรากฏว่า เริ่มเซตแรก คอนตา ออกอาการประหม่าและตีเสียเองไป 8 หนในสองเกมแรก ปล่อยให้ เคร์เบอร์ เบรกเกมเสิร์ฟขึ้นหน้าไป 3-0 เกม ในอีกสี่เกมถัดมาแม้สาวเมืองผู้ดีจะเรียกสมาธิกลับมาสู้อย่างสูสี แต่เคร์เบอร์ก็เป็นฝ่ายปิดเซตได้ก่อน 7-5 ขึ้นนำไป 1-0 เซต
จากนั้นในเซตที่สอง คอนตา ไม่สามารถจะกู้สถานการณ์กลับมาได้ โดยตีเสียเองรวมตลอดแมทช์ 36 ครั้ง ขณะที่ เคร์เบอร์ หวดบอลได้เฉียบคมกว่าและเอาชนะไปในที่สุด 2-0 เซต ด้วยสกอร์รวม 7-5 และ 6-2 ใช้เวลาแข่งขันทั้งสิ้น 1 ชั่วโมง 22 นาที ส่งผลให้ เคร์เบอร์ กลายเป็นนักหวดสาวเยอรมันคนแรกที่เข้าชิงชนะเลิศออสเตรเลียน โอเพ่น ต่อจาก อังเก ฮูเบอร์ ในปี 1996
สำหรับนัดชิงชนะเลิศหญิงเดี่ยว จะเป็นการเจอกันระหว่าง เซเรนา วิลเลียมส์ กับ แองเจลิค เคร์เบอร์ ในวันเสาร์ที่ 30 มกราคมนี้ โดยสถิติที่พบกันมารวม 6 ครั้ง เซเรนาเป็นฝ่ายชนะได้ถึง 5 ครั้ง หนหลังสุดคือที่สแตนฟอร์ดในปี 2014 ส่วนเคร์เบอร์เคยชนะได้ครั้งเดียวในรายการซินซินเนติ มาสเตอร์ส ปี 2012 อย่างไรก็ตาม เซเรนา ยังกล่าวถึงเคร์เบอร์ว่า เป็นคู่แข่งที่ไม่ควรประมาท
“เธอปราบผู้เล่นแข็งแกร่งอย่าง วิคตอเรีย อซาเรนกา ได้ในรอบก่อนรองชนะเลิศ คุณไม่อาจประเมินเคร์เบอร์ต่ำเกินไปได้เลย เธอเคยชนะฉันมาแล้วด้วย เธอเล่นได้ดีทีเดียว เชื่อได้เลยว่าเธอต้องใส่เต็มที่ในเกมนี้แน่ๆ เธอเป็นนักหวดถนัดซ้ายซึ่งช่วยเธอได้มาก ฉันไม่ค่อยได้เจอผู้เล่นถนัดซ้าย แต่เราจะมาดูกัน เชื่อว่ามันจะเป็นการแข่งขันที่ยอดเยี่ยม และเป็นแมทช์ที่หนักแน่ๆ”
ขณะที่ เคร์เบอร์ วัย 28 ปี ที่เคยเข้าถึงรอบตัดเชือกยูเอส โอเพ่น ปี 2011 และวิมเบิลดัน ปี 2015 กล่าวอย่างภูมิใจที่สามารถทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศแกรนด์สแลมได้เป็นหนแรกในชีวิต
“เมื่อฉันเข้าถึงรอบรองชนะเลิศที่นิวยอร์ก ทุกคนพูดแค่ว่าก็โอเค มันเป็นหนึ่งในทัวร์นาเมนต์ที่เธอทำได้ มาดูกันว่าเธอจะไปได้ไกลแค่ไหนในสองสามปีข้างหน้า ฉันจึงตั้งใจแสดงให้ทุกคนเห็นว่าฉันเป็นผู้เล่นระดับหัวแถว ฉันติดอยู่ในท็อป 10 มาถึงสี่ปี ฉันสามารถเล่นเทนนิสที่ดีได้ เมื่อปีที่แล้วฉันทำได้ไม่ดีนักในรายการใหญ่ แต่ตอนนี้ฉันตั้งเป้าไปที่การเป็นผู้เล่นที่เก่งขึ้นในรายการใหญ่ มันเป็นผลจากการทำงานหนัก ฉันซ้อมหนักตลอดสองสามปีที่ผ่านมา และตอนนี้ฉันมาถึงนัดชิงครั้งแรกแล้ว ฉันไม่มีความกดดันอะไรอีกแล้ว เพราะฉันแสดงให้ทุกคนได้เห็นแล้วว่าฉันทำได้”
ด้าน คอนตา วัย 24 ปี ที่เป็นนักเทนนิสสาวอังกฤษคนแรกในรอบกว่า 30 ปีที่ผ่านเข้ารอบตัดเชือกแกรนด์สแลม ต่อจาก โจ ดูรี ที่เข้ารอบรองชนะเลิศยูเอส โอเพ่น เมื่อปี 1983 แต่ชวดโอกาสจะเป็นสาวผู้ดีคนแรกที่เข้าชิงชนะเลิศแกรนด์สแลม ต่อจาก เวอร์จิเนีย เวด แชมป์วิมเบิลดัน ปี 1977 และคนแรกที่เมลเบิร์น ปาร์ค ต่อจาก เวด ในปี 1972 โดย คอนตา ออกมายืนยันว่าไม่เสียใจที่ต้องร่วงตกรอบ และยังกระหายที่จะไขว่คว้าความสำเร็จในแกรนด์สแลมต่อไป
“ฉันไม่คิดว่าได้พลาดโอกาสอะไรไป ในวันนี้ฉันสู้กับผู้เล่นที่เหนือกว่า ซึ่งเป็นผู้ที่สมควรผ่านไปสู่รอบชิงชนะเลิศ นั่นคือมุมมองของฉัน ฉันเล่นได้ดีแล้ว เป็นแมทช์ที่ดีจริงๆ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเธอจึงเป็นผู้ชนะและฉันเป็นฝ่ายแพ้ แต่ฉันก็ได้อะไรที่เป็นประโยชน์กลับมามากมาย ฉันยังคงกระหายที่จะพัฒนาตัวเองและยังสนุกกับสิ่งที่ทำ และฉันจะกลับไปฝึกซ้อมอย่างหนัก และมีความสุขกับสิ่งที่ฉันทำ” คอนตา กล่าว
---------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



