ข่าว

เมื่อยาฮูถูกกล่าวหา 'ส่งเสริมการฆ่าช้าง'

เมื่อยาฮูถูกกล่าวหา 'ส่งเสริมการฆ่าช้าง'

30 ม.ค. 2559

เวิลด์วาไรตี้ : เมื่อยาฮูถูกกล่าวหา 'ส่งเสริมการฆ่าช้าง' : โดย...โต๊ะต่างประเทศ

 
                      อยู่ดีๆ ยาฮู อิงค์ เจ้าของเว็บไซต์เสิร์ชเอนจิ้นชื่อดัง “ยาฮู ดอทคอม” ก็ถูกคนนับล้านเรียกร้องให้หยุดการขายงาช้าง เพื่อลดการส่งเสริมให้มีการล่าช้างเพื่อเอางา โดยสาเหตุมาจากการที่ยาฮู เจแปน หนึ่งในบริษัทลูกของยาฮู ที่เกิดจากการร่วมทุนกับผู้ประกอบการรายอื่นเพื่อให้บริการเสิร์ชเอนจิ้นและบริการอื่นๆ ในญี่ปุ่น มีผู้นำเอางาช้างเข้าประมูลออนไลน์ในเว็บไซต์แห่งนี้ 
 
                      เครือข่ายนักเคลื่อนไหวอย่าง อาวาซ ยื่นคำร้องไปยังยาฮู ให้ยกเลิกทำการค้าชีวิตอย่างลับๆ โดยอนุญาตให้มีการขายงาช้างในเว็บไซต์ของบริษัท งานนี้อาวาซระดมลายเซ็นผู้สนับสนุนได้กว่า 1 ล้านคน ส่งคำร้องไปยังมาริสสา แมร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารยาฮู อิงค์ บริษัทแม่ของยาฮู และนายมานาบุ มิยาซากะ ผู้บริหารสูงสุดของยาฮู เจแปน ให้หยุดทำการขายงาช้างในเว็บไซต์หรือในแพลทฟอร์มอื่นๆ ของยาฮู ในญี่ปุ่น รวมทั้งตลาดอื่นๆ ทันที
 
                      อาวาซประเมินว่ามีงาช้างที่ซื้อขายผ่านบริการการประมูลออนไลน์ของยาฮู เจแปนระหว่างช่วงปี 2555-2557 มากถึง 12 ตัน ทั้งในรูปแบบของงาช้างดั้งเดิม และเครื่องใช้ เครื่องประดับที่ทำมาจากงาช้าง 
 
                      จากการตรวจสอบของสื่อต่างประเทศพบว่าในเว็บไซต์ประมูลของยาฮู เจแปน มีสินค้าที่เกี่ยวข้องกับงาช้างวางรอผู้ซื้อในเว็บไซต์แห่งนี้อยู่ตลอดเวลา เมื่อวันอังคาร (26 ม.ค.) มีการเสนอประมูลสินค้าประเภทเครื่องประดับกระจิบกระจ้อยราคาตั้งแต่ 20 ดอลลาร์สหรัฐ จนถึงงาช้างแกะสลักเป็นรูปเจดีย์ 5 ชั้นที่มีการเสนอราคาจำหน่ายที่ 6 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ 
 
                      ขณะที่ทราฟฟิก กลุ่มเอ็นจีโอที่มีบทบาทด้านการต่อต้านการลักลอบค้างาช้าง นำเสนอรายงานสถานการณ์การค้างาช้างเมื่อปี 2558 ที่ชี้ว่าความนิยมในการบริโภคงาช้างของชาวญี่ปุ่น อยู่ในรูปของ “ฮันโกะ” หรือตราประทับประจำตัวที่ชาวญี่ปุ่นใช้ประทับเพื่อลงนามในเอกสาร แทนการเขียน-เซ็นชื่อของตัวเอง 
 
                      ด้านยาฮู อิงค์ ออกแถลงการณ์ว่าบริษัทไม่มีส่วนในการจำหน่ายฮันโกะงาช้างในญี่ปุ่น แม้ว่าจะมีการขายชิ้นงานประเภทนี้ในเว็บไซต์ประมูลของยาฮู เจแปน และอีกประการหนึ่ง บริษัทไม่ได้เป็นผู้ตัดสินใจเพียงรายเดียวในการควบคุมทิศทางการบริหาร ยาฮู เจแปน เนื่องจากยาฮู เจแปนเกิดขึ้นมาจากการร่วมมมือระหว่างยาฮู อิงค์ กับซอฟท์แบงก์ กลุ่มธนาคารและบริษัทเงินทุนชั้นนำของญี่ปุ่น โดยยาฮู อิงค์ มีหุ้นในยาฮู เจแปน เพียง 35.5% เท่านั้น 
 
                      แต่ด้วยเว็บไซต์ดังกล่าวมีชื่อของยาฮู อยู่ด้วย ยาฮู อิงค์ จึงไม่สามารถเลี่ยงความรับผิดชอบต่อเรื่องที่เกิดขึ้นได้ และถูกกดดันจากนักเคลื่อนไหวภาคประชาชน
 
                      ขณะที่อะเมซอน และกูเกิล ผู้ให้บริการในระบบอินเทอร์เน็ตเช่นเดียวกับยาฮูนั้น  ห้ามการจำหน่ายงาช้างในแพลทฟอร์มของบริษัทไปแล้ว และรัฐบาลสหรัฐอเมริกาก็พยายามห้ามการลักลอบค้าสัตว์ป่าหรือชิ้นส่วนของสัตว์ป่าที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายอย่างหนัก และยาฮู ก็เป็นหนึ่งในบริษัทที่มีสำนักงานใหญ่ในสหรัฐอเมริกา 
 
                      แต่นักเคลื่อนไหวก็ยอมรับว่าคาดหวังอะไรมากไม่ได้ต่อการดำเนินการเพื่อยุติการค้างาช้างออนไลน์ในบริการของยาฮู เจแปน แม้จะเพิ่มแรงกดดันไปยังบริษัทแม่ในสหรัฐอเมริกาก็ตาม
 
                      นายอดัม เพยแมน ผู้จัดการโครงการสัตว์ป่าแห่ง ฮิวเมน โซไซตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า ยาฮู  อิงค์ควรกดดันยาฮู เจแปนเพิ่มขึ้น แต่ก็หวังอะไรไม่ได้มาก  จากสถานการณ์ปัจจุบันที่ประเทศต่างๆ เพิ่มมาตรการเข้มงวดในการจำกัดการค้างาช้าง และมาตรการเหล่านั้นมีประสิทธิภาพและส่งผลดีในการลดการค้างาช้างผิดกฎหมาย แต่ด้วยปัจจัยเช่นนี้เองก็ทำให้ธุรกิจของยาฮู เจแปนนั้นได้รับความนิยมมาใช้บริการมากขึ้นเช่นกัน
 
 
 
--------------------------
 
(เวิลด์วาไรตี้ : เมื่อยาฮูถูกกล่าวหา 'ส่งเสริมการฆ่าช้าง' : โดย...โต๊ะต่างประเทศ)