
กว่าจะเป็นปู(อัด)กระป๋องคุณภาพ
กว่าจะเป็นปู(อัด)กระป๋องคุณภาพ : คมคิดธุรกิจนิวเจน เรื่อง - ธานี กุลแพทย์
จากกิจการของครอบครัวที่ประสบภาวะขาดทุนมีหนี้สินล้นพ้นตัว เป็นแรงผลักให้ “สุวณีย์ ทิพย์หมัด” หรือที่ใครๆ เรียกเธอว่า “วิยะ” แห่ง ต.พุมเรียง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี กลายเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการต่อสู้กับปัญหาอุปสรรคต่างๆ กระทั่งก้าวสู่ความสำเร็จด้วยการสร้างและเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้แก่ธุรกิจ จนสามารถหยัดยืนได้อย่างแข็งแรง ในฐานะผู้ประกอบการแปรรูปอาหารจากปูม้าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีสินค้าในเครือหลากหลายแบรนด์ในห้วงเวลาเกือบ 2 ทศวรรษ ที่ผ่านมา
สุวณีย์ ทิพย์หมัด ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิยะเครป โปรดักส์ จำกัด ในวัย 40 ปีเศษ ย้อนอดีตก่อนจะก้าวมาสู่ผู้ประกอบการแปรรูปปูม้าในปัจจุบันว่า เดิมนั้นครอบครัวมีอาชีพค้าขายเนื้อวัวที่ ต.พุมเรียง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ต่อเมื่อสิ้นมารดาหัวเรี่ยวหัวแรงหลัก บวกกับภาระหนี้สินที่ครอบครัวนำมาลงทุนในกิจการ ทำให้ต้องสละเวลาเล่าเรียนส่วนหนึ่งมาช่วยพ่อปลดหนี้ ด้วยทำหน้าที่หาตลาดหรือหาออเดอร์ควบคู่กันไปจนเรียนจบ จนสถานะครอบครัวเริ่มดีขึ้น มีออเดอร์เนื้อวัวเข้ามาต่อเนื่อง รวมทั้งออเดอร์ลูกวัวเป็นตัวที่มีเข้ามามาก
ทว่า แทนที่เธอจะถือโอกาสนี้เร่งเปิดตลาดค้าเนื้อให้เติบโตยิ่งขึ้น แต่ด้วยเหตุของความสงสารลูกวัว ทำให้ตัดสินใจมองหาช่องทางการค้าใหม่ๆ จึงปรึกษากับสามี สุริยะ เล่าเจริญ ทิ้งตลาดเนื้อหันมาขายปลาและอาหารทะเล โดยมุ่งค้าขายปูม้าเป็นหลักในชื่อ แพปูวิยะ มีพนักงานไม่ถึง 10 คน รับซื้อเนื้อปูก่อนส่งต่อไปยังโรงงานต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล จ.สงขลา จ.ระนอง ซึ่งธุรกิจนี้ก็ดูจะดำเนินไปด้วยดี
ต่อเมื่อปี 2545 เป็นปีที่เนื้อปูออกมามากจนเกิดภาวะล้นตลาด ทางลูกค้าคือโรงงานต่างๆ จึงจำกัดการรับซื้อ ทำให้เกิดผลกระทบตามมาอย่างมาก และการแก้ปัญหาดังกล่าวของสุวณีย์คือ การเกิดไอเดียแปรรูปปูม้าเป็นสินค้า นั่นจึงเป็นที่มาของ บริษัท วิยะอินเตอร์เครป 2003 จำกัด ในปี 2546 ดำเนินการแปรรูปอาหารทะเลในขั้นต้น ซึ่งครอบคลุมวิธีจัดเก็บเนื้อปูไว้ให้ได้นาน รวมถึงการผลิตเนื้อปูให้มีคุณภาพ เพื่อการจัดส่งเป็นวัตถุดิบให้โรงงาน ร้านอาหารต่างๆ
คำโบราณว่าไว้ ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน นักธุรกิจรุ่นใหม่หลายคนอาจไม่ใส่ใจ แต่สิ่งนี้คือหลักประจำใจในการทำธุรกิจของสุวณีย์ตลอดมา อีกทั้งความซื่อสัตย์ต่อลูกค้าเป็นตัวช่วยสำคัญในทุกครั้งที่ธุรกิจมีปัญหา เป็นแรงส่งทำให้ธุรกิจภายใต้การนำของเธอเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยปี 2548 จึงแตกหน่อบริษัทในเครือ บริษัท วิยะเครป โปรดักส์ จำกัด แปรรูปปูพร้อมบริโภค มีผลิตภัณฑ์ อาทิ เนื้อปูบรรจุถุง เนื้อปูบรรจุกระป๋องสังกะสี เนื้อปูบรรจุกระป๋องพลาสติกด้วยวิธีพาสเจอร์ไรส์ ภายใต้แบรนด์ ปูสดชาวเล
“ปูอัดกระป๋องแบรนด์ปูสดชาวเลของบริษัท มีวางจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป ส่วนที่ส่งออกตลาดต่างประเทศก็คือ สหรัฐอเมริกา ประเทศตะวันออกกลาง และอีกหลายประเทศอยู่ระหว่างการเจรจานั้น บริษัทจะรับจ้างผลิตตามแบรนด์ของลูกค้า ราคาที่ส่งมีหลายราคา เพราะสินค้ามีหลายเกรด ขึ้นอยู่กับว่าต้องการส่วนไหนของปู” สุวณีย์ แจง และว่าในอนาคตบริษัทมีแผนสร้างเนื้อปูอัดกระป๋องที่เป็นแบรนด์ของบริษัทเองออกสู่ตลาดต่างประเทศด้วย
นอกจากแบรนด์ปูสดชาวเลแล้ว บริษัทได้คิดผลิตเนื้อปูอัดกระป๋องแบรนด์ใหม่ขึ้นอีก ประกอบด้วย สยามเครป วิยะเครปโปรดักส์ สวัสดีเครป เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้บริโภค โดยมีกำลังการผลิต 500 ตันต่อปี ราคาต่อหน่วยเฉลี่ย 800-900 บาทต่อกิโลกรัม ขณะเดียวกันก็ผลิตโปรดักท์เนื้อปูปรุงสำเร็จ อาทิ กรรเชียงปูนึ่งน้ำจิ้มซีฟู้ด ปูจ๋า ฮ่อยจ๊อ มินิเครปเค้ก น้ำยาปู น้ำพริกปู เป็นต้น ซึ่งทั้งปูอัดกระป๋องและปรุงสำเร็จนี้มีสัดส่วนการตลาด ส่งออก 70% จำหน่ายในประเทศ 30%
โดยสินค้าทุกรายการที่ผลิตออกมานั้น สุวณีย์บอกว่า ยึดหลักคุณภาพต้องดีที่สุด ให้ความสำคัญกับการพัฒนามาตรฐานการผลิตในทุกส่วน เพราะบริษัทเป็นผู้ผลิตอาหาร ฉะนั้นความปลอดภัยของผู้บริโภคจึงเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรกที่คำนึงถึง รองลงมาคือการรักษาคุณภาพและรสชาติ กระบวนการควบคุมการผลิต
ด้วยเป็นบริษัทขนาดกลางและผลิตภัณฑ์ได้มีการส่งออก จึงมีหน่วยงานรัฐเข้ามาให้ความช่วยเหลือ โดยเฉพาะในโหมดการพัฒนามาตรฐานการผลิตในทุกขั้นตอน ซึ่งสุวณีย์ยอมรับว่า หนึ่งในนั้นคือกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ภาค 10 จ.สุราษฎร์ธานี และการเข้าร่วมโครงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรในภูมิภาค (One Province One Agro-Industrial Product - OPOAI) ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ที่คอยเป็นพี่เลี้ยงให้ทุกด้าน
ทั้งนี้ หลังเข้าร่วมโครงการ OPOAI ขอความช่วยเหลือเรื่องบริหารจัดการโลจิสติกส์ พบว่าบริษัทสามารถเซฟค่าใช้จ่ายถึงกว่า 3 แสนบาทต่อปี และกว่า 4 แสนบาทต่อปี ในเรื่องการปรับปรุงคุณภาพและพัฒนางาน เช่นเดียวกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ภาค 10 จ.สุราษฎร์ธานี ที่เข้ามาช่วยในแง่ของวิชาการ จัดจ้างที่ปรึกษาเพื่อจัดทำระบบ HACCP ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับโรงงานที่ผลิตอาหารและโรงงานที่จะส่งออก
ปัจจุบันทั้งบริษัท วิยะ อินเตอร์เครป 2003 จำกัด และบริษัท วิยะเครป โปรดักส์ จำกัด มีพนักงานเกือบ 500 คน ผ่านการรับรองมาตรฐานทั้งด้าน GMP HACCP จากกรมประมง ระบบ GMP HACCP ISO 9001: 2000 จากบริษัทเอส จี เอส (ประเทศไทย) จำกัด ขณะนี้อยู่ระหว่างขอรับความช่วยเหลือจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ภาค 10 ในการจัดทำระบบ BRC GLOBALL FOOD STANDARD ซึ่งเป็นระบบคุณภาพทางด้านอาหารที่ยกระดับของโรงงานสู่สากลมากยิ่งขึ้น
คืนกลับสู่สังคม
เงิน อาจทำให้ร่ำรวยได้ ทว่า ไม่ใช่ในระยะยาวจนรุ่นลูกรุ่นหลาน การคืนกลับสู่สังคมต่างหากที่จะทำให้ธุรกิจสามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืน
หากสังคมอยู่ได้ ธุรกิจเราก็อยู่ได้
นั่นเป็นแนวคิดของ สุวณีย์ อาหมัด ก่อนผุด โครงการธนาคารปู เมื่อปี 2554 โดยใช้พื้นที่บางส่วนภายในบริเวณบริษัท เลขที่ 75/2 หมู่ 2 ต.พุมเรียง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี เป็นที่ตั้งโครงการ โดยเธอร่วมกับชาวประมง และหน่วยราชการในพื้นที่ทำโครงการนี้ขึ้นมา
“คือทำอย่างไรก็ได้ให้ปูได้อยู่ถึงลูกหลานเรา”
“เพราะเวลาชาวประมงจับปูได้มา จะมีปูตัวเมีย ที่มีไข่เต็มกระดองติดมาด้วย ไข่นั้นสามารถได้ลูกเป็นล้านๆ ตัว เปอร์เซ็นต์รอดอาจจะแค่ 2-3 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ถือว่าเยอะ จึงพยายามที่จะให้เรือทุกลำที่ได้ปูแบบนี้ ช่วยดูแลรักษามันไว้ ก่อนนำมาปล่อยที่โครงการ เพื่อรอให้ปูปล่อยไข่ออกมาก่อน”
ที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากเรือประมงต่างๆ นำแม่ปูมาปล่อยในโครงการมากมาย
ขณะที่หน่วยงานรัฐในพื้นที่ก็จะช่วยในแง่ให้ความรู้การทำโครงการ รายละเอียดต่างๆ ต่อเมื่อลูกปูที่อนุบาลไว้เติบโต พวกเรา รวมทั้งชาวบ้านก็จะช่วยกันนำลูกปูเหล่านี้ไปปล่อยกลับคืนท้องทะเลต่อไป



