ข่าว

ชัยภูมิหนาวจัด!ลูกหมูช็อกตายอื้อ

ชัยภูมิหนาวจัด!ลูกหมูช็อกตายอื้อ

27 ม.ค. 2559

ชัยภูมิอากาศหนาวจัด! ส่งผลให้ลูกหมูที่เพิ่งเกิดใหม่ช็อกตายเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านต้องก่อไฟให้ผิงและติดหลอดไฟในเล้าเพิ่ม เพื่อช่วยสร้างความอบอุ่น

 
      27 ม.ค.59 สภาพอากาศยังคงหนาวเย็นต่อเนื่องไม่หยุดและยังส่งผลกระทบต่อราษฎรในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณที่ราบเชิงเขาสูง ยังวัดอุณหภูมิได้ต่ำกว่า 5-6 องศาฯ ผู้สูงอายุและประชาชนทั่วไปยังต้องพากันออกมาก่อไฟผิงทั้งช่วงรุ่งเช้าและกลางดึก และต้องนำน้ำมาต้มอาบเพื่อบรรเทาความหนาวเย็นจัดกันจำนวนมาก โดยจังหวัดชัยภูมิ มีทั้งสิ้น 16 อำเภอ และมีอำเภอที่ตั้งอยู่ใกล้เชิงเขา ยังต้องได้รับผลกระทบจากภัยหนาวครั้งอีกกว่า 10 อำเภอ ต่อเนื่องทั้งที่ อ.เมือง อ.แก้งคร้อ อ.ภูเขียว อ.คอนสาร อ.เกษตรสมบูรณ์ อ.หนองบัวแดง อ.ภักดีชุมพล อ.หนองบัวระแหว อ.ซับใหญ่ และอ.เทพสถิต
 
      รวมไปถึงเริ่มเกิดผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงไว้จำนวนมาก ทั้ง โค กระบือ และสุกร จากสภาพอากาศที่หนาวเย็นฉับพลัน ได้ส่งผลกระทบทำให้สัตว์เลี้ยงอย่าง สุกร (ลูกหมู) ของเกษตรกรในพื้นที่รอยต่อ 3 อำเภอ ที่ อ.ภักดีชุมพล อ.หนองบัวระแหว และอ.เทพสถิต ที่เพิ่งตก(ออก)ลูกใหม่ มาจำนวนมากในช่วงนี้ ต้องล้มตายลงจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นเกิดช็อกตายสร้างความเสียหายไปแล้วจำนวนมาก ในช่วงอากาศแปรปรวนหนาวจัดติดต่อกันมาตลอดช่วง 3-4 วันที่ผ่านมายังไม่หยุด
 
      ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร ต้องช่วยกันออกมาก่อไฟให้สุกรผิงและนอนเฝ้าใช้แสงสว่างติดหลอดไฟในเล้าเพื่อช่วยคลายหนาวให้กับสุกรจำนวนมากไปตลอดทั้งวันในช่วงนี้อย่างต่อเนื่อง เพราะหวั่นลูกหมูจะทนความหนาวไม่ไหวเกิดล้มตายสร้างความเสียหายขาดทุนซ้ำหนักต่อไปได้อีก
 
      ซึ่งด้านนายอุทิศ จันณรงค์ อายุ 59 ปี เกษตรกรบ้านโคกสะอาด อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ กล่าวว่า หลังจากสภาพอากาศมีลมแรงความหนาวเย็นจัดฉับพลันยังมีต่อเนื่องไม่หยุดมานานหลายวันที่ผ่านมา ซึ่งในพื้นที่อ.หนองบัวระเหว ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นแต่อย่างใด ที่ล่าสุดวัดอุณหภูมิต่ำสุดยังอยู่ที่7องศาเซลเซียส และอากาศที่หนาวยังส่งผลเย็นจัดจึงทำให้สัตว์เลี้ยงจำพวกหมู สุกร ที่ชาวบ้านในพื้นที่เลี้ยงไว้และช่วงนี้เพิ่งตกลูก หรือออกลูกจำนวนมากที่คลอดใหม่ มีร่างกายอ่อนแอได้เกิดช็อกตายไปแล้วจำนวนมาก และในส่วนลูกหมูของตนก็หนาวตายไปแล้ว 4 ตัว ซึ่งช่วงนี้ชาวบ้านที่เลี้ยงสุกรทั้งหมด ก็ต้องใช้วิธีออกมาช่วยกันนอนเฝ้าเล้าหมู่และก่อไฟให้ผิงและใช้แสงสว่างติดหลอดไฟเพิ่มในเล้าให้สุกรจำนวนมากเพื่อช่วยคลายหนาวไปตลอดทั้งวันตลอดตั้งแต่ช่วงเช้ายันค่ำ เพราะเกรงว่าลูกหมูจะล้มตายสร้างความเสียหายจนขาดทุนซ้ำหนักอีก
 
 
อุบลฯอากาศเย็นจัด! ปลากระชังช็อกตายจำนวนมาก สูญกว่า 26 ล้าน
 
 
      ที่บ้านวังยาง หมู่ 12 ต.บุ่งหวาย อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี นายอลงกต วรกี นายอำเภอวารินชำราบ พร้อมเจ้าหน้าที่ประมงอำเภอ เข้าตรวจสอบความเสียหายปลานิลเลี้ยงในกระชังในแม่น้ำมูล ซึ่งตายจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นและท้องฟ้าปิด เบื้องต้นมีเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาได้รับความเสียหายทั้งสิ้น21ราย น้ำหนักปลาเลี้ยงกว่า 400 ตัน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 26 ล้านบาท
 
      จากการสอบถามนางหวาน จันทวี อายุ 53 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาเล่าว่า ปลาของตนมีอายุประมาณ 5 เดือน และกำลังจะเก็บขึ้นขายภายใน 2-3 วันข้างหน้า และเมื่อเย็นวันที่ 26 ม.ค. ปลาเริ่มมีอาการลอยหัวขึ้นเหนือน้ำ เพราะท้องฟ้ามืดครึ้มจากสภาพอากาศหนาวเย็นติดต่อกันมาตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมาและทยอยตายทั้งหมด
 
      ทำให้ตนเสียหายไปรวม 8 กระชัง มูลค่าประมาณ 6 แสนบาท ส่วนปลาที่ตายใหม่นำมาแช่น้ำแข็งส่งเข้าตลาดในราคากิโลกรัมละ 30 บาท จาก 63 บาท ที่ตายนานแล้วเอามาทำเป็นปลาร้า ปลาตากแห้งขายกิโลกรัมละ 10-20 บาท
 
      ขณะที่นายกิตติพงษ์ ลีลาศสง่างาม ประมงอำเภอวารินชำราบกล่าวถึงสาเหตุปลาตายครั้งนี้ เกิดจากขาดออกซิเจน เพราะอากาศปิดติดกัน 2-3 วัน โดยวัดค่าออกซิเจนในวันนี้ได้เพียง 1.5 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ต่อลิตร ซึ่งต่ำกว่า3มิลิกรัมเปอร์เซ็นต์ต่อลิตร ทำให้สัตว์น้ำไม่สามารถอยู่ได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้มีการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาให้งดเลี้ยงปลาในหน้าแล้ง เพราะมีน้ำไม่เพียงพอและมีอากาศแปรปรวน
 
      ด้านนายอลงกต วรกี นายอำเภอวารินชำราบ กล่าวถึงแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเสียหาย จะจัดโครงการเลี้ยงไก่ เลี้ยงวัว และปลูกข้าวโพเลี้ยงสัตว์หน้าแล้งให้เกษตรกรที่ได้รับความเสียหาย เพื่อหารายได้ทดแทนในหน้าแล้งปีนี้เพราะจะประกาศห้ามการเลี้ยงปลาในช่วงนี้อย่างเด็ดขาด จนกว่าระดับแม่น้ำมูลจะมี
 
 
หนองบัวลำภู - อากาศหนาวอาหารปิ้งย่างขายดี
 
 
      จากสภาพอากาศหนาวติดต่อกัน 4 วันมาแล้ว ทำให้แม่ค้าที่ตลาดบ้านห้วยเดื่อ ตำบลโนนทัน อำเภอเมืองจังหวัดหนองบัวลำภู ตลาดขายสินค้าพื้นเมือง ของป่าและผลผลิตทางการเกษตร ที่ขายสิ้นค้าประเภทอื่นไม่ค่อยจะมีลูกค้ามาแวะเวียนซื้อหา เนื่องจากตลาดในช่วงนี้จะเงียบผิดปกติ ลูกค้าไม่ค่อยจะออกจากบ้านเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็น ทำให้ยอดขายสินค้าลดลงกว่าครึ่ง ลูกค้าไม่ค่อยจะแวะซื้อหาไปประกอบอาหารหรือเป็นของฝาก แต่ในช่วงที่อากาศหนาวเย็นที่เป็นวิกฤตินี้ แม่ค้าที่ขายอาหารประเภทปิ้งย่างที่อยู่กับเตาไฟและร้อน อุ่น กลับได้ขายดี อย่างเช่น กล้วยปิ้ง ข้าวจี่ ข้าวโป่ง และข้าวโพดย่างหรือข้าวโพดจี่ ช่วงนี้จะมีลูกค้าซื้อหาอาหาร ขายดีกว่าช่วงปกติ ซึ่งขายได้วันละประมาณ 30 กิโลกรัม แต่ช่วงนี้ขายได้วันละ 60 กิโลกรัม เนื่องจากลูกอยากจะซื้ออาหารร้อนๆอุ่นๆไปรับประทาน ส่วนอาหารประเภทอื่นยอดขายลดลง นอกจากนั้นยังมีพ่อค้าที่เห็นว่าอากาศช่วงนี้เหมาะสม ลูกค้ามีความต้องการได้นำเอาถุงมือมาเปิดท้ายขายของรับกับช่วงอากาศที่หนาวเย็นและได้รับการตอบรับเป็นสินค้าขายดีอีกชนิดหนึ่ง
 
 
อุตรดิตถ์หนาวเย็นต่อเนื่อง! เด็กตามหุบเขาขาดแคลนเครื่องกันหนาว
 
 
      27 มกราคม จากสภาพอากาศที่แปรปรวนโดยที่จังหวัดอุตรดิตถ์ฝนยังคงตกหนักต่อเนื่องติดต่อกันมา3วัน ส่งผลให้อุณหภูมิลดต่ำลง และหนาวเย็นเฉียบพลัน โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยตามหุบเขา เครื่องกันหนาวที่มีไม่เพียงพอ ที่โรงเรียนบ้านน้ำไคร้ ตำบลด่านนาขาม อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ ตั้งอยู่กลางหุบเขารอยต่อระหว่างจังหวัดอุตรดิตถ์และจังหวัดแพร่ อุณหภูมิอยู่ที่8องศา นักเรียนส่วนใหญ่ครอบครัวยากจน ขาดแคลนผ้าห่มกันหนาวให้กับบุตรหลานอากาศที่หนาวเย็นพบเด็กนักเรียนมาเรียนแบบตัวหนาวสั่น ครูต้องก่อไฟผิงให้คลายหนาว
 
      ทั้งนี้ พันเอกสมัย ขำพันธ์ ผอ.โรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก และ พันโทกฤษฏา ถาวรวัตร์ ผู้บังคับหน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่35จังหวัดทหารบกอุตรดิตถ์ พร้อมนักศึกษาวิชาทหาร (รด.) ซึ่งเป็นเยาวชนที่มีโอกาสและความพร้อม ได้นำผ้าห่มกันหนาว ซึ่งเป็นผ้าห่มสำลี ที่อุ่นกว่าผ้าห่มจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไป มอบให้กับเด็กนักเรียนที่ขาดแคลนทุกคนที่อาศัยตามหุบเขา ตามโครงการ "รด.จิตอาสา มอบความอบอุ่นให้น้องได้คลายหนาว”ได้ห่มคลายความหนาว สร้างความดีใจให้กับเด็กนักเรียนและผู้ปกครองที่ได้รับแจกผ้าห่มในครั้งนี้เป็นอย่างมาก หลังได้รับต่างใช้ห่มทันที และโรงเรียนยังอุญาติให้นักเรียนนำผ้าห่มที่รับแจกห่มขณะนั่งเรียนหนังสือได้ด้วย
 
 
พิษณุโลกฝนตกหนัก! อุณหภูมิต่ำสุดเช้านี้ 12.3 องศาฯ
 
 
      27 มกราคม 2559 จังหวัดพิษณุโลกยังคงได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศแปรปรวน ความกดอากาศสูงจากจีนแผ่ปกคลุมภาคเหนือ บวกกับคลื่นกระแสลมตะวันตกจากประเทศเมียนมาร์พัดเข้าสู่ภาคเหนือตอนล่างของไทย ส่งผลให้ช่วงเช้าตั้งแต่เวลา07.30-09.00น.ในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก ฝนได้ตกลงมาไม่ขาดสาย บางช่วงได้ตกหนาเม็ด ทำให้บรรยากาศการเดินทางไปทำงานส่งบุตรหลานไปโรงเรียนในเช้าวันนี้การจราจรติดขัดอย่างมาก ผู้ปกครองส่วนใหญ่นำรถยนต์ออกส่งลูกตามโรงเรียน ขณะที่อุณหภูมิก็ยังคงลดลง ต่ำสุดเช้านี้วัดได้12.3องศาเซลเซียส ต่ำใกล้เคียงกับเมื่อวานที่12.9องศา บรรดาเด็กเล็กผู้ปกครองต่างสวมเสื้อกันหนาวและหมวกไหมพรหมให้บุตรหลานเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย
 
      นายธาดา ศรัทธา ผอ.สถานีอุตุนิยมวิทยาพิษณุโลก เปิดเผยว่า จ.พิษณุโลกวันนี้ อากาศเหนาวกับมีหมอกหนาบางพื้นที่ และมีฝนเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ บริเวณเทือกเขาและยอดดอยอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไป ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. คาดว่าอุณหภูมิสูงสุดวันนี้ 29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุดเช้าวันพรุ่งนี้ 13 องศาเซลเซียส เมื่อวานนี้อุณหภูมิสูงสุดวัดได้ 17.4 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุดเช้านี้วัดได้ 12.3 องศาเซลเซียส มีฝนตกวัดปริมาณได้ 4.8 มม. ฝนทั้งเดือน 33.0 มม.(ปี 2558 ฝนเดือนมกราคม 14.8 มม.) ฝนรวมตั้งแต่ต้นปี 33.0 มม.