ข่าว

ตร.ยึด'ตุ๊กตาลูกเทพ'หนีภาษีนับร้อยตัวขายผ่านเว็บ

ตร.ยึด'ตุ๊กตาลูกเทพ'หนีภาษีนับร้อยตัวขายผ่านเว็บ

26 ม.ค. 2559

ปอศ.ยึด'ตุ๊กตาลูกเทพ'หนีภาษีกว่า 100 ตัวขายผ่านเว็บ-อินสตราแกรม กรมท่าอากาศยานถกภายในก่อนหารือร่วมกับสายการบินหลักๆใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ

           หลายฝ่ายยังคงแสดงความกังวลกับวิธีการปฏิบัติกับตุ๊กตาลูกเทพหลังสายการบินดัง เปิดบริการรับจองตั๋วที่นั่งให้เป็นกรณีพิเศษ รวมถึงความห่วงใยของทางตำรวจว่าอาจเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพลำเลียงยาเสพติด ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เพราะอาจเกิดผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในสายตาของต่างประเทศนั้น ล่าสุด สำนักงานการบินพลเรือนจะหารือกับสายการบินหลักๆ ถึงมาตรการความปลอดภัยที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องนี้

           เมื่อวันที่ 26 มกราคม ดร.จุฬา สุขมานพ อธิบดีกรมท่าอากาศยาน และรักษาการผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า วันนี้จะเรียกประชุมเจ้าหน้าที่เป็นการภายใน เพื่อหาข้อสรุปมาตรฐานความปลอดภัย กรณีผู้โดยสารนำตุ๊กตาลูกเทพขึ้นเครื่องบิน ก่อนจะเชิญตัวแทนสายการบินหลัก 7-8 สายการบิน มาร่วมประชุมเวลา 11.00 น. วันที่ 27 มกราคม เพื่อกำชับเรื่องความปลอดภัยตามหลักสากล เพื่อให้ทุกสายการบินมีแนวทางปฏิบัติเป็นมาตรฐานเดียวกัน

           “วันนี้จะคุยเป็นการภายในกับเจ้าหน้าที่ เรื่องมาตรฐานต่างๆ เพื่อมีแนวทาง ก่อนจะไปกำหนด ให้ทางสายการบินปฏิบัติ เราจะคุยมาตรฐานความปลอดภัยทั้งหมด ที่อยู่บนเครื่อง จะเอามาตรฐานสากลมาบังคับ เป็นตัวตั้ง ถ้าไม่มีตรงนั้น เราจะเพิ่มเติมในส่วนของเราอย่างไร เคสแบบนี้ ไม่เคยเกิดในสากลอยู่แล้ว ฉะนั้นแนวทางจะได้ช่วยกันไปในทางที่ถูกที่ควร” ดร.จุฬา ระบุ

           อธิบดีกรมท่าอากาศยานกล่าวอีกว่า สำหรับ 3 ประเด็น ที่จะหารือกับสายการบิน คือ 1. มาตรฐานความปลอดภัยในการนำตุ๊กตาลูกเทพขึ้นเครื่องบิน 2.การนำตุ๊กตาลูกเทพผ่านเอกซเรย์ ณ จุดตรวจก่อนขึ้นเครื่อง เหมือนสัมภาระ 3.การให้บริการ ในส่วนนี้อยากให้มาแชร์ประสบการณ์ ของแต่ละสายการบิน เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพราะหากบางสายการบินทำได้ บางแห่งทำไม่ได้ เกรงจะมีปัญหาระหว่างผู้โดยสารกับเจ้าหน้าที่ แม้เรื่องบริการ จะไม่ใช่บทบาทหน้าที่ของสำนักงานการบินพลเรือนฯ โดยตรง แต่เป็นการช่วยป้องกันปัญหาในอนาคต ไม่เช่นนั้น หากมีเรื่องร้องเรียนขึ้น ตนก็ต้องดูแลด้วย แต่จะไม่ก้าวล่วงการตลาดของแต่ละบริษัท


ยันยึดหลักปฏิบัติตามแนวสากล

           “ประเด็นสำคัญในการหารือ จะเน้นเรื่องแนวปฏิบัติ ตามมาตรฐานความปลอดภัยสากลที่เป็นกฎหมายบังคับใช้ ต้องเป็นมาตรฐานเดียวกัน เราจะผิดแผกไปจากนี้ไม่ได้ เวลาขึ้นเครื่อง ตุ๊กตาลูกเทพ ถือเป็นสัมภาระ ซึ่งมีที่เก็บ 2 แห่ง คือ เหนือศีรษะและใต้เก้าอี้ เข้าใจว่า กรณีคนถือตุ๊กตาลูกเทพขึ้นเครื่องด้วย เขาคงไม่ถือว่าเป็นสัมภาระ ที่บอกว่าอุ้มไว้ ก็อุ้มไม่ได้ และช่วงเครื่องบินขึ้นลง จะอุ้มอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น เป็นเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย หากเครื่องบินมีเหตุฉุกเฉินจะเป็นอันตรายต่อผู้โดยสารเอง นี่เป็นเหตุผลหนึ่ง ที่ต้องทำความเข้าใจกับผู้บริหารสายการบิน ที่ต้องไปอธิบายกับพนักงานบนเครื่องบิน เพื่อกำชับให้เป็นมาตรฐานสากล ทุกสายการบิน” ดร.จุฬา ชี้แจง

           ส่วนกรณีการตรวจสัมภาระก่อนขึ้นเครื่องกรณีตุ๊กตาลูกเทพนั้น ดร.จุฬา บอกว่า จะอ้างว่าซื้อตั๋วโดยสารให้ ก็ต้องผ่านเครื่องเอกซเรย์ เพราะการตรวจบุคคลจะผ่านเครื่องสแกน จะมองข้างในไม่เห็น แค่ตรวจสอบว่ามีอุปกรณ์ที่เป็นโลหะขึ้นไปหรือไม่ ขณะที่สัมภาระจะผ่านเอกซเรย์ จะเห็นข้างในมีอะไร ในตุ๊กตาลูกเทพ อาจเป็นไปได้ ที่จะมีอะไรอยู่ข้างใน เคสอย่างนี้ เราจะซักซ้อมกับคนบริหารสนามบินว่า ต้องเข้าเครื่องเอกซเรย์ แม้จะซื้อตั๋วโดยสารให้ตุ๊กตาก็ตาม เพราะมีความเสี่ยงในประเด็นอื่น และเป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ต้องดูเป็นพิเศษด้วย

           “นอกจากสายการบิน ฝ่ายดูแลสนามบิน แล้ว เรื่องเจ้าหน้าที่ก็ต้องทำความเข้าใจด้วย ส่วนความปลอดภัยเรื่องที่นั่ง กรณีซื้อตั๋วโดยสารให้ตุ๊กตาลูกเทพ ซึ่งเก้าอี้ไม่ได้ดีไซน์มาสำหรับตุ๊กตา เรื่องนี้ก็ต้องคุยกัน” ดร.จุฬา กล่าวทิ้งท้าย


ยาบ้ายัดตุ๊กตาโผล่สนามบินเชียงใหม่

           ขณะเดียวกัน การตั้งข้อสังเกตของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ว่า อาจมีการซุกซ่อนยาเสพติดในตุ๊กตาลูกเทพนั้น ปรากฏว่าเมื่อช่วงสายวันเดียวกัน พล.ต.ต.ประหยัชว์ บุญศรี รอง ผบช ภ.5 พร้อมด้วย พ.ต.อ.จีรัฐติกุล อรุณจันทร์ภักดี ผกก.สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำชุด ปส.ภ.จว.เชียงใหม่ ร่วมแถลงข่าวยึดยาเสพติดจำนวน 200 เม็ด ที่บรรจุไว้ในถุงพลาสติกสีน้ำเงิน 1 ถุง ซุกซ่อนไว้ในตุ๊กตาเด็กผู้หญิง ขนาดความสูง 30 เซนติเมตร และนำซ่อนไว้ในกระเป๋าสีดำอีก 1 ชั้น บริเวณโคนเสาของอาคารศาลาที่พักภายในลานจอดรถท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ เบื้องต้นยึดไว้เป็นของกลางและอยู่ในระหว่างการตรวจสอบเพื่อสืบหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี

           พล.ต.ต.ประหยัชว์ เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการซื้อขายยาบ้าโดยนัดแนะและส่งมอบยาบ้ากันที่บริเวณท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ ในช่วงเช้าวานนี้ ( 25 ม.ค.) โดยจะมีการนำยาเสพติดซุกซ่อนในตุ๊กตาแบบผู้หญิงซึ่งบรรจุในกระเป๋าหิ้ว เมื่อได้ชุดปฏิบัติการได้รับรายงาน จึงได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบ โดยได้มีการวางกำลังซุ่มไว้บริเวณท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ กระทั่งต่อมาเวลา 08.00 น. ได้พบกระเป๋าถือสีดำขนาด 40 เซนติเมตร วางอยู่บริเวณโคนเสาของอาคารศาลาที่พักภายในลานจอดรถของท่าอากาศยาน จึงได้มีการวางกำลังซุ่มรอ กระทั่งเวลา 18.00 น. ก็ยังไม่พบว่ามีผู้ใดมารับกระเป๋า จึงรายงานผู้บังคับบัญชาได้รับทราบ และขออนุมัติเพื่อเข้าตรวจสอบ

           “เมื่อค้นในกระเป๋าใบดังกล่าวพบตุ๊กตาผู้หญิงซุกอยู่ภายใน จึงได้นำตุ๊กตามาตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่ามีการซุกซ่อนยาบ้าจำนวน 200 เม็ด แบ่งเป็นยาบ้าเม็ดสีส้ม 198 เม็ด และยาบ้าเม็ดสีเขียว 2 เม็ด จึงได้ตรวจยึดเป็นของกลาง และนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ เพื่อสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดกฎหมายต่อไป” พล.ต.ต.ประหยัชว์ กล่าว


ดอนเมืองเข้มทุกขั้นตอนตามปกติ

           สำหรับกรณีดังกล่าวถือเป็นกรณีแรกที่ได้มีการซุกซ่อนยาบ้าไว้ในตุ๊กตา และคาดว่าผู้ค้ายาได้ใช้กระแสตุ๊กตาลูกเทพเป็นช่องทางการจำหน่ายและส่งยาบ้าให้แก่ลูกค้า และฝากถึงประชาชน หากพบกระเป๋าต้องสงสัยหรือตุ๊กตาต้องสงสัย ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยด่วน

           ด้าน นายเพ็ชร ชั้นเจริญ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า ในส่วนของท่าอากาศยานดอนเมืองนั้น หากจะมีการนำเข้ามา เจ้าหน้าที่ต้องเอกซเรย์ สแกนตามกระบวนการขั้นตอนทุกอย่างตามปกติ ผู้โดยสารจะเข้าไปสู่อาคารพักผู้โดยสารต้องผ่านการสแกนแล้วทั้งสิ้น

           “ส่วนของสายการบิน หากจะนำขึ้นเครื่องก็ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของสายการบินอย่างเคร่งครัด หากจะนำตุ๊กตาลูกเทพขึ้นเครื่องต้องแจ้งล่วงหน้าตั้งแต่ตอนซื้อตั๋ว หากจะซื้อที่นั่งเพิ่มเติมหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับผู้โดยสารแต่ละท่านที่มีความประสงค์ ทั้งนี้ อยากให้นึกถึงผู้โดยสารท่านอื่นที่เดินทางร่วมกันด้วย” นายเพ็ชร กล่าว

           ผอ.ท่าอากาศยานดอนเมืองกล่าวทิ้งท้ายว่า การท่าอากาศยานดอนเมืองมีความพร้อมและมีมาตรฐานในการดูแลความปลอดภัยของผู้โดยสารสูง ดังนั้นอยากขอความกรุณาให้ผู้โดยสารปฏิบัติตามกฎของสนามบินอย่างเคร่งครัด


แห่นำตุ๊กตาลูกเทพให้พระลงอักขระ


           ส่วนที่วัดบัวขวัญ ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี วันเดียวกัน ได้มีประชาชนเป็นจำนวนมากอุ้มตุ๊กตาลูกเทพทยอยเดินทางมาที่วัดเพื่อให้พระอาจารย์วินัย ฐิตปัญโญ อายุ 63 ปี ช่วยเจิมอักขระเลขยันต์ให้ตุ๊กตาเพื่อเสริมบุญบารมีและเป็นสิริมงคล ซึ่งแต่ละรายต้องใช้เวลารอคิวนานกว่า 30 นาที่ จึงจะเสร็จพิธี

           นางอรวรรณ กิจฎนุประเสริฐ อายุ 54 ปี อาชีพแม่บ้าน เล่าว่า รู้เรื่องตุ๊กตาลูกเทพมาจากเพื่อนที่เป็นแม่ค้าขายไก่ว่า ได้นำตุ๊กตาเทพมาบูชาหลังประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ ธุรกิจที่ทำขาดทุนไม่มีคนมาสั่งซื้อไก่จนแทบจะปิดกิจการอยู่แล้ว แต่เมื่อนำตุ๊กตาเทพมาบูชาทำให้มีลูกค้าเป็นจำนวนมากมาสั่งซื้อสินค้า จนกระทั่งกลับมาร่ำรวย หลังจากนั้นจึงได้ลองนำตุ๊กตาเทพมาเลี้ยงดูบ้าง โดยไปเช่าบูชามาจากสำนักแห่งหนึ่งใน อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี เมื่อเดือนพฤษภาคม 2558 ในราคาตัวละ 9,500 บาท โดยตั้งชื่อให้ว่า น้องไตเติ้ล

           “หลังจากนำมาเลี้ยงดูตามคำบอกว่าให้เลี้ยงดูเหมือนลูก ซึ่งหลังจากทำตามก็ประสบแต่เรื่องดี ไม่ว่าจะเป็นชีวิตครอบครัว การงานและโชคลาภ จนวันนี้ทราบว่าหลวงพ่อได้เปิดกุฏิให้นำตุ๊กตาลูกเทพมาเจิมปลุกเสกได้ จึงเดินทางมา ซึ่งไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด แล้วแต่เราจะทำบุญช่วยวัด” นางอรวรรณ กล่าว

           เช่นเดียวกับ นางฐิตารัตน์ ทวีวัฒน์มงคล อายุ 40 ปี อาชีพออแกไนซ์ เล่าว่า มีตุ๊กตาลูกเทพอยู่ทั้งหมด 19 ตัว โดยก่อนหน้านี้เป็นคนชอบสะสมตุ๊กตาอยู่แล้ว และเมื่อทราบข่าวว่าทางวัดได้เปิดเจิมเสริมบารมีให้แก่ตุ๊กตาเทพ จึงเดินทางมาพร้อมกับนำตุ๊กตามาให้หลวงพ่อเจิมให้ ซึ่งตนมองว่าไม่ได้เป็นการเสียหายอะไร กลับมีแต่สิ่งดีๆ กับตัวตุ๊กตาและกับคนที่ครอบครองดูแล เปรียบเหมือนกับที่คนโบราณชอบเลี้ยงรักยม หรือกุมารทอง

           ด้าน พระอาจารย์วินัย กล่าวว่า ชาวบ้านที่นำตุ๊กตาเทพมาให้เจิมนั้น ส่วนใหญ่จะมีความทุกข์ทั้งด้านธุรกิจ การงาน ครอบครัว จนไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร ซึ่งเมื่อมาหาเราที่วัดก็จำเป็นจะต้องทำให้เขาคลายทุกข์ ไม่ว่าจะเป็นทางไหน ส่วนเรื่องตุ๊กตาเทพนั้น เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้น ซึ่งทางวัดก็ไม่ได้เรียกรับเงินค่าปลุกเสกแต่อย่างใด


ตร.ยึดตุ๊กตาหนีภาษีนับร้อยตัว


           วันเดียวกัน ที่กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ) พ.ต.อ.ณพวัฒน์ อารยางกรู รอง ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.เกรียงศักดิ์ กัลยาวัฒนเจริญ ผกก.1 บก.ปอศ. แถลงข่าวผลการตรวจยึดตุ๊กตาลูกเทพหนีภาษีกว่า 100 ตัว จากการระดมตรวจค้นตามแหล่งจำหน่ายสินค้าในกทม. และปริมณฑลรวม 6 จุด

           พ.ต.อ.เกรียงศักดิ์ เปิดเผยว่า การเข้าตรวจยึด สืบเนื่องจากในขณะนี้มีการนิยมซื้อขายตุ๊กตาลูกเทพกันอย่างกว้างขวาง จึงอาจเป็นช่องทางให้แก่มิจฉาชีพในการนำไปเป็นเครื่องมือในการกระทำผิดกฎหมาย ทาง พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ผบก.ปอศ. จึงสั่งการให้ กก.1 บก.ปอศ. ดำเนินการเข้าตรวจสอบถึงแหล่งผลิตและแหล่งจัดจำหน่ายตุ๊กตาดังกล่าวในย่านตลาดสำเพ็ง ศูนย์การค้าย่านวังบูรพา ร้านค้าย่านบางแค และในปริมณฑล รวม 6 จุด ผลการตรวจสอบปรากฏว่าพบตุ๊กตาที่มีแหล่งกำเนิดจากต่างประเทศ ซึ่งจะต้องเสียภาษีนำเข้าให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ร้านค้าที่ถูกตรวจสอบยังไม่สามารถนำเอกสารการเสียภาษีมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้ จึงทำการตรวจยึดไว้เป็นจำนวนกว่า 100 ตัว

           สำหรับตุ๊กตาลูกเทพ มีการจำหน่ายกันอย่างแพร่หลาย ผู้จำหน่ายบางรายมีหน้าร้านของตัวเอง บางร้านจะเปิดขายตามเว็บไซต์ หรือแอพพลิเคชั่นอินสตาแกรม โดยจะจำหน่ายกันในราคาตั้งแต่ 500-5,000 บาท ตามคุณภาพยางของตุ๊กตา ซึ่งจะมีตั้งแต่ตุ๊กตาเปลือยหรือมีอุปกรณ์ตกแต่งครบ เช่น วิกผม เสื้อผ้า แต่หากมีการปลุกเสกลงอักขระจากทางวัดแล้วจะเพิ่มราคาเข้าไปอีก 500 บาท อย่างไรก็ตาม หากเจ้าของร้านค้าที่ถูกยึดในครั้งนี้ไม่สามารถนำเอกสารหลักฐานการเสียภาษีมาแสดงได้ ก็จะดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 ในข้อหาซื้อหรือรับไว้ด้วยประการใดๆ ซึ่งของอันรู้ว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร ข้อห้าม ข้อจำกัด มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่าราคาของ ซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือทั้งจำทั้งปรับ เนื่องจากสร้างความเสียหายเป็นเงินที่จะต้องเสียภาษีเป็นรายได้ให้รัฐ เป็นเงินประมาณหลายแสนบาท

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากกระแสบูชาตุ๊กตาลูกเทพถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคมออนไลน์ ปรากฏว่ามีผู้ประกอบการประเภทบริการ เช่น ร้านอาหาร โรงแรม และที่พักบางแห่งติดประกาศขอสงวนสิทธิ์ไม่อนุญาตให้ผู้ใช้บริการนำตุ๊กตาลูกเทพเข้ามาใช้บริการอย่างเด็ดขาด ล่าสุด พบว่าหน้าแฟนเพจเฟซบุ๊กชื่อว่า “เดอะคันทรีฟาร์มรีสอร์ทแอนด์โฮมสเตย์” โพสต์ข้อความว่า “ทางรีสอร์ทขอประกาศอย่างเป็นทางการว่าห้าม!!! นำลูกเทพเข้ามาในบริเวณรีสอร์ท หากตรวจพบท่านนำลูกเทพ (ตุ๊กตาผี) เข้ามา ทางเราขอยกเลิกการให้บริการกับผู้เข้าพักทันที ด้วยเหตุผลคือ 1.เพื่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยของผู้เข้าพักท่านอื่น ทั้งทางกายและทางใจ 2.ทางเราไม่มีนโยบายส่งเสริมความไร้สติในสังคมไทย 3.เป็นแบบอย่างที่ดีต่อเยาวชนที่ต้องเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดี มีคุณภาพ ศักยภาพ สืบต่อไป ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ”