
ประชารัฐ พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่
27 ม.ค. 2559
เล่าสู่กันฟัง : ประชารัฐ พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ : โดย...บัญญัติ คำนูญวัฒน์
บางครั้งเราต้องขอบคุณ “วิกฤติ” เพราะมีไม่น้อยเลยที่โอกาสหรือสิ่งดีๆ หลายอย่างมักเกิดขึ้นในห้วงเวลาที่เราเผชิญหน้ากับวิกฤติการณ์ นโยบายประชารัฐที่รองนายกรัฐมนตรี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เดินสายคิกออฟลงนามความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชารัฐ (ประชาชน) ตลอดช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นอีกสิ่งดีๆ เรื่องหนึ่งที่เกิดจากภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งหวังว่านโยบายนี้น่าจะเป็นอีกพลังในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่ความมั่งคั่งและยั่งยืนในอนาคต
หากย้อนกลับไปในอดีตจะเห็นว่าแนวทางความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนนี้เคยเกิดขึ้นแล้วในสมัยที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีการจัดตั้งองค์กรที่เรียกว่า กรอฺ. หรือคณะกรรมการร่วมภาครัฐบาลและเอกชน เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมคิด ร่วมทำในหลายๆ เรื่อง และรัฐบาลสมัยนั้นยังได้นำแนวคิดนี้ไปใช้ในการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในหลายด้าน ที่นับว่ามีส่วนอย่างมากในการสร้างความแข็งแกร่งและเป็นการวางรากฐานไว้ให้แก่ระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยมาจนถึงทุกปัจจุบัน
มาวันนี้รัฐบาลได้จัดตั้งคณะกรรมการภาครัฐ เอกชน และเพิ่มภาคประชาชนหรือประชารัฐเข้ามา “ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมทุกข์ ร่วมสุข” เพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศร่วมกัน โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ การพัฒนาประเทศให้เป็นประเทศที่มีรายได้สูง ควบคู่ไปกับการเติบโตอย่างมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วน โดยกุญแจแห่งความสำเร็จจะอยู่ที่การลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยที่มีมาช้านาน การยกระดับคุณภาพคนและการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การดำเนินการของคณะกรรมการชุดนี้มุ่งเน้นการ “ขับเคลื่อน” ผ่านกิจกรรมที่เป็นการปฏิบัติหรือลงมือทำ ไม่ใช่มีแต่คำพูดเพราะๆ
เริ่มตั้งแต่โครงการ “GEF-UNIDO Cleantech Programme for SMEs in Thailand” แหล่งทุนส่งเสริมวิจัยพัฒนาเอสเอ็มอี กลุ่มเริ่มต้นหรือสตาร์ทอัพ เพื่อสนับสนุนให้มีการคิดค้นนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีสะอาด สร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดความยั่งยืน ต่อมาอีกวันได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) สร้างเศรษฐกิจฐานราก หรือโครงการ “สานพลังประชารัฐ” 3 ฉบับ คือ โครงการขับเคลื่อนความร่วมมือสร้างเศรษฐกิจฐานราก โครงการ 1 ตำบล 1 เอสเอ็มอีเกษตร และโครงการเชื่อมโยงการค้าปลีกสินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์ชุมชนและการท่องเที่ยว ขององค์กรทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน รวม 33 องค์กร สร้างผู้ประกอบการหน้าใหม่ ต่อด้วยโครงการข้อตกลงความร่วมมือคณะกรรมการสานพลังประชารัฐยกระดับคุณภาพวิชาชีพอาชีวศึกษา ผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพตอบสนองตรงตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง
สิ่งเหล่านี้นับเป็นมิติใหม่ของการผนึกความร่วมมือของภาครัฐ-เอกชนที่ต่างจากเดิมที่ต่างคนต่างทำตามภารกิจและแนวคิดของแต่ละฝ่าย อาจตรงกันบ้าง ไม่ตรงกันบ้าง หรือการเปิดเวทีให้เอกชนเสนอปัญหาหรือข้อเรียกร้องแล้วให้ภาครัฐแก้ไข แต่วันนี้ทุกฝ่าย “ร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ และร่วมทำ” ตั้งแต่ต้นทางในนามคณะทำงาน จึงเป็นข้อผูกพันที่ต้องลงแรงร่วมกันเพื่อผลประโยชน์ของประเทศ
เป้าหมายที่ชัดเจนและการเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการประชารัฐแบบเอาจริงเอาจังผ่านหลากหลายโครงการอย่างเป็นรูปธรรมในช่วงที่ผ่านมา จึงน่าจะทำให้ความหวังของคนไทยที่อยากเห็นประเทศพัฒนาไปในทิศทางที่ดีเข้าใกล้ความจริงมากขึ้น
-----------------------
(เล่าสู่กันฟัง : ประชารัฐ พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ : โดย...บัญญัติ คำนูญวัฒน์)



