ข่าว

อสังหาฯมุ่งหน้าพัฒนาเพื่อผู้สูงอายุ

อสังหาฯมุ่งหน้าพัฒนาเพื่อผู้สูงอายุ

26 ม.ค. 2559

อสังหาฯมุ่งหน้าพัฒนาเพื่อผู้สูงอายุ

 
     จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่า ไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมาตั้งแต่ปี 2548 (ค.ศ.2005) โดยมีประชากรผู้สูงวัยร้อยละ 10.4 ของประชาการทั้งประเทศ และคาดว่าในอีก 9-10 ปีข้างหน้า หรือในปี 2567-2568 ก็จะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ซึ่งว่ากันว่า ถึงวันนั้นน่าจะมีผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปจำนวนกว่า 9.4 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 14.5 ของจำนวนประชากรทั้งหมด 64-65 ล้านคน และจะเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 5 แสนคน จำนวนผู้สูงอายุน่าจะมีราวๆ 14.4 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นเกินร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด
 
     พูดง่ายๆ คือ จะมีผู้สูงอายุ 1 คนในประชากรทุกๆ 5 คน ทั้งนี้ แม้แต่ละประเทศจะมีความแตกต่างกันทางด้านสภาพแวดล้อม แต่ความท้าทายที่เกิดขึ้นนั้นมีหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นมิติด้านสังคม เศรษฐกิจและมิติภาคธุรกิจของแต่ละประเทศจะต้องเตรียมความพร้อมและวางแผนรองรับ ผศ.รัชด ชมภูนิช คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า จากนี้ไปกรอบความคิดในการออกแบบที่เกี่ยวข้องกับการอยู่อาศัยประกอบด้วย 3 ปัจจัยหลักๆ คือ 1.Future movement 2.Green movement 3.New contemporary
 
     สังคมปัจจุบันจะเห็นได้ว่ามีการเปลี่ยนรูปแบบโครงสร้างประชากร โดยมีประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ซึ่งประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน ฉะนั้นการออกแบบจะต้องคำนึงถึงปัจจัยดังกล่าวด้วย ประกอบกับการเติบโตของสังคมเมืองที่มีมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ พฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนที่ระบบไอทีเข้ามาเกี่ยวข้อง ล้วนเป็นส่วนประกอบที่มีผลต่อการออกแบบในอนาคตที่ผู้ออกแบบต้องคำนึงถึง และอีกปัจจัยสำคัญคือ การผสมผสานวัฒนธรรมเข้าไปในงานออกแบบ  ต้องพยายามชูอัตลักษณ์ของเราให้ชัดเจนขึ้น เพื่อเป็นจุดขายและตอบโจทย์ในส่วนลึกของผู้คนที่โหยหาความเป็นตัวตนของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการเปิดตลาดเออีซี สิ่งเหล่านี้จะเป็นจุดแข็งที่สร้างการแข่งขันในตลาด
 
     ล่าสุด คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรฯ จึงได้ร่วมมือกับบริษัท ซี.ไอ.กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นตัวแทนจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ภายใต้แบรนด์ Kingspan ผู้ผลิตผนังสำเร็จรูปคุณภาพสูงจากประเทศอังกฤษ ได้เตรียมงานสัมมนา Shelter for Tomorrow ..กิจกรรมระดมพลังสมองของนักคิดหลากหลายสาขาครั้งแรกในเมืองไทย ที่จะขับเคลื่อนงานออกแบบและนวัตกรรมบนความเป็นไปได้ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยมีชีวิตที่อยู่ เย็นและเป็นสุข จะจัดขึ้นในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559 ณ ห้องบอลรูม ชั้น 5 โรงแรมเอส 31
 
     ในครั้งนี้นอกจากเป็นการจุดประเด็นทางความคิดแล้ว ยังเป็นการขับเคลื่อนให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการออกแบบ นอกจากคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยแล้ว การคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม พลังงาน ล้วนเป็นสิ่งที่สามารถทำควบคู่กันไป
 
 
แอล.พี.เอ็น.ต่อยอดพัฒนาเพื่อทุกวัย
 
 
     นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN กล่าวว่า ในปี 2558 ลูกค้าบริษัทที่จัดอยู่ในกลุ่มอายุ 56 ปีขึ้นไปที่ซื้อโครงการของทางบริษัท คิดเฉลี่ยประมาณ 7-10% ของจำนวนยูนิตที่ขายทั้งหมด จำนวนลูกบ้านผู้สูงอายุและเด็กในโครงการที่ทางบริษัทบริหารชุมชนอยู่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันพบว่าประชากรในครอบครัวลุมพินีมีอยู่ทุกช่วงอายุ แบ่งเป็น วัยเด็ก 1-10 ปี 2% วัยรุ่น 11-20 ปี 7% วัยทำงาน 21-55 ปี 89% และผู้สูงวัย 56 ปีขึ้นไป 2% ทั้งนี้โครงการที่พัฒนาไปก่อนหน้าที่มีกลุ่มผู้ซื้อเป็นวัยทำงานเริ่มก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุเพิ่มขึ้น ผู้สูงอายุเหล่านี้จัดเป็นผู้สูงอายุรุ่นใหม่ ไม่มีปัญหาสุขภาพรุนแรง ช่วยเหลือตัวเองได้ดี มีความต้องการในการมีกิจกรรมพักผ่อน ปัญหาสำคัญคือ ความเหงา ความต้องการมีงานอดิเรกทำ ต้องการอิสระ ใส่ใจในการดูแลรักษา
 
     ล่าสุดบริษัทได้ร่วมมือกับ ดร.พร วิรุฬห์รักษ์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมการวิจัยเพื่อต่อยอดนวัตกรรม “ชุมชนน่าอยู่สำหรับคนทุกวัย” Episode 2 ต่อยอด “ชุมชนน่าอยู่” พร้อมเปิดจองห้องชุดออนไลน์ครั้งแรก รองรับโลกโซเชียล ซึ่งผลวิจัยพบว่า ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในโครงการประมาณ 18% อาศัยอยู่คนเดียว ความต้องการภายในห้องพัก 3 อันดับแรก คือ 1.ปุ่มแจ้งเหตุฉุกเฉิน 2.ราวจับในห้องน้ำ และ3.วัสดุปูพื้นที่กันลื่น นอกจากนี้พื้นที่ส่วนกลาง มีความต้องการ เครื่องออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ และพื้นทางลาดหรือพื้นไม่มีระดับ ห้องพยาบาลสำหรับปฐมพยาบาลเบื้องต้น ห้องกิจกรรมผู้สูงอายุ
 
     โดยโครงการลุมพินี วิลล์ ราชพฤกษ์-บางแวก เป็นโครงการนำร่องที่นำเอาผลวิจัยมาพัฒนาต่อยอดพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยภายใต้แนวคิด “ชุมชนน่าอยู่สำหรับทุกวัย” ตั้งอยู่บนถนนบางแวก เนื้อที่กว่า 11 ไร่ จำนวน 5 อาคาร สูง 8 ชั้น จำนวนห้องชุด 1,085 ยูนิต ราคาขายต่อตร.ม. 48,000 บาท ขนาดห้องชุดเริ่มต้น 22.5-26.50 ตร.ม. พร้อมส่งมอบในไตรมาส 2 ปี 2560 สมบูรณ์พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ได้เริ่มเปิดขายไปเมื่อวันเสาร์ที่ 23 มกราคม ที่ผ่านมา ได้เปิดขายห้องชุดผ่านระบบออนไลน์เป็นครั้งแรก นับเป็นนวัตกรรมการขายใหม่ผ่านระบบออนไลน์ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้เลือกห้องชุดมุมสวยและสามารถเลือกพิจารณาพร้อมซื้อได้ตลอด 24 ชั่วโมง