ข่าว

รวบแม่ค้าตกอับตระเวนลักทรัพย์ร้าน 7-11

รวบแม่ค้าตกอับตระเวนลักทรัพย์ร้าน 7-11

28 ก.ค. 2552

จับแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวตกอับ ร่วมแก๊งตระเวนลักทรัพย์ 7-11 ขโมยแผ่นซีดี-ดีวีดีร่วม 20 แผ่น ซุกเสื้อหนาวขนาดใหญ่ที่ผ่านการดัดแปลง อ้างถูกชวนร่วมแก๊ง ใช้วิธีพาลูกสาว-ชายเดินในร้าน หยิบแผ่นซีดีวางรอไว้ก่อนรอสัญญาณเรียก ทำมาแล้วร่วม 10 ครั้ง

(28ก.ค.) พ.ต.อ.อนุชา อ่วมเจริญ ผกก.สน.เพชรเกษม พร้อมพ.ต.ท.ไพโรจน์ ไตรธรรม สวป.สน.เพชรเกษม และเจ้าหน้าที่สายตรวจ ร่วมกันจับกุมตัว น.ส.พัชรี หรือ“โอ๋” เปรมดาบ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28/4 หมู่ 2 ต.ทวีวัฒนา อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี พร้อมของกลางเสื้อกันหนาวขนาดใหญ่ สีส้มซึ่งถูกดัดแปลงให้มีช่องลับสำหรับยัดใส่ของได้จำนวนมาก 1 ตัว แผ่นซีดี-ดีวีดี เพลงและภาพยนตร์ จำนวน 17 แผ่น รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน รถใหม่ยังไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 คัน และกระเป๋าอีก 6 ใบ โดยจับกุมตัวได้ที่หน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ในหมู่บ้านสุขสันต์ 3 ซอยคลองหนองใหญ่ ถนนสุขาภิบาล 1 แขวงและเขตบางแค กทม.
 
 พ.ต.อ.อนุชา เปิดเผยว่า การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก ทางผู้จัดการร้านดังกล่าวได้โทรศัพท์มาแจ้งตำรวจว่า มีกลุ่มคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ภายในร้าน และสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาที่ก่อเหตุไว้ได้ จำนวน 1 คน เมื่อกำลังเจ้าหน้าที่ไปถึง พบ น.ส.พัชรี ถูกพนักงานของร้านสะดวกซื้อจับกุมตัวอยู่เลยขอตรวจค้น พบของกลางเป็นแผ่น ซีดี-ดีวีดี เพลงและภาพยนตร์ จำนวนมากซุกอยู่ในเสื้อกันหนาว จึงเชิญตัวมาสอบสวนที่ สน.เพชรเกษม
 
 จากการสอบสวน นางพัชรี ยอมรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยเป็นแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวอยู่แถวพุทธมณฑล สาย 4 แต่ระยะหลังเศรษฐกิจไม่ดี ประกอบกับมีภาระต้องส่งค่างวดรถ จยย.ที่เพิ่งซื้อมาใหม่และเลี้ยงดูลูกชาย ซึ่งกำลังเรียนอยู่ชั้น ป.1 จึงทำให้มีหนี้สินท่วมหัว เลยตัดสินใจโทรศัพท์ไปหาเพื่อนชื่อ นางทัศนีย์ หรือ “เอ๋” ขาวขำ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47 หมู่ 2 ต.ทวีวัฒนา อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี เพื่อขอยืมเงินจำนวน 5,000 บาท แต่นางทัศนีย์ บอกว่าไม่มีเงินเช่นกันเพราะสามีที่เพิ่งพ้นโทษออกจากคุกคดีลักทรัพย์ ก็หนีไปบวชไม่ยอมสึก ทำให้มีภาระต้องเลี้ยงดูลูกคนเดียวถึง 4 คน  ดังนั้นถ้าอยากได้เงินจะต้องไปทำงานด้วยกัน
 
 นางพัชรี กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นประมาณ 10 วัน  นางทัศนีย์ ได้โทรศัพท์มาหาพร้อมกับชักชวนให้ขี่รถจักรยานยนต์มาพบที่ห้องพัก ในซอยเพชรเกษม 112 โดยอ้างว่าจะไปหาเงินด้วยกัน เมื่อตนมาถึงห้องพัก  นางทัศนีย์ ให้สวมเสื้อกันหนาว ที่ถูกดัดแปลงให้มีช่องลับสำหรับยัดใส่ของได้จำนวนมาก จากนั้นได้ขี่รถจักรยานยนต์นำหน้าให้ตนขี่ตามไปที่ร้าน  7-11 แห่งหนึ่งในย่านนั้น ก่อนที่ นางทัศนีย์จะพาลูกสาววัย 12-13 ปี เดินเข้าไปในร้านก่อนเพื่อดูลาดเลา  โดยระหว่างนั้นนางทัศนีย์ และลูกสาว จะใช้วิธีหยิบแผ่นซีดี-ดีวีดี แยกไว้เป็นตั้งๆ เพื่อให้ง่ายต่อการหยิบ ก่อนจะส่งสัญญาณให้ตนตามเข้าไปคว้าใส่กระเป๋าลับภายในเสื้อกันหนาวตัวดังกล่าวแล้วพากันหลบหนีออกมา
 
 “หลังจากได้แผ่นซีดีและแผ่นดีวีดีมา นางทัศนีย์จะให้ค่าจ้าง จำนวน 1,500 บาท หลังจากนั้นนางทัศนีย์ ได้โทรศัพท์ชักชวนให้ไปก่อเหตุลักษณะเดียวกันติดกันถึง 9 วัน  สำหรับช่วงเวลาที่ใช้ลงมือประมาณหลังเที่ยงคืน จนถึงเช้าตรู่ บางคืนตระเวนไปก่อเหตุในร้าน 7-11  ย่านเดียวกันถึง 5 สาขา ได้มากบ้างน้อยบ้าง โดยฉันจะได้ส่วนแบ่งขั้นต่ำ 500 บาท ส่วนนางทัศนีย์ก็จะสลับสับเปลี่ยนลูก ๆ มาร่วมลงมือด้วยเสมอ โดยคนโตเป็นลูกชายอายุ ประมาณ 15 ปี คนรองเป็นลูกสาว อายุประมาณ 12-13 ปี และคนที่ 3 เป็นลูกสาวอายุประมาณ 5 ขวบ ส่วนคนสุดท้องนั้นเป็นลูกสาวอายุเพียง 7 เดือน” นางพัชรี กล่าว
 
 ขณะเดียวกัน นายนพภาณุ ชุติมาเมธี อายุ 33 ปี ผู้จัดการร้านสะดวกซื้อฯ ซึ่งเป็นผู้เสียหาย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลา 06.00 น.เห็นนางพัชรี ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดหน้าร้าน เดินเข้ามาพร้อมกับ นางทัศนีย์ และเด็กผู้หญิงอีกคนหนึ่งอายุ ประมาณ 12-13 ปี โดยทั้ง 3 คน ทำทีมีพิรุธเพราะจะจ้องมองพฤติกรรมของพนักงานในร้านตลอดเวลา จากนั้นคล้อยหลังไปเพียง 5 นาที พนักงานร้านได้เดินไปตรวจสอบที่ชั้นวางสินค้าประเภทซีดี-ดีวีดี ปรากฏว่า สินค้าได้หายไปแล้ว จึงได้โวยวายขึ้นทำให้นางทัศนีย์และเด็กผู้หญิงไหวตัวทันรีบวิ่งหนีออกไปก่อน ส่วนนางพัชรี ถูกตนและพนักงานช่วยกันจับกุมตัวไว้ได้
 
 ด้าน พ.ต.ท.ไพโรจน์ กล่าวว่า เบื้องต้นชุดจับกุมได้แจ้งข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ แก่นางทัศนีย์ ก่อนส่งตัวให้ พ.ต.ท.มนัสพันธ์ กิ่งนนอกวงศ์ พนักงานสอบสวน (สบ.3) สน.เพชรเกษม ดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนนางทัศนีย์ ที่หลบหนีไปได้พร้อมูกสาวนั้น จะประสานข้อมูลกับฝ่ายสืบสวน เพื่อเร่งติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป