
ล็อกถล่ม!'สุวัจน์'ตกเก้าอี้นายกเทนนิส
23 ม.ค. 2559
เลือกตั้งเทนนิสพลิกล็อก สมบัติ เอื้อมมงคล ขึ้นรั้งตำแหน่งนายกสมาคมคนใหม่ ชนะ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ที่ครองเก้าอี้ตัวนี้มาถึง 7 สมัย ด้วยคะแนน 35-19 เสียง
23 ม.ค. 59 สมาคมกีฬาเทนนิส ลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2559 ที่ห้องประชุมชั้น 2 ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ เมืองทองธานี โดยมีวาระสำคัญคือการเลือกตั้งนายกสมาคมและผู้แทนสโมสรเครือสมาชิก หลังจากที่ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นายกสมาคมคนปัจจุบันและคณะกรรมการอำนวยการสมาคมหมดวาระบริหาร โดยที่ประชุมแต่งตั้ง “บิ๊กเยิ้ม” พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร อดีตแม่ทัพภาค 2 ในฐานะอุปนายกสมาคมเป็นประธานดำเนินการประชุมและการเลือกตั้ง
การประชุมครั้งนี้มีสโมสรสมาชิกเข้าร่วม 60 สโมสร จากทั้งหมด 62 สโมสร โดยมีน.ส.กมลวรรณ สุทธิบุตร หัวหน้างานองค์กรกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เป็นผู้สังเกตการณ์ โดยที่ประชุมมีการรับรองงบดุล สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2558 มีรายรับ 39,404,669.31 บาท รายจ่าย 59,228,815.41 บาท รวมรายจ่ายสูงกว่ารายรับ 20,360,252.78 บาท (รวมภาษี 536,106.68) และรับทราบว่ามีสมาชิกสิ้นสุดสมาชิกภาพ เนื่องจากไม่เข้าร่วมการประชุมใหญ่สามัญประจำปีและประชุมวิสามัญประจำปี รวม 2 ครั้งติดต่อกัน จำนวน 10 สโมสร ดังนี้ ค่ายสุรนารี, เทศบาลวารินชำราบ, เทศบาลนครหาดใหญ่, สนามเทนนิส-สระว่ายน้ำบางนา, บุญรอดบริวเวอรี่, โรงเรียนทิวไผ่งาม, สุไหงโก-ลก, สุราษฎร์ธานี, กฝผ. และโรงเรียนอมาตยกุล ซึ่งมีการถกเถียงถึงเรื่องนี้ ก่อนที่คณะกรรมการอำนวยการสมาคมชี้แจงว่าพยายามหาช่องทางให้แล้ว โดยประสานถามไปที่กกท. แต่ไม่สามารถคงสมาชิกภาพไว้ได้
จากนั้นเข้าสู่วาระการเลือกตั้งนายกสมาคมและผู้แทนสโมสรเครือสมาชิก ซึ่งที่ประชุมมีการถกเถียงกันถึงเรื่องการลงคะแนนว่า จะเป็นการโหวตลับหรือว่าเปิดเผย ก่อนมีมติเห็นชอบให้เป็นการลงคะแนนลับ ต่อจากนั้นผู้แทนสโมสรเสนอชื่อผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกสมาคม ปรากฏว่า มี 2 คน คือนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นายกสมาคม 7 สมัยติดต่อกัน และนายสมบัติ เอื้อมมงคล อดีตนักกีฬาเทนนิสทีมชาติ อดีตประธานฝ่ายเทคนิคสมาคม ซึ่งสร้างความฮือฮาให้ผู้ร่วมการประชุม รวมถึงสื่อมวลชนที่เฝ้าสังเกตการณ์ เนื่องจากไม่มีกระแสข่าวมาก่อนว่าจะลงสมัครชิงตำแหน่งนี้ด้วย และหลังจากที่สโมสรสมาชิกลงคะแนนลับ ปรากฏว่า นายสมบัติ ได้ 35 คะแนน นายสุวัจน์ ได้ 19 คะแนน โดยมีบัตรเสีย 4 ใบ ไม่ลงคะแนน 2 ใบ
สมบัติ เอื้อมมงคล
หลังทราบผลการเลือกตั้ง นายสุวัจน์ ซึ่งนั่งอยู่ในห้องประชุมสักพักด้วยสีหน้าเคร่งเครียดก่อนเดินออกจากห้องไป ให้สัมภาษณ์ว่า การเลือกตั้งเป็นเรื่องที่สมาชิกตัดสินใจกัน ตนยอมรับในผลการเลือกตั้ง หากว่าหลังจากนี้สมาคมกีฬาเทนนิส ลอนเทนนิสสมาคม มีอะไรให้ช่วยเหลือก็พร้อมจะช่วยเหลือทุกด้าน ส่วนแผนงานที่เคยวางเอาไว้ ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการอำนวยการชุดใหม่ว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร สำหรับ 7 สมัยที่ผ่านมากับการเป็นนายกกีฬาเทนนิส วงการเทนนิสมีการพัฒนาและได้รับความนิยมจากคนทั่วประเทศ ก็หวังว่าทีมงานชุดใหม่จะช่วยให้กีฬาเทนนิสพัฒนาก้าวต่อไปได้
ส่วนผลการเลือกผู้แทนสโมสรสมาชิก ผู้ที่มีคะแนนสูงสุด 9 คน ได้แก่ พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร, นายวิเชษฐ์ ทีปกากร, ดร.ทวีศักดิ์ ศิลกุล, พล.ท.หญิงอัญชลี เกิดผลงาม, นายธานี แสนยาอุโฆษ, นายไทยทนุ วรรณสุข, นางพรลภัส งามสมเสน, นายชาญณรงค์ จั่นนอก และนายกฤตชัย เนยโอชา แต่หลังจากการประกาศผล ปรากฏว่า พล.อ.ธวัชชัย ขอสละสิทธิ์ ทำให้นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา ที่มีคะแนนรองลงมา ได้รับการเลือกตั้งแทน
จากนั้น พล.อ.ธวัชชัย กล่าวว่า ในฐานะประธานการประชุม และประธานการเลือกตั้ง มีความเห็นส่วนตัวว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้มีความไม่ชอบมาพากล จึงอยากให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ โดยเฉพาะการลงคะแนนเลือกกรรมการอำนวยการจากสโมสรสมาชิกทั้ง 9 สโมสร ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยให้มีการลงคะแนนลับ แต่ครั้งนี้กลับลงคะแนนลับ และยังเป็นลักษณะเหมือนมีการล็อบบี้กันมาก่อน จึงมีความหวั่นเกรงว่าจะทำให้วงการเทนนิสที่กำลังก้าวได้ดีกลับต้องถดถอยลง โดยจะแจ้งให้การกีฬาแห่งประเทศไทยทราบอีกครั้งในรายงานการประชุม ถ้าผู้ที่ได้รับเลือกตั้งไม่พอใจจะฟ้องศาลปกครอง ตนก็พร้อมไปชี้แจงถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
ด้าน น.ส.กมลวรรณ ผู้แทนกกท. กล่าวว่า กรณีของ พล.อ.ธวัชชัย นั้นถือว่าเป็นการแสดงความเห็นส่วนตัว สำหรับการดำเนินการเลือกตั้งทุกอย่างนั้นถือว่าเป็นไปตามข้อบังคับ อย่างไรก็ตามในข้อกฎหมายนั้นยังมีสิทธิ์ให้คณะกรรมการชุดเก่าสามารถยื่นคัดค้านมติที่ประชุมได้ โดยต้องให้กรรมการสมาคมไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 หรือว่าสโมสรสมาชิก ไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ยื่นคัดค้านถึงผู้ว่าการ กกท. ภายใน 30 วัน ซึ่งจะมีการพิจารณากันต่อไป โดยในจุดนี้ทางคณะกรรมการชุดเดิมจะเป็นผู้ที่ทำงานไปก่อน จนกว่าผู้บริหารชุดใหม่จะได้รับการจดทะเบียนจากผู้ว่าการ กกท.
ขณะที่ นายสมบัติ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า จากการที่มีการกล่าวหาว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ยุติธรรมนั้น อยากบอกว่าเสียงที่เลือกตั้งในครั้งนี้ คือเสียงที่สนับสนุนนายสุวัจน์มาตลอดในช่วงหลัง ไม่ได้มีสโมสรใหม่เข้ามาแต่อย่างใด ดังนั้นคิดว่าการเลือกในครั้งนี้บริสุทธิ์ยุติธรรมดีแล้ว ซึ่งจริงๆ แล้ว ไม่ได้มีความคิดที่จะเข้ามาแต่แรก เพราะมิเช่นนั้นคงจะประกาศท้าชิงตำแหน่งไปก่อนแล้ว แต่การเข้ามาทำงานในครั้งนี้ยินดีที่จะทำงานร่วมกับทุกคน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องการเห็นฮีโร่เกิดขึ้นในวงการเทนนิสใหม่อีกครั้ง



