
ร.ต.อ.เครียด!ยิงตัวตายคาบ้านพัก
23 ม.ค. 2559
สลดอีก! ร.ต.อ. เครียดยิงตัวตายคาห้องน้ำที่บ้านพักจ.พิษณุโลก ภรรยาเผยสามีบ่นเครียดเรื่องงานบ่อยครั้ง
เมื่อเวลา 06.00 น.วันที่ 23 มกราคม 2559 พ.ต.ท.วัชรพงษ์ ธรรมวงศ์ ร้อยเวร สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งเหตุ มีตำรวจใช้อาวุธปืนยิงตัวตาย ในห้องน้ำที่บ้านพักของตัวเองเลขที่ 105 ม.3 ต.บ้านคลอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ผู้ก่อเหตุยิงตัวตายคือ ร.ต.อ.วิโรจน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว ปัจจุบันเป็นพนักงานสอบสวนที่ สภ.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบบ้านหลังดังกล่าว เป็นบ้าน 2 ชั้น โดยในที่เกิดเหตุพบนางอรุณี (สงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี เป็นภรรยาของผู้เสียชีวิต กำลังร้องไห้เสียใจกับเหตุการณ์ดังกล่าว และมีเพื่อนบ้านคอยปลอบให้กำลังใจอยู่
สำหรับจุดที่ ร.ต.อ.วิโรจน์ ยิงตัวตายนั้น อยู่ในห้องน้ำชั้นล่างของบ้านพัก สภาพเดิมคือล็อคประตูห้องน้ำไว้ มีซองปืนวางอยู่บนเครื่องซักผ้าหน้าห้องน้ำ และรองเท้าแตะของผู้เสียชีวิตอยู่หน้าห้องน้ำ และพบร่องรอยการพังประตูเข้าไปด้วยขวานของเพื่อนบ้าน โดยแพทย์เวร และจนท.พิสูจน์หลักฐาน ได้เปิดประตูห้องน้ำเข้าไปตรวจสอบพบว่า ผู้เสียชีวิตอยู่ในสภาพนอนขวางประตูห้องน้ำอยู่ สวมเสื้อยืดชุดฝึกสีขาว กางเกงขาสั้น มีปืนขนาด .357 อยู่ด้านใต้ขา และพบหัวกระสุนปืนตกอยู่ใกล้โถส้วม
จากการตรวจสอบร่องรอยการยิง พบว่า ได้ยิงเข้าขมับขวา กระสุนกระลุขมับซ้าย ขณะที่ปืนของผู้เสียชีวิตนั้นพบปลอกกระสุนที่ยิงแล้วคาลูกโม่อยู่ 1 ปลอก และกระสุนที่บรรจุเต็มลูกโม่อีก 5 นัด คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง โดยจนท.พิสูนจ์หลักฐานได้เก็บคราบเขม่าดินปืนที่มือของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ข้าง ตรวจวิถีกระสุน ก่อนมอบหมายให้จนท.กู้ภัยข่าวภาพนำร่างผู้เสียชีวิตไปผ่าชันสูตรที่นิติเวช รพ.พุทธชินราชต่อไป
จากการสอบถาม นางอรุณี ภรรยาผู้เสียชีวิต ทราบว่า ได้อยู่กินกับผู้เสียชีวิตมา 25 ปีแล้ว ตนมีบุตรสาวติดมา 2 คน แต่ก็ไม่มีปัญหาทางบ้าน สามีตนก็เลี้ยงดูลูกอย่างดี ภายในบ้านไม่มีปัญหาเรื่องส่วนตัวใด ๆ ก่อนหน้านี้ ผู้เสียชีวิตเคยทำงานเป็นตำรวจประจำศาลจังหวัดพิษณุโลก ก่อนที่จะย้ายไปเป็นพนักงานสอบสวนที่ สภ.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ได้ 3 ปีแล้ว และเมื่อต้นเดือนมกราคม2559นี้ ก็เพิ่งได้เลื่อนยศเป็น ร.ต.อ.ยังคุยกันอยู่จะไปให้ปู่ติดยศให้ที่ จ.แพร่ ซึ่งในระยะหลังสามีตนเมื่อกลับมาบ้านก็มักจะบ่นเครียดเรื่องงาน โดยเฉพาะเรื่องการสอบสวน มาคุยให้ตนฟัง หลังสุดเครียดเรื่องการสอบสวนคดีฆ่ากันตาย และบอกอยากออกจากงาน กลับบ้านมาทีไรก็จะบ่นให้ตนเองฟัง ซึ่งตนเองก็พยายามไม่ให้สามีเครียด ก็บอกไปถ้าอยากออก ก็ออกมา เรามีพร้อมหมดแล้วจะไปเปิดร้านลาบหน้าปากซอยก็ได้ ประกอบกับในก่อนหน้านี้ทางโรงพักที่สามีตนเองมีการโยกย้ายของผู้บังคับบัญชา จึงส่งให้สามีตนเครียดหนักไปอีก
นางอรุณี กล่าวต่อว่า เมื่อคืนวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา สามีกลับมาถึงบ้านประมาณเวลา 20.30 น.หลังจากดื่มสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงานที่ อ.วังทอง แต่ก็ไม่ได้เมามาก เพราะปกติจะดื่มเล็กน้อยและจะหลับเป็นประจำ เมื่อมาถึงก็พูดคุยกันให้หาทำกับข้าวกินเอง และปกติแล้วตนจะแยกกันนอน สามีจะนอนห้องโถงกลางบ้าน นอนดูโทรทัศน์ทุกวัน เช้าวันนี้ประมาณ 05.00 น.ตนตื่นขึ้นมาไม่พบสามีนอนอยู่หน้าห้องโถง ดูที่ห้องน้ำข้างบนก็ไม่เจอ จึงลงมาดูข้างล่าง ก็เห็นรองเท้าแตะอยู่หน้าห้องน้ำ และประตูห้องน้ำล็อกไว้ เคาะประตูก็ไม่มีเสียงตอบรับ แถมยังมีซองปืนวางอยู่หน้าประตู ทำให้ตนตกใจอย่างมาก จึงไปเรียกเพื่อนบ้านคือ นางสำลี ปานมี ที่อยู่ติดกันมาช่วยนำขวานมาพังกลอนประตูเข้าไป ก็พบว่าสามีตนนอนขวางประตูและเสียชีวิตแล้ว และไม่ทราบว่าก่อเหตุยิงตนเองช่วงเวลาไหน เนื่องจากตนหลับสนิท ไม่ได้ยินเสียงปืน
ด้าน พ.ต.อ.อาคม ช้างพลายแก้ว ผกก.ฝอ.ภ.จว.พิษณุโลก ที่เพิ่งได้รับคำสั่งจาก ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก ไปดำรงตำแหน่งรักษาราชการแทน ผกก.สภ.แก่งโสภา เปิดเผยว่า วันนี้เป็นวันแรกที่ตนจะไป สภ.แก่งโสภา ก่อนหน้านี้เคยไปอยู่ที่ สภ.แก่งโสภา ระยะหนึ่ง ก็เคยพบผู้เสียชีวิต ที่ปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวน สภ.แก่งโสภา ที่ปกติเป็นคนเงียบ ๆ การทำงานสอบสวนที่ สภ.แก่งโสภา คดีก็ไม่มากเท่ากับงานสอบสวนในเขตเมือง อาจจะเครียดเรื่องงาน เพราะเป็นคนเงียบ แต่การทำงานก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรมาก



