ข่าว

เทเลแกรมแอพขวัญใจผู้ก่อการร้าย

เทเลแกรมแอพขวัญใจผู้ก่อการร้าย

23 ม.ค. 2559

เวิลด์วาไรตี้ : เทเลแกรม แอพขวัญใจผู้ก่อการร้าย : โดย...วจน พรหโมบล

 
     ในโลกยุคใหม่ที่โอนย้ายการสื่อสารจากเครือข่ายโทรคมพื้นฐานไปสู่การติดต่อระหว่างกันผ่านตัวเลขดิจิทัล 0 กับ 1 ในโลกอินเทอร์เน็ต ที่พัฒนาขึ้นมาอีกระดับสู่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไร้สายผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต ที่มีซอฟต์แวร์ที่เรียกว่า แอพพลิิเคชั่น เป็นเครื่องมือสำคัญในการเชื่อมต่อส่งข้อมูลระหว่างกัน กลายเป็นเครือข่ายการสื่อสารที่กว้างไกลเกือบจะไร้ขอบเขต เพราะสามารถเข้าถึงผู้คนที่อยู่ทุกมุมโลกได้อย่างสะดวก รวดเร็ว
 
     อีกทั้งยังมีความเป็นส่วนตัวสูง หากแอพพลิเคชั่นที่ใช้ในการสื่อสารนั้นมีการ “เข้ารหัส” ไว้ด้วย
 
     เช่นเดียวกับ แอพพลิเคชั่นชื่อ “เทเลแกรม” ที่กลายเป็นดาบสองคมในระบบการสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตไร้สาย เนื่องจากแอพพลิเคชั่นนี้มีการเข้ารหัสที่ยากต่อการถอด และได้รับความนิยมในกลุ่มอิทธิพลมืด
 
เทเลแกรมแอพขวัญใจผู้ก่อการร้าย
 
     อย่างกลุ่มก่อการร้ายรัฐอิสลาม (ไอเอส) ที่ใช้เทเลแกรมในการสื่อสารข้อมูลความลับกันอย่างมากมาย ทำให้เทเลแกรมถูกมองไปว่าเป็นเครื่องมือของผู้ก่อการร้ายไปเสียแล้ว
 
     หลักฐานการใช้เทเลแกรมของกลุ่มไอเอสปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนจากการสอบสวนของตำรวจฝรั่งเศสในคดีการโจมตีกรุงปารีสเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2558 ที่พบว่าไอเอสใช้เทเลแกรม เป็นสวรรค์ของการสื่อสารมาสักพักใหญ่แล้ว
 
     จากการสอบสวนพบว่า ย้อนไปเมื่อเดือนกันยายน ไอเอสเปิดตัว “แชนแนล” หรือช่องทางการสื่อสารอย่างเป็นทางการของไอเอสโดยตรงในกรอบเครือข่ายบริการของเทเลแกรม และในแต่ละแชนแนล จะมีการเรียกชื่อต่างกันไปและมีผู้ที่มีทักษะในภาษาต่างๆ หลายภาษาในการติดต่อสื่อสารกับผู้ที่เข้าร่วมการติดต่อกับไอเอสในแชนแนลเหล่านี้
 
     หนึ่งในแชนแนลของไอเอสมีชื่อว่า นาเชอร์ (Nashir) นั้นมีการแปลภาษามากถึง 8 ภาษาด้วยกัน ทั้งอาราบิก  ฝรั่งเศส เยอรมัน และตุรกี เป็นต้น
 
     ทุกแชนแนลสอบย้อนกลับไปได้ยังเซิร์ฟเวอร์ในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี
 
เทเลแกรมแอพขวัญใจผู้ก่อการร้าย
 
     นอกจากจะใช้ในการโจมตีกรุงปารีสแล้ว สมาชิกไอเอสยังใช้ในการติดต่อประสานงานในการก่อเหตุระเบิด-ยิง ในกรุงจาการ์ตา เมืองหลวงอินโดนีเซีย เพื่อนบ้านของเราเมื่อเร็วๆ นี้ด้วยเช่นกัน
 
     นั่นแสดงให้เห็นว่าประสิทธิภาพของช่องทางการสื่อสารผ่านแอพพลิเคชั่นเทเลแกรมนั้นยังมีความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพเพียงพอที่กลุ่มก่อการร้ายใช้ในการส่งข่าวสารลับๆ ระหว่างกัน
 
     ริต้า แคทซ์ ผู้อำนวยการกลุ่มข่าวกรอง ไซท์ ที่ทำการติดตามการใช้งานสื่อออนไลน์ของกลุ่มไอเอสและกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่นับถือศาสนาอิสลามกลุ่มอื่นๆ อธิบายว่า เทเลแกรม ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วเพราะเป็นแอพพลิเคชั่นที่ใช้งานง่าย และไม่ต้องใช้เวลานานในการส่งข้อความไปยังผู้รับที่เป็นเป้าหมายทั้งยังออกแบบมาให้ทำการแนบไฟล์ไปกับข้อความได้สะดวกโดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องขนาดของไฟล์
 
     เปรียบได้ว่าผู้ใช้เทเลแกรมจะมีถนนส่วนตัวที่ไม่มีใครรู้ว่าอยู่ที่ไหนใช้แล่นไปยังที่ต่างๆ ในโลกใบนี้ได้อย่างรวดเร็ว และ มีอิสระที่จะเลือกใช้มอเตอร์ไซค์ จนถึงรถบรรทุกข้าวสารเต็มคัน แล่นบนถนนเส้นนี้โดยไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคอยดักระหว่างทาง
 
เทเลแกรมแอพขวัญใจผู้ก่อการร้าย
 
     แล้วเทเลแกรมนั้นถือกำเนิดมาอย่างไรกัน จริงๆ แล้วเทเลแกรมเป็นแอพพลิเคชั่นที่เป็นผลงานของนายพาเวล ดูรอฟ ผู้ที่ได้ชื่อว่า “มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก แห่งรัสเซีย” ที่ใช้มันสมองอันชาญฉลาดออกแบบเทเลแกรมให้ “รวดเร็ว เรียบง่าย และไม่มีค่าใช้จ่าย” ทั้งยังมีระบบการเข้ารหัสที่แน่นหนา ทำให้การสนทนาระหว่างผู้ใช้เป็นความลับได้ตลอดกาล เพราะจะไม่ทิ้งร่องรอยของข้อความไว้ระหว่างทางจากผู้ใช้คนหนึ่งถึงผู้ใช้อีกคนหนึ่ง ทั้งยังมีระบบการตั้งเวลาทำลายตัวเองของข้อความอีกด้วย
 
     เขาสร้างเทเลแกรมขึ้นมาจากชุดรหัส เอ็มทีโปรโตคอล ซึ่งอันที่จริงแล้วเทเลแกรมก็เป็นหนึ่งในชุดทดสอบโปรโตคอลชุดนี้ของนายดูรอฟ แต่เขาจัดสินใจนำออกเผยแพร่ให้สาธารณชนได้ใช้งานเมื่อเดือนสิงหาคม 2556 เป็นต้นมา
 
     นายดูรอฟภูมิใจในผลงานการพัฒนาของตนเองและเชื่อมั่นว่าระบบการเข้ารหัสของเทเลแกรมนั้นแน่นหนาเสียจนไม่มีใครทำลายหรือถอดรหัสระหว่างเส้นทางได้ เขาจึงตั้งเงินรางวัลสูงถึง 3 แสนดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ  10.8 ล้านบาท) สำหรับผู้ที่เอาชนะเทเลแกรมได้
 
เทเลแกรมแอพขวัญใจผู้ก่อการร้าย
 
     แต่จุดอ่อนที่สุดของเทเลแกรมก็คือตัวนายดูรอฟเอง เมื่อเขามีความขัดแย้งกับรัฐบาลรัสเซีย จนถูกบีบให้ขายหุ้นบริษัท วีคอนทัคเล (VKontakle) เครือข่ายโซเชียลเน็ตเวิร์กที่เขาสร้างขึ้นมาให้แก่ผู้อื่น และต้องหลบลี้หนีออกมาจากรัสเซีย
 
     ปัจจุบันเทเลแกรมยังคงเป็นแอพพลิเคชั่นที่ไม่คิดค่าบริการ ไม่มีโฆษณาแม้จะมีผู้ใช้จำนวนมากใน 46 ประเทศ ซึ่งนายดูรอฟยืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะยังคงให้ผู้ใช้ได้ใช้บริการของฟรีที่มีความปลอดภัยสูงเช่นนี้ตลอดไปตราบเท่าที่ตนเองยังหาเงินทุนมาสนับสนุนได้
 
     อย่างไรก็ตามข่าวร้ายของเทเลแกรมก็คือ ความที่มีความปลอดภัยในการใช้งานสูง ทำให้ผู้ก่อการร้ายใช้เป็นช่องทางในการติดต่อ ส่งข้อมูลการเงิน จัดซื้ออาวุธ และกำหนดเป้าหมายการโจมตีได้โดยเสรี แม้จะมีการอ้างจากหน่วยงานภาครัฐบางประเทศว่าสามารถเจาะระบบเทเลแกรมได้แล้วแต่ก็ไม่มีการเปิดเผยอย่างจริงจังและทำให้เทเลแกรม กลายเป็นทางด่วนพิเศษ สำหรับผู้ก่อการร้ายที่ร่วมใช้งานกับพลเมืองดีต่อไป