ข่าว

ไม่ห้ามคสช.ยุ่งการเมือง5ปี

ไม่ห้ามคสช.ยุ่งการเมือง5ปี

22 ม.ค. 2559

ไม่ห้ามคสช.ยุ่งการเมือง5ปี : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยสำนักข่าวเนชั่น

            “ไม่เห็นมีความจำเป็นต้องห้าม คสช.ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง เป็นระยะเวลา 5 ปี และคงต้องนำประเด็นนี้หารือที่ประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญอีกครั้ง” มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ปัดข้อเสนอของ เจษฎ์ โทณะวณิก ที่ปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ที่เสนอให้มีการเขียนบทเฉพาะกาลในเรื่องนี้ เหมือนกับที่เขาเคยเสนอแนวคิดนี้ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญของ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เพื่อป้องกันการสืบทอดอำนาจของ คสช. เพราะหลายฝ่ายกังวลภายหลังรัฐธรรมนูญใหม่ประกาศใช้

            ยิ่งตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ใช้ระบบเลือกตั้งจัดสรรปันส่วนผสม ที่ลดทอนความแข็งแกร่งของ 2 พรรคการเมืองใหญ่เดิม คือพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ แต่ขณะเดียวกันกลับเปิดโอกาสให้พรรคขนาดกลาง มีโอกาสร่วมตั้งรัฐบาลมากขึ้น เป็น “รัฐบาลผสม” รวมทั้งการเปิดช่องให้ “คนนอก” ที่ไม่เป็น ส.ส. เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ทำให้มีการหวั่นเกรงว่า คสช.จะสืบทอดอำนาจต่อหลังเลือกตั้ง

            สำหรับตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 มาตรา 33 บัญญัติว่า “เพื่อประโยชน์แห่งการขจัดส่วนได้เสีย ห้ามมิให้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญดำรงตำแหน่งทางการเมืองภายใน 2 ปี นับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ” จะเห็นได้ว่าตามรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2557 ฉบับชั่วคราว ห้ามเฉพาะกรรมการร่างรัฐธรรรมนูญ เท่านั้น ในการดำรงตำแหน่งทางการเมือง ดังนั้นการที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่ได้ห้าม คสช. ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหลังรัฐธรรมนูญใหม่ประกาศใช้ จึงไม่เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ(ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนี้แต่อย่างใด

            “สมบัติ ธำรงธัญวงศ์” อดีตอธิการบดีนิด้า ได้ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า ที่รัฐธรรมนูญ(ฉบับชั่วคราว)พ.ศ. 2557 ห้ามกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญดำรงตำแหน่งทางการเมือง 2 ปี ก็เพราะว่า กรรมการร่างรัฐธรรมนูญมีผลประโยชน์โดยตรง อาจไปร่างรัฐธรรมนูญให้ตนเองได้ประโยชน์ แต่สำหรับ คสช.ไม่ได้มีส่วนได้เสียในการร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง และหาก คสช.ไม่มีส่วนได้เสียในทางการเมือง ก็ไม่ควรที่จะไปตัดสิทธิ

            “ในระบอบประชาธิปไตย เมื่อเข้าสู่การเลือกตั้งตามปกติ ถ้าประชาชนไม่เลือกใคร บุคคลนั้นหรือกลุ่มบุคคลนั้น ก็เข้าสู่อำนาจไม่ได้อยู่แล้ว แต่ถ้าประชาชนเลือก “คนใน คสช.” ก็ต้องยอมรับตามนั้น ส่วนที่เกรงกันว่าจะมีการสืบทอดอำนาจของ คสช. หากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ได้เขียนห้าม คสช.ยุ่งเกี่ยวทางการเมืองไว้นั้น ผมดูจากอดีตของการรัฐประหารหลายครั้ง เมื่อบ้านเมืองเข้าสู่ระบบเลือกตั้งตามปกติ ผู้ที่ทำการปฏิวัติไม่ได้ประสบผลสำเร็จทางการเมือง ดูตัวอย่าง คมช. หลังเลือกตั้ง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ตั้งพรรคมาตุภูมิ ก็ไม่ประสบผลสำเร็จทางการเมือง อีกทั้งตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องมีการเลือกตั้งภายใน 60-90 วัน ซึ่งระยะเวลาสั้นมาก หาก คสช.ตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาใหม่ และส่งคนลงแข่งเลือกตั้ง หนทางที่จะชนะพรรคการเมืองเดิม อย่างพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ แทบเป็นไปไม่ได้เลย ดังนั้นจึงอย่าไปห่วงว่า คสช.จะสืบทอดอำนาจ”

            “นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ บอกว่า ในอดีตการร่างรัฐธรรมนูญ จะห้ามผู้มีส่วนได้เสียในการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็คือ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่ถ้าจะให้บัญญัติห้ามไปถึง คสช.นั้น เห็นว่า คงมี คสช.ไม่กี่คนที่เล่นการเมืองต่อ เพราะหลายคนอายุมากแล้ว

            “อีกทั้งในอดีตผู้ที่ทำรัฐประหารเมื่อลงเล่นการเมือง เช่น ตั้งพรรคเมืองขึ้นมา ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ ดังนั้นจึงไม่น่าห่วงในเรื่องการสืบทอดอำนาจ”

            ฟังอย่างนี้แล้ว ก็ต้องสรุปว่า ไม่มีบทเฉพาะกาล ห้าม คสช.ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ก็ไม่เห็นจะเป็นไร