
ผู้พิพากษาสาวป่วยจิตวีนแตกใส่ขนส่ง
21 ม.ค. 2559
คลิปสาวใหญ่อาละวาดกรมขนส่งฯ ว่อนเน็ต โฆษกศาลยอมรับเป็นผู้พิพากษาหญิงมีปัญหาทางจิต-ขาดยา อยู่ฝ่ายธุรการ สั่งตั้งกรรมการสอบ
21 ม.ค. 59 เมื่อเวลา 12.30 น. นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 20 มกราคม ปรากฏภาพหญิงสาวในคลิปประพฤติตัวไม่เหมาะสม บริเวณกรมการขนส่งทางบก ว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่าเป็น น.ส.ชิดชนก แผ่นสุวรรณ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาประจำสำนักงานศาลยุติธรรม ช่วยทำงานในตำแหน่งผู้พิพากษาศาลชั้นต้น ประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ซึ่งมีอาการป่วยทางจิตและเข้ารับการรักษามาแล้วประมาณ 2 ปี โดยทราบจาก น.ส.ชิดชนก ซึ่งคิดว่าไม่ได้รับความยุติธรรม เรื่องการถูกกล่าวหากระทำผิด พ.ร.บ.จราจร จึงเป็นเหตุให้เกิดอารมณ์แปรปรวน และทราบว่า น.ส.ชิดชนก ไม่ได้รับประทานยามาระยะหนึ่ง ทำให้อาการกำเริบขึ้น นำมาสู่เหตุการณ์ดังกล่าว
"เรื่องนี้ นายวีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกา และนายอธิคม อินทุภูติ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ทราบเรื่องตั้งแต่วันเกิดเหตุแล้ว ได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น และมีหนังสือขอให้ศาลอุทธรณ์ ส่งตัว น.ส.ชิดชนก กลับไปปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงานศาลยุติธรรม ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ" โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวและว่า ส่วนขั้นตอนการเสนอตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงต้องบอกว่าถ้าเป็นบุคคลที่มีพฤติกรรมปกติและไปกระทำเช่นนั้นอาจจะดำเนินการทางวินัย แต่หากปรากฏข้อเท็จจริงว่า น.ส.ชิดชนก มีปัญหาทางด้านสุขภาพร่างกาย ก็เป็นเรื่องตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ ที่จะมีขั้นตอนการพิจารณาว่ายังสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อได้หรือไม่
นายสืบพงษ์ กล่าวอีกว่า สำหรับ น.ส.ชิดชนก เมื่อเดือนกรกฎาคม 2556 ศาลแขวงดุสิตได้พิพากษาลงโทษฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานและทำให้เสียทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136 ลงโทษปรับ 2,000 บาท และความผิดทำให้เสียทรัพย์จำคุก 2 เดือน และปรับ 4,000 บาท โดยศาลรอลงอาญาไว้ 1 ปี กรณีปาข้าวกล่องใส่รถยนต์ของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง หรือ บิ๊กแจ๊ด อดีต ผบช.น. และมีความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานด้วย ซึ่งศาลสั่งปรับ 1,000 บาท
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมาการปฏิบัติหน้าที่ของ น.ส.ชิดชนก มีปัญหาหรือไม่ นายสืบพงษ์ กล่าวว่า น.ส.ชิดชนก รับราชการมา 10 ปี แต่เมื่อ 2 ปีก่อนสำนักงานศาลยุติธรรมได้ส่งตัวไปช่วยราชการกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ซึ่งไม่ได้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับคดีแต่ให้ปฏิบัติหน้าที่ในงานด้านธุรการ ส่วนเวลาปกติ น.ส.ชิดชนก ถือว่าทำงานได้ดีเป็นผู้พิพากษาที่น่ารักและเป็นคนที่รักความยุติธรรมอย่างมาก แต่มีปัญหาสุขภาพจิต การควบคุมอารมณ์ ซึ่งไม่ได้รับประทานยาอย่างต่อเนื่อง ทำให้อารมณ์แปรปรวน หลังจากกลับมาปฏิบัติประจำที่สำนักงานศาลยุติธรรมแล้วทางศาลยุติธรรมจะมีเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด
ต่อข้อถามการตั้งคณะกรรมการสอบสวนมีกรอบเวลาหรือไม่ นายสืบพงษ์ กล่าวว่า ถ้าเป็นปัญหาเรื่องทางสุขภาพก็จะมีการพิจารณาเรื่องของการหย่อนความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไปหรือไม่ ซึ่งจะไม่ใช่เรื่องวินัย และจะมีการกำหนดการตรวจสอบโดยประธานศาลฎีกา แต่บทลงโทษเรื่องการหย่อนความสามารถมีกำหนดไว้ในระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. 2522 มาตรา 35 ว่าด้วยการหย่อนความสามารถนั้นเป็นเหตุผลประการหนึ่ง ที่ต้องให้ประธานศาลฎีกาโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการข้าราชการตุลาการ (ก.ต.) จะมีคำสั่งให้ผู้พิพากษาคนนั้นออกจากราชการ โดยมีสิทธิ์ได้รับบำเหน็จบำนาญ ซึ่งที่ผ่านมามีผู้พิพากษาหลายคนที่เข้าข่ายหย่อนความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเกิดจากปัญหาด้านสุขภาพ อาทิ เจ็บป่วยเป็นโรคสมองตีบ โรคมะเร็ง โดยจะถูกให้ย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีหรือให้ออกจากราชการ ซึ่งมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญ
ก่อนหน้านี้ในโลกโซเชียลมีเดีย ได้มีการแชร์คลิปวิดีโอจากผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ “Piyawat Suwanwong” ที่โพสต์คลิปวิดีโอสาวใหญ่รายหนึ่งที่ระบุว่าเป็นผู้พิพากษาอยู่ในอารมณ์ฉุนเฉียวเดินวนไปวนมา พร้อมร้องตะโกนถ้อยคำไม่สุภาพ และโยนถังน้ำดื่มที่วางอยู่บริเวณประตู และขณะขึ้นรถยนต์ส่วนตัวได้ควักบัตรประชาชนโชว์ พร้อมเรียกให้คนถ่ายคลิปเข้าไปหา ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียวว่า “สังวรไว้นะ ว่ากูน่ะเป็นนายมึง” ทั้งนี้เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังหญิงสาวดังกล่าวไปติดต่อที่กรมการขนส่งทางบก กรณีรถถูกสวมทะเบียน แต่ถูกเขียนใบสั่งเพราะจอดรถกีดขวางการจราจร กระทั่งแสดงความไม่พอใจตามที่ปรากฏในคลิปและมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากในโลกออนไลน์
ต่อมามีการติดตามจนทราบว่าหญิงสาวดังกล่าว คือ น.ส.ชิดชนก แผ่นสุวรรณ อายุ 45 ปี ผู้พิพากษาประจำสำนักงานศาลยุติธรรม เคยก่อเหตุปาข้าวกล่องใส่รถประจำตำแหน่งของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีต ผบช.น. เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2556 นอกจากนี้เคยขับรถยนต์ไปจอดขวางถนนพหลโยธินขาออก ใกล้ตลาดยิ่งเจริญ จนทำให้การจราจรติดขัด โดยนั่งอยู่ในรถไม่ยอมพูดจาจนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน ต้องยกรถคันดังกล่าวพร้อมเจ้าตัวไปเปรียบเทียบปรับที่ สน.บางเขน เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2555



