ข่าว

หมอฟันแอฟริกาใต้มัดใจสาวอุดร

หมอฟันแอฟริกาใต้มัดใจสาวอุดร

21 ม.ค. 2559

หมอฟันแอฟริกาใต้มัดใจสาวอุดร : คอลัมน์ เขยฝรั่ง...สะใภ้อินเตอร์ โดย... ณัฐวัตร ลาพิงค์

 
           เรื่องความรักของคนสองคนที่อยู่ห่างไกลกันคนละทวีปที่แทบจะไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ หากไม่ใช่พรหมลิขิตแล้วก็คงไม่มีสิ่งใดจะทำให้เกิดขึ้น เช่นความรักของ “พานี แหวนพรหม” นักธุรกิจสาวชาวอุดรธานี กับ “วอลเทอร์ ลอน์” ทันตแพทย์ชาวแอฟริกาใต้ ซึ่งทั้งคู่อยู่คนละซีกโลกแต่กลับมาพบรักกัน
 
          “พานี” ปัจจุบันอายุ 52 ปี เธอออกจากบ้านเกิดเข้ามาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่อายุ 13 ปี และเมื่ออายุ 16 ปี ก็ไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ ด้านการบริหารธุรกิจ สำเร็จการศึกษาในปี 2533 และกลับมาทำงานที่ประเทศไทยเป็นผู้จัดการบริษัทจิวเวอรี่แห่งหนึ่ง ก่อนจะกลับไปที่อังกฤษ เพื่อทำงานให้บริษัท ไทรอัมพ์บอดี้แฟชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กระทั่งปี 2551 ได้ทำงานด้านเอกสารให้มหาวิทยาลัยมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกาและเป็นตัวแทนประเทศไทยในการนำเสนอเกี่ยวกับประเทศไทยให้นักศึกษาในมหาวิทยาลัยฟัง โดยกลับมาเก็บรวบรวมเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับการนำเสนอของเธอที่ประเทศไทย
 
          ระหว่างนั้นเธอยังทำธุรกิจเกี่ยวกับความงามกับเพื่อนๆ อีก 4-5 คนในประเทศแคนาดา จึงถือโอกาสกลับมาหาวัตถุดิบที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ โดยไปเที่ยวที่ไร่แห่งหนึ่งใน จ.เชียงราย ซึ่งญาติของเธอก็ได้รู้จักกับเจ้าของไร่และขอให้เธอช่วยด้านการบริหารงานในสาขาภูเก็ตให้ แต่เธอก็ไม่ได้ตอบตกลงจะทำงานด้วย แต่จะช่วยสักระยะหนึ่งเท่านั้น ในวันรุ่งขึ้นญาติพาไปที่ไร่ใน จ.ภูเก็ต เพื่อช่วยเหลืองานในเบื้องต้น
 
          ในช่วงเช้าต้องมาประชุมกับเจ้าของไร่และจะคุยกับเพื่อนๆ ที่อินเทอร์เน็ต คาเฟ่ ภายในไร่ดังกล่าว ระหว่างนั้นเอง “วอลเทอร์ ลอน์” เดินเข้ามาทักทายและขอนั่งข้างเธอ แต่เวลานั้นเธอเองไม่ได้นิยมชายชาวต่างชาตินักเพราะคิดว่าจะเข้ามาจีบ เหมือนชาวต่างชาติที่เข้ามาเที่ยวประเทศไทยแล้วหลอกจีบสาวไทย จึงบอกว่าโต๊ะที่อยู่ติดกับเธอไม่ว่างมีคนนั่งอยู่และชี้ให้ไปนั่งตัวถัดไป วอลเทอร์ จึงพูดทักทายว่า “ผมไม่เคยเห็นคุณมาก่อนเลย คุณเพิ่งมาหรือ” ซึ่ง  พานี ก็ตอบไปว่าเป็นนักท่องเที่ยวเพิ่งมาเป็นวันแรก
 
          วอลเทอร์ จึงอาสาที่จะพาท่องเที่ยวในภูเก็ต แต่เธอรีบตอบไปว่าไม่ชอบที่จะไปที่ไหนกับผู้ชาย 2 คน ก่อนจะชี้ไปที่พี่สาวของเธอแทน แต่เขาไม่ลดละหลังจากพูดคุยกับพี่สาวของพานีเสร็จ ก็กลับมาหาเธอพร้อมกับชวนไปกินอาหารกลางวัน ซึ่งก็ได้รับคำตอบเหมือนเดิม แต่ความพยายามก็ยังไม่ลดละ ชายหนุ่มก็บอกว่าไม่ได้ไปกับคุณสองคนชวนพี่สาวของคุณไปด้วยก็ได้
 
          หลังจากที่รับประทานอาหารกลางวันวันนั้น วอลเทอร์ก็บอกกับหญิงสาวว่าจะเดินทางกลับไปยังออสเตรเลียเพื่อทำงาน ซึ่งจะกลับมาที่ภูเก็ตทุก 3 สัปดาห์ พานีจึงถามไปว่าคุณมาประเทศไทยบ่อยครั้งไม่มีผู้หญิงที่นี่หรือ วอลเทอร์ บอกว่าที่มาไทยเพราะชอบที่จะได้มาเล่นกระดานโต้คลื่นที่นี่ จากนั้นก็จะกลับไปทำงาน แต่เธอก็ยังไม่ปักใจเชื่อ ทำให้ชายหนุ่มบอกว่า “ขอผมสาบานต่อหน้าหลุมศพของแม่ผมว่าที่ผมพูดเป็นความจริง”  โดยก่อนจะจากกันไป ทั้งคู่ได้แลกเบอร์โทรศัพท์กัน ซึ่งพานีเองก็ได้กลับมาที่ จ.เชียงราย
 
          จนเวลาผ่านไป 3 สัปดาห์ วอลเทอร์ก็กลับมาและได้ส่งเอสเอ็มเอส มาชวนไปล่องเรือที่ลังกาวี แต่พานีก็ได้ตอบกลับไปว่าไม่ได้ชอบทะเลและชอบที่จะล่องเรือ แต่พี่สาวบอกว่าทำไมไม่ลองไปดูลองคบกันดูก็ได้ พานีบอกว่าหากเขาสนใจเราจริงก็ให้เขามาหาที่เชียงรายและได้บอกชายหนุ่มไปอย่างนั้น ซึ่งก็เป็นไปตามความคาดหมาย วอลเทอร์เดินทางมาที่ จ.เชียงราย และท่องเที่ยวกับครอบครัวของหญิงสาว ซึ่งทั้ง 3 วันที่ท่องเที่ยวในเชียงราย ไม่ได้มีโอกาสที่จะอยู่กัน 2 ต่อ 2 เลยสักครั้ง
กระทั่งวันสุดท้ายพี่สาวบอกว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่อยากให้ไป แต่ไม่ต้องให้คนขับรถพาไปให้พานีขับพาไปกัน 2 คนก็ได้ แต่เธอยื่นคำขาดว่าหากพี่สาวไม่ไปก็ไม่ไปเช่นกัน พี่สาวของเธอจึงตอบตกลงไปด้วย โดยให้พานี เป็นคนขับรถ และวอลเทอร์นั่งข้างๆ ในขณะที่กำลังจะออกรถนั้นพี่สาวของเธอแกล้งทำเป็นขึ้นรถเปิดประตูรถแล้วก็ปิด พานีคิดว่าพี่สาวอยู่ในรถแล้วจึงขับรถออกไป เมื่อไปถึงที่วัดร่องขุ่น ก็พบว่าเธอมากัน 2 คนกับชายหนุ่มเท่านั้น และเริ่มที่จะพูดคุยกันอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก ต่างก็ถามถึงเรื่องราวของแต่ละฝ่าย จนเวลาผ่านไป 3 ชั่วโมง ก็กลับมาที่พัก โดยคุณตาของพานีซึ่งเป็นอดีตทูตไทยประจำประเทศอังกฤษ ก็เข้าไปพูดคุยกับวอลเทอร์ ทำให้ได้รู้จักนิสัยใจคอและถูกใจกันมาก จนถึงเวลาที่จะต้องเดินทางกลับไปทำงาน โดยญาติของ พานีพากันไปส่งที่สนามบินสุวรรณภูมิ
 
           และระหว่างเดินทางจากเชียงรายไปสนามบินสุวรรณภูมิ คุณตาของพานี ก็บอกว่าคุณทั้งสองคนควรจะหมั้นกันไว้นะ ทำให้วอลเทอร์รู้สึกอายและดีใจเป็นอย่างมาก เขารีบหาซื้อแหวนเพชรมาหมั้นพานีในวันนั้น แต่วอลเทอร์ไม่ได้เตรียมความพร้อมมาก่อนว่าจะต้องมาขอหญิงสาวแต่งงาน คุณตาที่ถูกชะตากับวอลเทอร์ จึงอาสาที่จะซื้อให้ก่อน แล้วค่อยคืนให้วันหลัง ทำให้ในวันนั้นเขา ตัดสินใจที่จะไม่เดินทางกลับและพาครอบครัวของพานีเปลี่ยนแผนเดินทางไปเที่ยวภูเก็ตแทน เพื่อจะได้ทำความรู้จักกัน ซึ่งก็เป็นจุดเริ่มต้นของความรักของทั้งสองคน หลังจากที่เริ่มคบกันวันนั้นทั้งคู่ก็อยู่ร่วมกันจนถึงทุกวันนี้โดยไม่ยอมห่างกันไปไหนทำให้ทั้งคู่ผูกพันกันและรักกันมาก
 
          สำหรับวอลเทอร์ ลอน์ อายุ 62 ปี ปัจจุบันทั้งคู่มีบ้านพักอยู่ จ.เชียงราย และมีธุรกิจบ้านพักสำหรับชาวต่างชาติที่มาพักในเชียงราย นอกจากนี้พานียังซื้อบ้านที่ประเทศนิวซีแลนด์ เพราะเป็นประเทศที่เธอเคยไปท่องเที่ยวและชื่นชอบมาก และฝันว่าจะต้องมีบ้านที่ประเทศนี้ให้ได้ ซึ่งเมื่อเธอทำความฝันของเธอเป็นจริงแล้ว ทั้งคู่ซื้อสวนซึ่งปลูกอาโวคาโดด้วย โดยแรกคิดเพียงว่านำผลผลิตที่ได้มาจำหน่ายเท่านั้น แต่เมื่อพานีหาข้อมูลแล้วพบว่าอาโวคาโด มีประโยชน์มากจึงนำมาสกัดเป็นผลิตภัณฑ์เสริมความงามและนำมาจำหน่ายในไทยด้วย
 
          ทุกวันนี้พานีและวอลเทอร์ มีบ้านอยู่ 3 แห่งคือที่ออสเตรเลีย ไทย และนิวซีแลนด์ โดยอยู่ที่ละประมาณ 3 เดือน ซึ่งพานีก็ทำธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ความงาม ส่วนวอลเทอร์ก็รับงานหมอฟันเป็นครั้งคราวที่คลินิก ซึ่งช่วงบั้นปลายของชีวิตทั้งคู่ยังไม่ได้วางแผนว่าจะอยู่ที่ประเทศไหน แต่ไม่ว่าประเทศไหนหากอยู่ด้วยกันก็พร้อมจะอยู่ในทุกๆ แห่ง