ข่าว

สวัสดีเศรษฐกิจ : การชำระเงินแบบใหม่ๆ

สวัสดีเศรษฐกิจ : การชำระเงินแบบใหม่ๆ

21 ม.ค. 2559

สวัสดีเศรษฐกิจ : การชำระเงินแบบใหม่ๆ : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

 
                      หากว่าในอนาคตอีกไม่ช้าไม่นานนี้ ประเทศไทยจะมีระบบการชำระเงินแบบที่ลดปริมาณการใช้เงินสดลงไป เราลองมาคิดดูดีๆ นะครับว่า ชีวิตมันจะมีความสะดวกสบาย ปลอดภัย และสามารถตรวจสอบรายการรับหรือจ่ายได้อย่างสะดวกขึ้นหรือไม่ ลองคิดตามดังนี้นะครับ
 
                      1.มีการผูกข้อมูลที่อ้างอิงกันในบรรดาเลขประจำตัวต่างๆ ของตัวเราเริ่มตั้งแต่เอาเลขประจำตัวของบัตรประชาชนที่มีอยู่ 13 หลัก มาผูกเข้าไปกับหมายเลขโทรศัพท์มือถือ แล้วเอาไปผูกกับหมายเลขของบัญชีเงินฝากที่มีอยู่กับสถาบันการเงิน ต่อด้วยการเอาไปผูกกับเลขบัญชีสินเชื่อที่ตัวเราไปทำสัญญาไว้
 
                      2.มีระบบการยืนยันจากศูนย์กลางเมื่อเวลามีการตรวจสอบจากต้นทางเข้ามา เช่น ต้องไปเสียค่าปรับที่สถานีตำรวจ 500 บาท ก็เอาบัตรประชาชนไปเสียบเข้ากับเครื่องอ่านบัตร เช็กว่าเป็นคนนี้จริงหรือไม่ กดเบอร์โทรศัพท์มือถือ 081........ แล้วพบว่ามีบัญชีเงินฝากที่ธนาคาร เราก็กดเงินโอน 500 บาท โดยใส่รหัส 4 ตัวแบบถอนเงินจากเอทีเอ็ม เงินก็ถูกโอนจากบัญชีไปเข้าบัญชีของกระทรวงการคลัง โดยเป็นบัญชีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บัญชีย่อยสถานีตำรวจที่เรียกไปปรับเปิดเอาไว้
 
                      3.การใช้จ่ายเงินจำนวนน้อยๆ เช่น ซื้อของในร้านสะดวกซื้อ เพียงเอาโทรศัพท์ของเราไปแตะกับเครื่องอ่านมือถือ พอเขาบอกตัวเลขที่เราซื้อของว่า 100 บาท ขอคำยืนยัน เราก็กดเลขสี่ตัวแบบที่เป็นเอทีเอ็ม ยืนยัน ระบบก็จะไปตัดเงินจ่ายค่าสินค้า โดยเงินก็จะวิ่งจากคนซื้อไปยังบัญชีของคนขายที่เปิดเอาไว้กับธนาคาร เงินจากค่าสินค้าเข้าไปที่บัญชีนี้ เงินที่เป็นค่าภาษี 7% ของราคาสินค้าก็จะวิ่งไปเข้าบัญชีกระทรวงการคลัง ไม่ต้องมีการมานำส่งเงินค่าภาษีอีกต่อไป ใบเสร็จรับเงินที่เป็นใบกำกับภาษีก็ออกมาเพื่อเก็บเป็นหลักฐาน
 
                      4.ทีนี้หมายเลขของใบกำกับภาษีก็เอามาออกรางวัลคล้ายๆ กับการออกสลากกินแบ่ง หรือหวยนั่นเอง ทำไมต้องทำอย่างนั้น คำตอบคือ ทำไปเพื่อให้คนขายต้องเข้ามาอยู่ในระบบ ไม่ใช่ขายกันเงินสดไม่ออกใบกำกับภาษีอย่างที่เห็นๆ กันอยู่
 
                      5.ลองจินตนาการแบบผมนะครับ สมมุติว่าประเทศเราตัดสินใจขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 1.5% รวมกับของเดิมวันนี้ที่ 7% คิดเป็น 8.5% โดยมีเงื่อนไขว่า ทุกครั้งที่หลวงได้รับภาษีแบบนี้เข้ามาให้ลงตัวเลข 1% เอาไว้ในชื่อของตัวเราเอง สะสมกันไป คล้ายกับสะสมแสตมป์ เงินที่ตัดยอดเอาไปนี้หลวงจะเก็บรักษาไว้ให้ พอเราเกษียณในวันที่่อายุครบหกสิบกับหนึ่งวัน เราก็สามารถไปถอนเอาเงินที่สะสมก้อนนี้ออกมา โดยจะถอนทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้ อ่านแล้วมันเหมือนคืนกำไรเป็นเงินสด หรือ แคชแบ็ก หรือไม่ 
 
                      6.เรามองต่อว่า รายการที่จ่ายออกรับเข้ามาจะสามารถตรวจสอบได้ทุกช่องทาง เพราะถ้ามีการตัดโอนกันทางบัญชีแล้วมันคือการเคลื่อนย้ายข้อมูลจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งเท่านั้น มันเป็นการส่งมอบอำนาจซื้อจากคนหนึ่งไปอีกคนหนึ่งเท่านั้น
 
                      7.อย่าคิดว่าจะเป็นไปไม่ได้นะครับ เพราะวันนี้ใบอนุญาตโทรคมนาคมน่าจะมีราคาสูงกว่าใบอนุญาตธนาคารพาณิชย์ไปแล้ว และเทคโนโลยีรองรับได้แล้วด้วยความรวดเร็ว สะดวกทุกที่ ดีทุกเวลาใช่หรือไม่ รวมทั้งค่าธรรมเนียมที่คิดกับคนที่ใช้บริการมักจะถูกตั้งคำถามสมัยนี้ว่ามันแพง แพงแบบไม่ค่อยมีเหตุผล เป็นข้อโต้แย้งที่มีมาโดยตลอด
 
 
 
--------------------
 
(สวัสดีเศรษฐกิจ : การชำระเงินแบบใหม่ๆ : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)