
ศาลรัฐธรรมนูญ...อำนาจที่4?
ศาลรัฐธรรมนูญ...อำนาจที่4? : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยสำนักข่าวเนชั่น
ในการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) นอกสถานที่ ได้ข้อสรุปชัดเจนว่าในร่างแรกของรัฐธรรมนูญ จะให้อำนาจแก่ “ศาลรัฐธรรมนูญ” อย่างมาก
โดยมาตรา 241 บัญญัติว่า การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามตัวอักษรหรือตามความมุ่งหมายของบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ถ้าไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญที่จะยกมาปรับแก่กรณีใดได้ ให้วินิจฉัยกรณีนั้นตามประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
เท่ากับว่า กรธ. ให้ “ศาลรัฐธรรมนูญ” มีอำนาจพิเศษในการชี้ได้ว่า อะไรคือ “ทางออก” ในเรื่องที่ประเทศชาติกำลังเข้าสู่ทางตัน หากไม่มีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เขียนในเรื่องนั้นๆ ไว้ เนื่องจากคราวนี้ไม่มี “คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ”(คปป.) ที่สามารถเข้าบริหารราชการแผ่นดินแทนรัฐบาล หากเกิดวิกฤติการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ หรือรัฐอยู่ในสถานะล้มเหลว หรือเรียกกันว่า “Fail State” เหมือนกับร่างรัฐธรมนูญฉบับบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ที่ถูกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ตีตกไปก่อนหน้านี้
ก่อนหน้านี้ เมื่อตอนที่ “มีชัย ฤชุพันธุ์” เข้ารับหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เขาก็ได้บอกตั้งแต่แรกแล้วว่า จะไม่พยายามสร้างองค์กรใหม่ แต่พยายามใช้องค์กรที่มีอยู่ เช่นว่า ถ้าในช่วงที่เกิดวิกฤติ ก็ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า จะให้เดินไปทางไหน เพราะว่าที่ผ่านมาเกิดกรณีที่ฝ่ายต่อต้านรัฐบาล บอกว่า รัฐบาลพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว แต่รัฐบาลในขณะนั้นโต้แย้งว่า ยังอยู่ในตำแหน่งอยู่ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญปี 2550 ไม่ได้มีการบัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า ในกรณีที่เกิดวิกฤติบ้านเมืองเข้าสู่ทางตัน องค์กรใดจะทำหน้าที่ชี้ขาดหาทางออกให้ ในที่สุดกองทัพก็เข้ามาทำการรัฐประหาร แต่ต่อไปนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ จะเข้ามาผ่าทางตันให้
อย่างไรก็ตาม ในสายตาของอำนาจเก่าอย่างพรรคเพื่อไทย กลับมองว่า การให้อำนาจแก่ศาลรัฐธรรมนูญที่จะวินิจฉัยว่า อะไรคือ “ประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ทั้งที่ไม่มีบทบััญญัติรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ เท่ากับให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็น “อำนาจที่ี่ 4” นอกเหนือจาก 3 อำนาจอธิปไตยที่มีอยู่เดิม คือนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ ส่วนในเกมการเมือง ก็มีการมองว่า การที่ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจมากมายเช่นนี้ เพื่อต้องการให้เป็นด่านตรวจหรือสกัดกลุ่มอำนาจเก่าหรือไม่
“คณิน บุญสุวรรณ” คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย มองว่า การให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าอะไรคือทางออก ทั้งที่ไม่มีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเขียนไว้ ก็เท่ากับว่า ให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็น “องค์กรเหนือรัฐธรรมนูญ” ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเมื่อไรก็ได้ และถ้าอย่างนั้นจะมีรัฐธรรมนูญเอาไว้ทำไม
ก็เป็นเรื่องที่น่าคิดว่า การให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจในการวินิจฉัยหาทางออกให้แก่ประเทศยามวิกฤติ มีข้อดีหรือเสียมากกว่ากัน
บางคนก็มีการมองว่า การเปิดช่องให้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้เช่นนี้ ก็เท่ากับเปิดช่องให้ “คนบางกลุ่ม” เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ หากเกิดความไม่พอใจอะไรในรัฐบาลขึ้นมา ก็ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ตลอด แม้ว่ายังไม่เกิดวิกฤติหรือทางตัน ขึ้นในบ้านเมืองจริง
รวมถึงยังไม่ได้เป็นการ “การันตี” ว่า หากให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหาทางออกแล้ว วิกฤติจะหายไป การรัฐประหารจะไม่เกิดขึ้นอีก



