
คลังจี้ธสน.ปล่อยกู้ส่งออก-รับขาดทุนประกัน
คลังจี้ ธสน.เร่งปล่อยกู้เสริมสภาพคล่องผู้ส่งออก พร้อมหนุนเอกชนเข้าร่วมโครงการไทยเข้มแข็ง ด้าน ธสน.ยอมรับสภาพเศรษฐกิจ ส่งผลให้การประกันส่งออกขาดทุนยับ เดินหน้าปล่อยกู้ให้ผู้ซื้อในต่างประเทศ
นพ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังติดตามความคืบหน้าในการดำเนินงานของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) ว่าช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ได้มอบนโยบายเพิ่มเติมให้ ธสน.สนับสนุนผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออกในโครงการไทยเข้มแข็งทุกรูปแบบ รวมทั้งให้เร่งปล่อยสินเชื่อรายย่อยมากขึ้นจากที่ผ่านปล่อยได้ประมาณ 300 ราย โดยครึ่งปีหลังควรขยายสินเชื่อเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 30% โดยให้ผ่อนปรนหลักเกณฑ์ช่วยผู้ส่งออกที่มีศักยภาพ แต่ขาดหลักประกันมากขึ้น รวมทั้งต้องประสานความร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์ในการประกันการส่งออกมากขึ้น
นายอภิชัย บุญธีรวร กรรมการผู้จัดการ ธสน.กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีแรกได้อนุมัติวงเงินสินเชื่อใหม่และบริการประกันส่งออกแล้วจำนวน 13,372 ล้านบาท และมีสินเชื่อที่อยู่ระหว่างลงนามอีก 12,992 ล้านบาท คาดว่าทั้งปีจะปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 19,700 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดคงค้างสินเชื่อรวมจากปัจจุบัน 4.8 หมื่นล้านบาทขึ้นไปอยู่ที่ 5.2-5.3 หมื่นล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิ 6 เดือน อยู่ที่ 104 ล้านบาท จากทั้งปีตั้งเป้าหมายไว้ 100 ล้านบาท เนื่องจากมองว่าระยะต่อไปอาจมีผลขาดทุนในส่วนของบริการประกันส่งออกเพิ่มขึ้นจากขณะนี้มีการจ่ายสินไหมทำแทนแล้ว 72 ล้านบาท และยังอยู่ระหว่างพิจารณาอีก 74 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนทั้งปีอยู่ที่ 16 ล้านบาทเท่านั้น เนื่องมาจากปัญหาเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าทั้งสหรัฐและยุโรป
“แม้การประกันการส่งออกจะประสบปัญหาขาดทุน แต่เป็นสิ่งจำเป็นต้องทำเพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ส่งออกไทย อีกทั้งการประกันส่งออกขณะนี้เกินวงเงินกองทุนแล้ว จึงมีความจำเป็นต้องเพิ่มทุนอีก 5,000 ล้านบาท ซึ่งน่าจะได้เงินจากกระทรวงการคลังเดือนสิงหาคม หรือกันยายนนี้ ระหว่างนี้ใช้เงินจากส่วนของสินเชื่อไปก่อน” นายอภิชัย กล่าวและว่า ธสน.ยังมีรายได้จากส่วนของสินเชื่อและบริการอื่นๆ รวมถึงการบริหารหนี้เสียให้ลดลงมาชดเชยส่วนที่ขาดทุนดังกล่าวทำให้ทั้งปียังพอมีกำไรแม้จะน้อยก็ถือว่าดีในภาวะปัจจุบันที่การส่งออกปีนี้อาจติดลบถึง 20%
อย่างไรก็ตาม ธสน.มีมาตรการใหม่ที่จะช่วยผู้ส่งออกโดยการให้บริการสนับสนุนสินเชื่อแก่ผู้ซื้อในต่างประเทศ โดยขณะนี้ลงนามกับธนาคารในต่างประเทศแล้ว 5 แห่ง น่าจะช่วยให้ผู้ส่งออกส่งสินค้าได้หลายรอบเป็นเงินหมื่นกว่าล้านบาท



