
ปรับโครงสร้างภาษี คืนความสุขประชาชน
20 ม.ค. 2559
เล่าสู่กันฟัง : ปรับโครงสร้างภาษี คืนความสุขประชาชน : โดย...บัญญัติ คำนูญณวัฒน์
แนวคิดในการปรับโครงสร้างภาษีในปี 2559 ของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี อาจจะส่งผลให้การจัดเก็บรายได้มีขึ้นมีลงบ้าง แต่โดยภาพรวมในระยะยาวน่าจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น เพราะดูจากแนวทางปรับโครงสร้างภาษีในครั้งนี้ ได้ยึดหลักพิจารณา 4 ด้านไปพร้อมๆ กัน นั่นคือ 1.ลดความเหลื่อมล้ำ แก้ปัญหายากจน 2.ให้ธุรกิจขนาดเล็กเติบโตต่อไปได้ 3.เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และ 4.ทำให้เกิดความยั่งยืนด้านการคลัง โดยมอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ทำตัวเลขมาว่า การปรับโครงสร้างภาษีจะส่งผลต่อรายได้ของประเทศอย่างไร ภายใต้กรอบการทำงบประมาณสมดุลภายใน 7 ปี
เรื่อง “ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา” หรือ ภ.ง.ด.90 ภ.ง.ด.91 กำลังได้รับความสนใจอยู่ขณะนี้ หลายคนอาจจะตั้งคำถามว่า ปรับแล้วคนไทยได้อะไร? โดยรูปแบบภาษีของไทยที่จัดเก็บอยู่ปัจจุบันเป็นแบบอัตราก้าวหน้า หรือแบบขั้นบันได มีทั้งหมด 7 ขั้นบันได ใครรายได้น้อยจ่ายน้อย ใครมีรายได้มากก็จ่ายมาก โดย 7 ขั้นที่ว่านี้ฐานภาษีต่ำสุด 5% ไปจนสูงสุด 35% หากเปรียบเทียบอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดากับประเทศเพื่อนบ้านในแถบอาเซียน ประเทศไทยถือว่ามีการเสียภาษีบุคคลธรรมดาจัดเก็บสูงเป็นอันดับ 2
ทุกวันนี้คนทำงานกินเงินเดือนประจำส่วนใหญ่มีรายได้ดีขึ้นจากนโยบายปรับฐานเงินเดือน ทำให้คนที่จะเสียภาษีมีเพิ่มขึ้น สังเกตจากฐานข้อมูลภาษีกรมสรรพากร เปรียบเทียบปี 2555 และปี 2557 กลุ่มที่มีรายได้ไม่ถึง 150,000 บาทต่อปี ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ไม่ต้องเสียภาษีมีจำนวนลดลง จาก 6.54 ล้านคน ลดลงเหลือ 6.3 ล้านคน ขณะเดียวกันผู้มีรายได้ 150,001–300,000 บาท มีจำนวนเพิ่มขึ้นจาก 1.66 ล้านคน เป็น 2 ล้านคน และในลำดับขั้นรายได้ผู้เข้าข่ายเสียภาษีขั้นอื่นก็ขยับสูงขึ้นเช่นกัน
เมื่อพิจารณาข้อเสนอของกรมสรรพากรที่เสนอฐานอัตราเสียภาษีเเบบใหม่ กำหนดเพดานสูงสุดจากเดิม 35% เหลือ 30% และคนมีรายได้ต่ำว่า 30,000 บาทต่อเดือน ไม่ต้องเสียภาษี ส่วนในเกณฑ์ของผู้มีรายได้เกิน 4 ล้านบาท ซึ่งมีอยู่เพียง 1-2% ของคนทั่วไป ที่เคยต้องเสียภาษีสูงสุด ก็จะเสียภาษีในเพดานที่ต่ำลงมาและใกล้เคียงกับอัตราการเสียภาษีนิติบุคคล ซึ่งจะก่อให้เกิดความเป็นธรรมในหลายฝ่าย ยิ่งกรณีเพิ่มวงเงินในการหักค่าใช้จ่ายภาษีเหมารวมจาก 60,000 เป็น 100,000 - 120,000 บาท เป็นการปรับที่สะท้อนภาพความเป็นจริงที่ทุกวันนี้เงิน 60,000 บาท มีค่าน้อยลงมาก หากยังต้องมาเสียภาษีอีกก็คงจะเหลือน้อยเข้าไปใหญ่
ด้วยเหตุผลเหล่านี้ จึงเป็นเรื่องที่ดีหากปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพราะในความเป็นจริงตั้งแต่นโยบายประกันรายได้ขั้นต่ำ 15,000 บาท ก็ทำให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยได้ลืมตาอ้าปากขึ้นมาได้นิดหน่อย แต่ด้วยค่าครองชีพที่สูงขึ้น เงินที่เพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยก็ยังคงทำให้ผู้มีรายได้น้อยอยู่อย่างยากลำบาก หากมีการปรับการจัดเก็บภาษีบุคคลธรรมดาใหม่ น่าจะเป็นกแนวทางหนึ่งที่จะทำให้คนไทยที่มีรายได้น้อยถึงปานกลางมีเงินเหลือจากการจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวัน มาเพิ่มความสุขในการดำเนินชีวิตมากขึ้น ถือเป็นการคืนความสุขให้ประชาชนอีกรูปแบบหนึ่ง
----------------------
(เล่าสู่กันฟัง : ปรับโครงสร้างภาษี คืนความสุขประชาชน : โดย...บัญญัติ คำนูญณวัฒน์)



