ข่าว

เผยนาทีถ้ำถล่มทับชาวบ้านหาขี้ค้างคาว5ชม.กู้ศพ

เผยนาทีถ้ำถล่มทับชาวบ้านหาขี้ค้างคาว5ชม.กู้ศพ

17 ม.ค. 2559

ผู้ว่าฯลพบุรีพร้อมทีมทีมยูซ่ากรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยใช้เวลานานกว่า 5 ชั่วโมงสามารถกู้ศพชาวบ้านถูกหินปากถ้ำถล่มทับขึ้นมาได้

               วันที่ 17 ม.ค. จากการกรณีชาวบ้านเข้าไปลักเก็บมูลค้างคาวบริเวณถ้ำบนภูเขาหลังวัดถ้ำสิตาราม ม.4 ต.ชอนสารเดช อ.หนองม่วง จังหวัดลพบุรี แล้วเกิดเหตุหินถล่มปิดปากถ้ำถล่ม ทำให้มีผู้ติดอยู่ในถ้ำจำนวน1คน ซึ่งจากการตรวจสอบและสอบสวนเบื้องต้นทราบจากชื่อผู้เข้าเก็บมูลค้างคาว คือ นายวิลัย วงษ์มะณี าได้ร่วมกับ นายเสถียร วิมล,นายประสงค์ วงษ์มะณี และนายทัย ทองใบ โดยทั้งหมดได้พากันมาลักเก็บมูลค้างคาวภายในถ้ำลึกประมาณ 10 เมตร ขณะที่นายทัยกำลังดึงกระสอบใส่มูลค้างคาวโดยใช้รอกดึงขึ้นมา ก้อนหินปากถ้ำที่ทับคานรอกได้ไหลลงมากระแทกตัวนายทัย ตกลงไปในถ้ำและถูกก้อนหินทับ โดยทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิตะวันหนองม่วง เข้าไปทำการช่วยเหลือแต่ถ้ำมีความลึกและอากาศก็น้อยทำให้ไม่สามารถลงไปให้การช่วยเหลือนายทัยขึ้นมาได้

               เวลาต่อมมานายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้ลงพื้นที่บัญชาการในการกู้ภัยช่วยเหลือนายทัย ผู้ประสบภัยหินปากถ้ำถล่มเนื่องจากข้อมูลในครั้งแรกพบว่านายทัย ยังมีชีวิตอยู่จึงได้ประสานงานทีมกู้ภัยซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษค้นหากู้ภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยเขต16 จังหวัดชัยนาท พร้อมทีมผู้เชียวชาญจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยลงพื้นที่เพื่อกู้ชีวิต แต่จากสภาพพื้นที่ช่องปากถ้ำมีความเล็กและลึกถึง15เมตร การลงไปกู้ภัยจึงทำได้อยากลำบากลงลงไปทีละคนพร้อมเบาะลมเพื่อทำการยกก้อนหินที่ทับร่างของนายทัย เอาไว้ โดยทีมกู้ภัยจะอยู่ภายในถ้ำได้ไม่เกิน 5 นาทีเพราะว่าอากาศจากถังจะหมดต้องขึ้นมาสับเปลี่ยนกันตลอดเวลา ซึ่งทีมกู้ภัยต้องใช้เวลานานกว่า 5 ชั่วโมง จึงสามารถช่วยนำศพผู้ประสบภัยขึ้นมาจากถ้ำได้

               นายภานุ เปิดเผยว่า การกู้ศพของผู้ประสบภัยหินถล่มปากถ้ำในครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย เพราะมีความเชี่ยวชาญถึงแม้ว่าจะมีข้อผิดพลาดบ้างแต่ก็สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ในเบื้องต้นทางจังหวัดได้มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตก่อน 5000 บาทเพื่อเป็นค่าทำศพ

               ทั้งนี้นายภาณุ บอกว่า สำหรับสาเหตุของหินถล่มในครั้งนี้มาจากชาวบ้านจำนวน 4 คนมาเก็บมูลค้างคาวภายในถ้ำ ซึ่งถ้ำเป็นถ้ำแนวดึง โดย 2 คนได้โรยตัวลงไปในถ้ำ ส่วนอีก 2 คนอยู่ที่บริเวณปากถ้ำ พร้อมกับนำเชือกทำเป็นลอกไปผูกไว้กับหินที่ปากถ้ำ พอลั้งเชือกหินก็กลิ้งกระทบเข้ากับชาวบ้านอีกคนหนึ่งส่วนอีกคนหลบทันรอดได้อย่างหวุดหวิดและมาขอความช่วยเหลือกับทางเจ้าหน้าที่ ชคดีที่ทางทีมกู้ภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยมาซ้อมแผนอยู่ที่ศูนย์เขต 16 จังหวัดชัยนาท จึงเข้ามากู้ภัยพร้อมเครื่องมือพิเศษ ซึ่งสามารถโรยตัวพร้อมถังออกซิเจนได้ พร้อมขอความร่วมมือให้ชาวบ้านที่มาเก็บมูลค้างคาวหรือหาของป่าประเภทนี้ว่ามีอันตราถึงจะไม่เกิดอุบัติเหตุแต่ก็อาจขาดอากาศหายใจได้

               จากการสอบสวนทราบว่า ชาวบ้านทั้ง 4 คนเป็นคนงานรับจ้างขุดมันสำปะหลัง แต่ช่วงนี้นายจ้างไม่ได้ว่าจ้าง เพราะลานมันเต็มทำให้ไม่มีงานทำ จึงต้องมาหาเก็บมูลค้างคาวเพื่อนำไปขาย

               ด้านพระโสภณอาภัสสโร พระวัดถ้ำสิทธาราม เล่าว่า เดิมถ้ำแห่งนี้เรียกกันว่า ถ้ำหินผุ เมื่อก่อนได้มีการระเบิดหินแล้วสะเทือนจนทำให้ถ้ำทรุด และคนที่เคยเข้าไปในถ้ำบอกว่า เป็นถ้ำที่ลึกและกว้าง แต่มีหินพังลงมาจำนวนมาก อีกทั้งถ้ำแห่งนี้ลึกและกว้าง จึงทำให้ในถ้ำมีค้างคาวเข้ามาอาศัยอยู่จำนวนมากและมีมูลค้างคาวมากตามไปด้วย