ข่าว

ไฮไลท์ร่างรัฐธรรมนูญของ'มีชัย'

ไฮไลท์ร่างรัฐธรรมนูญของ'มีชัย'

18 ม.ค. 2559

ไฮไลท์ร่างรัฐธรรมนูญของ'มีชัย' : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ สำนักข่าวเนชั่น

             เปิดออกมาให้เห็นเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว สำหรับร่างรัฐธรรมนูญ “ร่างแรก” ของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ชุดที่มี “มีชัย ฤชุพันธุ์” เป็นประธาน

             ในส่วนเนื้อหาเบื้องต้นเปิดออกมาแลัวว่ามีทั้งหมด 13 หมวด รวม 261 มาตรา ที่ยังไม่เปิดออกมามีเพียงส่วนที่เป็น “บทเฉพาะกาล” เท่านั้น

             แต่ต้องบอกว่า “บทเฉพาะกาล” ก็ถือว่าเป็นส่วนสำคัญในร่างรัฐธรรมนูญ เนื้อหาหลักๆ ของบทเฉพาะกาลจะมี 3 ส่วนคือ 1.ร่างกฎหมายต่างๆ ที่ต้องทำให้เสร็จก่อนการเลือกตั้ง 2.การดำรงอยู่ขององค์กรตามรัฐธรรมนูญต่างๆ ที่มีอยู่ก่อนการร่างรัฐธรรมนูญ ว่าจะให้อยู่ต่อไปหรือไม่ และ 3.บทบัญญัติเกี่ยวกับการนิรโทษกรรมให้คณะรัฐประหาร เช่นในรัฐธรรมนูญ 2550 ก็คือมาตรา 309 ที่โดนวิจารณ์ว่านิรโทษกรรมทั้งสิ่งที่ทำแล้วและสิ่งที่ยังไม่ได้ทำ

             ในส่วนบทบัญญัติเกี่ยวกับการนิรโทษกรรมให้คณะยึดอำนาจนี้ “มีชัย” บอกว่าในร่างรัฐธรรมนูญใหม่จะกำหนดเงื่อนไขลงไปด้วยว่า ไม่รวมถึงการกระทำที่ทุจริต ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีกำหนดไว้

             ย้อนกลับไปดูที่เนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่เป็น “ไฮไลท์” จากการไปเก็บตัวของ กรธ.ที่ชะอำ 7 วัน นอกเหนือจากประเด็นที่เปิดออกมาก่อนหน้านี้ ทั้งเรื่อง “ที่มานายกฯ” ที่ให้ทุกพรรคเสนอชื่อคนที่จะสนับสนุนให้เป็นนายกฯ ก่อนการเลือกตั้งพรรคละ 3 คน เพื่อให้สภาโหวตหลังเลือกตั้ง เรื่องระบบเลือกตั้งที่ให้ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว และเรื่องที่มา ส.ว. ที่ให้มาจากการเลือกตั้งทางอ้อม ได้แก่

             1.การให้ศาลรัฐธรรมนูญ เป็นองค์กรที่จะแก้วิกฤติทางการเมืองหากเกิดทางตันถึงขั้นรัฐบาลไม่สามารถบริหารจัดการได้ โดยจะให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพื่อชี้ว่ารัฐบาลยังอยู่หรือไม่ จากที่ผ่านมาที่ไม่มีใครชี้

             บทบัญญัตินี้จะทำให้ กรธ.ไม่ต้องตั้ง “องค์กรใหม่” ขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่แก้วิกฤติ ดังที่ร่างรัฐธรรมนูญของ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” เคยกำหนดให้มี “คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ”

             2.ให้ 3 องค์กรอิสระ คือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) มีอำนาจตักเตือนไปยังรัฐบาลหากเห็นว่าการดำเนินงานของรัฐบาลอาจสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ โดยรัฐบาลอาจจะไม่เชื่อฟังก็ได้ แต่ถ้าภายหลังเกิดความเสียหายขึ้นมา รัฐบาลจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย

             กรณีนี้อาจเทียบเคียงได้กับกรณีโครงการจำนำข้าวของรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ที่ทั้ง ป.ป.ช. และ คตง.ได้แจ้งเตือนว่าทำให้เกิดความเสียหาย แต่รัฐบาลไม่ดำเนินการแก้ไข

             3.เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้ “ทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง” ต้องมีส่วนร่วม ไม่ใช่แค่พรรคใดพรรคหนึ่งทำเท่านั้น โดยกำหนดเงื่อนไขว่า ในขั้นรับหลักการต้องมี ส.ว.เห็นด้วยไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 และในวาระสาม ขั้นเห็นชอบ ต้องมีเสียงเห็นชอบจาก ส.ส.ของทุกพรรคที่มี ส.ส.เกิน 10 คน อย่างน้อยร้อยละ 10

             ด้านหนึ่ง กรธ.บอกว่าเพื่อไม่ให้พรรคใดพรรคหนึ่ง “เพียงพรรคเดียว” สามารถแก้รัฐธรรมนูญได้แต่อีกด้านต้องบอกว่า หากพรรคฝ่ายค้านหลัก “เพียงพรรคเดียว” ไม่เห็นด้วย การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะไม่สามารถทำได้

             และนี่คือไฮไลท์ที่จะทำให้ “ฝ่ายอำนาจเก่า” ไม่มีทางยอมรับร่างรัฐธรรมนูญนี้

             ดังที่ “จตุพร พรหมพันธุ์” ประธาน นปช.พูดไว้ก่อนหน้านี้ว่า “ร่างรัฐธรรมนูญของมีชัย จะไม่ได้ใช้ เหมือนกับร่างของบวรศักดิ์”