ข่าว

ไอเอส-'แพน อิสลาม' เตรียมรับมืออย่างไร?

ไอเอส-'แพน อิสลาม' เตรียมรับมืออย่างไร?

17 ม.ค. 2559

ไอเอส-'แพน อิสลาม' เตรียมรับมืออย่างไร?

 
                      มูลเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดสถานการณ์รุนแรงกลางกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีข่าวว่า “กลุ่มรัฐอิสลาม” หรือ “ไอเอส” ออกมาประกาศความรับผิดชอบแล้วนั้น นอกเหนือจากทิศทางการเคลื่อนไหวของไอเอส ที่แผ่ขยายอิทธิพลทางความคิดเข้ามายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว ยังพบข้อมูลด้วยว่า แนวคิดการตั้ง “รัฐอิสลาม” เหมือนที่ไอเอสกำลังปฏิบัติการอยู่ในซีเรียและอิรัก เคยมีเชื้อไฟอยู่ก่อนแล้วในภูมิภาคใกล้บ้านไทย
 
                      แนวคิดดังกล่าว ชื่อว่า “แพน อิสลาม” หรือการตั้งรัฐอิสลามบริสุทธิ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครอบคลุมพื้นที่ที่เชื่อว่าเป็นดินแดนที่อิสลามเคยรุ่งเรืองในอดีต แต่ต่อมาถึงปัจจุบัน ตกอยู่ใต้อิทธิพลของโลกตะวันตก ในฐานะตัวแทนของคริสต์ คือดินแดนทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย บรูไน สิงคโปร์ และอาจรวมถึง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยด้วย 
 
                      การตั้งรัฐอิสลามบริสุทธิ์ หมายถึงดินแดนที่ปกครองด้วยระบอบคอรีฟะห์ หรือตัวแทนพระเจ้าบนหน้าแผ่นดิน และใช้กฎหมายอิสลาม หรือที่เรียกว่า ชารีอะห์
 
                      กลุ่มเคลื่อนไหวที่สำคัญที่เชื่อในอุดมการณ์นี้ คือ กลุ่มเจไอ หรือ เจมาห์ อิสลามิยาห์ ซึ่งมีฐานปฏิบัติการใหญ่อยู่ในอินโดนีเซีย และต้องการให้อินโดฯ ซึ่งเป็นประเทศมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นศูนย์กลางของรัฐอิสลามบริสุทธิ์ในภูมิภาคนี้ 
 
                      ส่วนในมาเลเซีย มีกลุ่มเคลื่อนไหวสำคัญ คือ กลุ่มกัมปูลัน มูจาฮีดีน มาเลเซีย หรือ เคเอ็มเอ็ม ขณะที่ในฟิลิปปินส์มีกลุ่มอาบูไซยาฟ และแนวร่วมอิสลามโมโร หรือเอ็มไอแอลเอฟ ที่มีอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดนทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์เป็นรัฐใหม่อยู่แล้ว
 
                      กลุ่มเคลื่อนไหวใหญ่ที่สุดคือเจไอ ก่อตั้งขึ้นเมื่อราวปี 2533 มี อาบู บากา บาเชียร์ เป็นผู้นำจิตวิญญาณ และมี ฮัมบาลี เป็นผู้นำลำดับ 2 
 
                      หลังเหตุการณ์ถล่มตึกเวิลด์เทรด และเหตุระเบิดฆ่าตัวตายที่เกาะบาหลี เมื่อปี 2545 รวมทั้งคาร์บอมบ์ที่โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กลางกรุงจาการ์ตา เมื่อปี 2546 ทำให้กลุ่มเจไอถูกกวาดล้างอย่างหนัก ฮัมบาลีถูกจับในประเทศไทย และถูกสหรัฐขอตัวไปดำเนินคดี ส่วน อาบู บากา บาเชียร์ ถูกทางการอินโดนีเซียจับกุม และดำเนินคดีฐานกบฏ
 
                      ขณะที่กลุ่มเคเอ็มเอ็มก็ถูกมาเลเซียกดดันอย่างหนัก ส่วนกลุ่มโมโร เข้าสู่กระบวนการเจรจาสันติภาพกับรัฐบาลฟิลิปปินส์ ทำให้ลดบทบาทลงไป
 
                      กลุ่มเคลื่อนไหวหลักๆ ทั้ง 3-4 กลุ่ม ถูกปราบปรามกระทั่งเกือบสิ้นศักยภาพ ทว่าการก่อกำเนิดของกลุ่มไอเอสกลายเป็นการปลุกแนวคิดการตั้งรัฐอิสลามขึ้นมาอีกครั้ง 
 
                      สำหรับช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา มีความเคลื่อนไหวหลายประการที่น่าสนใจ เริ่มจากพลเมืองอินโดนีเซียและมาเลเซียเดินทางไปร่วมรบกับไอเอสในตะวันออกกลางจำนวนมาก กรณีกลุ่มเจไอและอาบูไซยาฟ ประกาศสวามิภักดิ์ไอเอส และเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว มีการประกาศตัวจากกลุ่มเคลื่อนไหวดั้งเดิมหลายกลุ่มเป็นสาขา หรือ แฟกชั่น (faction) ของไอเอส
 
                      นอกจากนี้ จากกระแสโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นยุทธวิธีการเผยแพร่อุดมการณ์ของไอเอสอย่างได้ผล ทำให้เกิดกลุ่มเคลื่อนไหวใหม่ๆ ขึ้นในอินโดนีเซียและมาเลเซีย เช่น Katibah Nusantara ซึ่งเป็นกลุ่มที่หลายฝ่ายเชื่อว่าอยู่เบื้องหลังปฏิบัติการโจมตีจาการ์ตา ขณะที่กลุ่มใหม่ๆ ในมาเลเซียที่เคยเป็นข่าว และถูกทางการมาเลเซียขึ้นบัญชี ก็เช่น BKAW, BAJ, Dimzia, ADI 
 
                      รวมทั้งเกิดกลุ่มใหม่ๆ ที่เป็นเซลล์อิสระจากบุคคลที่มีความรู้ ปัญญาชน เยาวชน นักศึกษา ที่รับอิทธิพลแนวคิดจากไอเอส และบางส่วนถูกกดดันจากสภาพสังคม รวมทั้งบางส่วนที่เกิดความสงสารมุสลิมที่ถูกกระทำจากชาติตะวันตกในสงครามที่อิรักและซีเรีย จึงเกิดเซลล์อิสระ ที่เรียกว่า “โลน วูล์ฟ” หรือหมาป่าเดียวดาย ที่สามารถปฏิบัติการได้เพียงลำพังไม่ต้องมีเครือข่ายสั่งการ 
 
                      อีกประเด็นหนึ่งที่อาจเป็นเชื้อให้เกิดการโจมตีกลางกรุงจาการ์ตา คือ อาบู บากา บาเชียร์ ผู้นำจิตวิญญาณของเจไอ กำลังจะได้รับการปล่อยตัวในเร็ววันนี้ เพราะครบกำหนดการรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาของศาล และอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กลุ่มเคลื่อนไหวติดอาวุธ ซึ่งได้รับแนวคิดจากไอเอส เปิดปฏิบัติการเมื่อวันที่ 14 มกราคม ที่ผ่านมา
 
                      ประเด็นที่ต้องขบคิดกันอย่างรอบคอบสำหรับประเทศไทยกับความยากของการรับมือกลุ่มไอเอสก็คือ บทเรียนจากประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเราเรียกมันว่า การก่อการร้าย และรณรงค์กันอยู่ในขณะนี้ว่า อย่ากลัวและรับมือได้ แต่ในทางกลับกันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือการพลีชีพ คนเพียงแค่หยิบมือลุกขึ้นสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีอาวุธครบมือเป็นร้อย จำนวนคนตายก็เป็นพวกเครือข่ายไอเอสมากกว่าเจ้าหน้าที่
 
                      คำถามคือ คนเหล่านี้คิดอะไรจึงออกมาพลีชีพ และคนที่มีความเชื่อแบบนั้น มองว่าการพลีชีพคือการก่อการร้ายหรือวีรกรรม ถ้ามองว่าเป็นวีรกรรม เราจะรับมืออย่างไร การสกัดกั้นเซลล์อิสระอย่าง “โลน วูลฟ์” ทำได้จริงหรือไม่ การค้นหาและทำลายล้างที่เรียกว่า seek and destroy ตามแนวคิดตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐ ใช้กับการต่อสู้ด้วยความเชื่อทางจิตวิญญาณได้จริงหรือ เป็นโจทย์ที่ต้องขบคิดกันต่อไป
 
 
-------------------
 
 
แนวคิด “แพน อิสลาม”
 
                      แพน อิสลาม : รัฐอิสลามบริสุทธิ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
 
                      พื้นที่ : ฟิลิปปินส์ตอนใต้ / อินโดนีเซีย / มาเลเซีย / บรูไน / สิงคโปร์ / สามจังหวัดใต้ของไทย
 
                      รัฐอิสลามบริสุทธิ์ : ปกครองโดยอิสลาม / ใช้กฎหมายอิสลาม
 
 
-------------------
 
 
กลุ่มเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องในอดีต
 
                      -เจไอ หรือ เจมาห์ อิสลามิยาห์ (อินโดนีเซีย)
 
                      -เคเอ็มเอ็ม หรือกลุ่มมูจาฮีดีนมาเลเซีย
 
                      -อายูไซยาฟ / โมโร (ฟิลิปปินส์)
 
 
-------------------
 
 
กลุ่มเคลื่อนไหวใหม่ปัจจุบัน
 
                      -เจไอ + อาบูไซยาฟ ประกาศสวามิภักดิ์ไอเอส
 
                      -พ.ย.2558 ประกาศตัวเป็นสาขาไอเอส
 
                      -กลุ่มใหม่ในอินโดฯ เช่น Katibah Nusantara
 
                      - กลุ่มใหม่ในมาเลเซีย เช่น BKAW, BAJ, Dimzia, ADI
 
                      -เกิดกลุ่มใหม่ๆ จากพวก “โลน วูล์ฟ”
 
 
-------------------