
บึ้ม ! อินโดนีเซีย 'ไอเอส' ขยายพื้นที่อาเซียน
17 ม.ค. 2559
เรื่องเล่าข่าวดัง : บึ้ม ! อินโดนีเซีย 'ไอเอส' ขยายพื้นที่อาเซียน : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม
ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเริ่มต้นยังไม่ทันข้ามเดือน ก็เกิดเหตุร้ายขึ้นกลางกรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของอินโดนีเซีย โดยฝีมือการก่อการร้ายของกลุ่มรัฐอิสลาม ที่ทั่วโลกรู้จักในนามของ “ไอเอส”
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นภัยคุกคามเฉพาะ “อินโดนีเซีย” แต่นั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่า ไฟสงครามก่อการร้ายของกลุ่มไอเอสได้จุดติดขึ้นแล้วในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งนับจากนี้เป็นต้นไป 10 ประเทศในกลุ่มสมาชิกต้องจับมือกันต่อสู้กับลัทธิก่อการร้ายอย่างใกล้ชิด ก่อนที่ไฟสงครามจะลุกโชนจนยากที่จะควบคุม
ในไทยแม้จนถึงเวลานี้ยังไม่มีสัญญาณใดบ่งบอกว่าจะเกิดเหตุร้ายเช่นเดียวกับที่จาการ์ตา แต่ไม่ได้หมายความว่าจะประมาทได้ เพราะไทยเองก็เพิ่งเจอฝันร้ายจากเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์มาไม่นาน
หลังเกิดเหตุระเบิดขึ้นที่จาการ์ตา หน่วยงานความมั่นคงของไทยจึงต้องเพิ่มมาตรการในการรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ รวมถึงสถานที่สำคัญๆ อย่างเคร่งคัดทันที ล่าสุดมีหนังสือสั่งการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงนามโดย พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดทำแผนเผชิญเหตุเพื่อป้องกันและระงับการก่อการร้ายและการก่อวินาศกรรม จัดทำแผนป้องกันสถานที่สำคัญ สถานที่ราชการและสถานประกอบการภาคเอกชน เช่น ท่าอากาศยาน สถานีรถไฟ ศูนย์โทรศัพท์ สถานศึกษา โรงพยาบาล สถานประกอบการภาคเอกชน ห้างสรรพสินค้า รวมทั้งสถานทูต สถานกงสุล และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ ที่มีชาวต่างชาติพักอาศัยหรือท่องเที่ยวจำนวนมาก
ในแผนปฏิบัตินี้ยังมอบหมายให้ตำรวจฝ่ายสืบสวนจัดกำลังนอกเครื่องแบบลุยตรวจสอบหาข่าว เฝ้าระวังกลุ่มบุคคลทั้งชาวไทยและต่างชาติที่มีพฤติการณ์เป็นภัยต่อความมั่นคง พร้อมทั้งยังมีการประสานกับฝ่ายทหารและฝ่ายปกครองเพื่อจัดตั้งจุดตรวจจุดสกัดบุคคลและพาหนะต้องสงสัย เพื่อตรวจค้นอาวุธปืน วัตถุระเบิดและสิ่งของผิดกฎหมาย เพื่อป้องกันปราบปรามและตัดโอกาสคนร้ายในการกระทำความผิด
และให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพิ่มความเข้มงวดกวดขันในการตรวจสอบบุคคลที่เดินทางเข้าออกราชอาณาจักร โดยเฉพาะบุคคลต้องห้ามในบัญชีเป้าหมายบริเวณท่าอากาศยานทุกแห่ง รวมทั้งการตรวจยานพาหนะบริเวณตามด่านชายแดนอย่างจริงจัง
กรณีการตรวจสอบบุคคลเข้าออกประเทศนั้น พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. ได้ประสานสถานเอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย ตุรกี ประจำประเทศไทย เพื่อจัดทำระบบข้อมูลให้ทันสถานการณ์ กรณีมีการระบุชื่อผู้ก่อการร้ายก็จะขึ้นแบล็กลิสต์รายชื่อห้ามเข้าราชอาณาจักรไทยทันที
“ด่านชายแดนภาคใต้รวมถึงสนามบินในภาคใต้มีคำสั่งให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยให้ตรวจสอบบุคคลเดินทางเข้าออกอย่างละเอียด โดยเฉพาะพื้นที่ที่ติดกับมาเลเซีย เพราะสุ่มเสี่ยงที่ผู้ก่อเหตุร้ายจะใช้เป็นเส้นทางเดินทางจากอินโดนีเซียผ่านมาเลเซียเข้ามายังไทย” พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าว
มาตรการที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวในการรับมือกับภัยคุกคามก่อการร้าย ซึ่ง ศ.ดร.จรัญ มะลูลีม หัวหน้าสาขาวิชาการระหว่างประเทศและการทูต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิเคราะห์ว่า เหตุระเบิดที่อินโดนีเซียหากเป็นฝีมือของไอเอสจริง นั่นหมายความว่า กลุ่มไอเอสได้ขยายพื้นที่ปฏิบัติการเข้ามาในภูมิภาคอาเซียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ศ.ดร.จรัญ วิเคราะห์ว่า แม้ไทยจะไม่ใช่เป้าหมายของกลุ่มก่อการร้าย แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สุ่มเสี่ยง ไทยเองต้องประสานกับประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อร่วมมือกันไม่ให้สถานการณ์บานปลายซํ้ารอยตะวันออกกลาง
ข้อมูลด้านการข่าวของหน่วยความมั่นคงพบว่า ไทยถูกใช้เป็นทางผ่านของกลุ่มชาวตะวันออกกลาง ที่เรียกกันว่า นักรบต่างชาติ ไปร่วมกิจกรรมกับกลุ่มก่อการร้ายในซีเรีย ซึ่งแม้ไม่มีการยืนยันข้อมูลนี้อย่างแน่ชัด แต่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองมีการเฝ้าระวังมีการตรวจสอบพฤติการณ์ของกลุ่มคนเหล่านี้อย่างเข้มข้น โดยก่อนหน้านี้ก็มีการตรวจสอบชาวซีเรียที่มีการเข้ามาพักอาศัยอยู่ในไทยเกินกำหนด มีการผลักดันออกนอกประเทศไปจำนวนหนึ่ง
ก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์สเตรทส์ไทม์สของสิงคโปร์ อ้างรายงานของนิวสเตรทส์ไทม์สในมาเลเซียว่า หน่วยความมั่นคงมาเลเซียพบและระบุชื่อกลุ่มก่อการร้าย 4 กลุ่มใหม่ที่หวังตั้ง “รัฐอิสลาม” ครอบคลุมพื้นที่หลายส่วนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แบบเดียวกับกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) ที่เคลื่อนไหวตั้งรัฐอิสลามอยู่ดินแดนที่เป็นประเทศซีเรียและอิรัก โดย 4 กลุ่มนั้น มีชื่อย่อว่า BKAW, BAJ, Dimzia และ ADI มีปฏิบัติการเคลื่อนไหวอยู่ในหลายรัฐ เช่น สลังงอร์ และเปรัค โดยกลุ่มเหล่านี้มีที่มาจากเซลล์ก่อการร้ายที่รู้จักกันก่อนหน้านี้ เช่น เจมาห์ อิสลามิยาห์ หรือ เจไอ และ กัมปูลัน มูจาฮีดีน มาเลเซีย หรือเคเอ็มเอ็ม (Kumpulan Mujahidin Malaysia) ที่อยู่เบื้องหลังส่งชาวมาเลเซียจำนวนหนึ่งไปร่วมรบกับกองกำลังในซีเรีย กลุ่มหัวรุนแรงนี้เคลื่อนไหวเป็นอิสระ แต่รับอุดมการณ์เดียวกับกลุ่มสุดโต่งอย่างอัล-ไกดา และกลุ่มไอเอส ซึ่งข้อมูลนี้ถูกเพิ่มน้ำหนักด้วยการพบสมาชิกไอเอสที่ปฏิบัติการอยู่ในอิรักและซีเรียจำนวนไม่น้อย เป็นคนที่มีพื้นเพในภูมิภาคอาเซียน คือ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์
ขณะที่แหล่งข่าวด้านความมั่นคงให้ข้อมูลน่าสนใจว่า แนวคิดตั้งรัฐอิสลามในเอเชียอาคเนย์มีมานานแล้ว เป็นพวกแพน อิสลาม (Pan-Islam) หมายถึงกลุ่มที่ต้องการสร้างรัฐอิสลาม ไล่จากทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ มายังอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และภาคใต้ของไทย
ซึ่งเป็นที่รู้ดีว่า กลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงที่มีเป้าหมายจัดตั้งรัฐอิสลามในภูมิภาคอาเซียน ก่อตั้งและเคลื่อนไหวมานาน นั่นคือกลุ่มเจมาห์ อิสลามิยาห์ หรือเจไอ ที่ก่อตัวในอินโดนีเซีย มีเป้าหมายชัดเจนของกลุ่มคือ การจัดตั้งรัฐอิสลามบริสุทธิ์
เช่นเดียวกับกลุ่มอาบูไซยาฟ ที่แยกตัวออกมาจากกลุ่มแนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติของชาวโมโร มีบทบาทมากในการต่อต้านรัฐบาลฟิลิปปินส์ กลุ่มนี้มีพื้นที่ปฏิบัติการอยู่ในหมู่เกาะมินดาเนาตะวันตกและเกาะซูลูของฟิลิปปินส์ มีเป้าหมายคือ จัดตั้งรัฐอิสลามบริสุทธิ์เช่นกัน โดยมีข่าวว่าค่ายฝึกบางแห่งของกลุ่มนี้ระยะหลังถูกใช้เป็นที่ฝึกของกลุ่มหัวรุนแรงก่อนที่จะไปร่วมรบที่ซีเรีย
กลุ่มกัมปูลัน มูจาฮีดีน มาเลเซีย กลุ่มนี้มีเป้าหมายในการตั้งเขตปกครอง สหภาพอิสลาม ซึ่งประกอบด้วย มาเลเซีย เกาะมินดาเนาของฟิลิปปินส์ และพื้นที่บางส่วนของอินโดนีเซีย มีข้อมูลว่า สมาชิกจำนวนไม่น้อยได้รับการฝึกการใช้อาวุธและระเบิดจากอัฟกานิสถาน มีประวัติกลับมาก่อเหตุร้ายในมาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์
ขณะที่ข้อมูลล่าสุดผู้บงการระเบิดจาการ์ตา เป็นชาวอินโดนีเซีย มีถิ่นฐานอยู่บนเกาะชวา ซึ่งเป็นพื้นที่เคลื่อนไหวของกลุ่มเจมาห์ อิสลามิยาห์
ปฏิบัติการก่อการร้ายในอินโดนีเซีย ซึ่งมีการประกาศชัดว่าเป็นฝีมือของไอเอส หรือนี่จะเป็นจุดเริ่มต้นการขยายพื้นที่จากตะวันออกกลางสู่อาเซียนของกลุ่มก่อการร้ายที่มีเป้าหมายและอุดมการณ์เดียวกันคือ การจัดตั้ง “รัฐอิสลามบริสุทธิ์”
-----------------
(เรื่องเล่าข่าวดัง : บึ้ม ! อินโดนีเซีย 'ไอเอส' ขยายพื้นที่อาเซียน : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม)



