
'นางฟ้าสายน้ำ'พยาบาล'จ้ำบึ้ด'
15 ม.ค. 2559
'นางฟ้าสายน้ำ' กันเกราเกมส์ ม.ชินวัตรขนพยาบาล 'จ้ำบึ้ด' : เรื่อง...อภิชาติ ระวีวัฒน์ / ภาพ...กอบภัค พรหมเลขา
นับเป็นอีกหนึ่งสีสันที่สะดุดตาในศึกกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 43 หรือ “กันเกราเกมส์” ที่ม.อุบลราชธานี เป็นเจ้าภาพยิ่งนัก โดยเฉพาะกีฬา “เรือพาย” ที่ส่วนใหญ่นักกีฬาจะมีแต่พวกร่างกายบึกบึน แข็งแกร่งกำยำ และรูปร่างสันทัด เพื่อแสดงให้ทุกคนได้เห็นว่า ฟิตซ้อมเตรียมตัวร่างกายมาหนักหนาแค่ไหน
สรรพคุณที่บรรยายมาข้างต้น ถือว่าตรงกันข้ามกับบรรดานักเรือพายแม่เนื้อนิ่ม จาก ม.ชินวัตร ที่ลงแข่งขันในศึกหนนี้เป็นครั้งแรกอย่างสิ้นเชิง เพราะจากนักกีฬาทั้งหมด 14 คน ล้วนเป็นนักศึกษาคณะพยาบาลทั้งหมด
แถมรูปร่างแต่ละนางหุ่นทรวดทรงองค์เอวประเภท “นางฟ้า” ลงมาเกิดยังไงยังงั้น ส่งผลให้เป็นที่จับตามองของแฟนกีฬาทางน้ำ และคู่แข่งจากสถาบันอื่นๆ ยิ่งนัก
เพราะนอกเหนือจากรูปร่างหน้าตาความสวยงามของว่าที่นางพยาบาลสาวในอนาคตแต่ละคนแล้ว ในส่วนของฝีมือความสามารถกีฬาชนิดนี้ใช่ว่าจะมาเป็นแค่เพียงไม้ประดับเท่านั้น เพราะในประเภทเรือยาว 10 ฝีพาย ระยะ 200 ม., 500 ม. และเรือยาว 5 ฝีพาย 200 ม.นักกีฬาชุดนี้สามารถผ่านเข้าไปสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ
จากเดิมก่อนเดินทางมาตั้งเป้าเอาไว้แค่ติด 1 ใน 6 ก็พอใจแล้ว แต่ด้วยความทุ่มเทตั้งใจจริง และทุกคนรวมใจเป็นหนึ่งเดียว จึงทำให้จบอันดับ 4 จากทั้งหมด 12 ทีมเก่งที่ลงชิงชัยในครั้งนี้
สำหรับที่มาที่ไปของนักพายสาวสวยระดับ “นางฟ้าสายน้ำ” ไม่แพ้สาวงามจากกีฬาประเภทอื่น เช่น นางฟ้าลูกสักหลาด, นางฟ้าลูกยาง, นางฟ้าลูกขนไก่ ฯลฯ ดร.พจนันท์ รัตนไชยพันธ์ ผู้จัดการทีมเรือพาย ม.ชินวัตร เผยว่า นักเรือพายของเราเป็นนักศึกษาคณะพยาบาลทั้งหมด โดยเริ่มก่อตัวมาได้เมื่อ 6-7 เดือนก่อน ซึ่งตอนนั้นอยากทำทีมแข่งเรือพายขึ้นมาสักหนึ่งทีม เพราะรู้จักพรรคพวกในสมาคมเรือพายแห่งประเทศไทย พอมีความรู้และเข้าใจกีฬาชนิดนี้พอสมควร อีกทั้งสถานที่ภายใน ม.ชินวัตร ก็มีบึงน้ำขนาดใหญ่เอื้ออำนวยอยู่แล้ว จึงได้ปรึกษากับผู้บริหารสถาบัน ก่อนจะมีมติเห็นชอบให้ทำทีมเรือพายหญิงขึ้นมา โดยมี เพทาย เชื้อพูล อดีตนักเรือพายเป็นผู้ฝึกสอนให้
“ตอนแรกก็ไปทาบทามนักศึกษาคณะพยาบาลคนโน้นคนนี้มา แต่ก็มีทั้งคนที่อดทนได้และอดทนไม่ไหว จนกระทั่งเหลือแค่ 14 คนในปัจจุบันนี้ เพราะการเล่นกีฬาชนิดนี้จะต้องทนกับมือไม้ถลอก แถมยังต้องเจอแดดลม-ฝน บางคนกลัวหน้าตาดำก็ต้องเลิกราไป กว่าจะฝึกซ้อมมาได้ถึงขนาดนี้ก็ต้องมีการเพิ่มเติมพละกำลัง และเทคนิคพิเศษต่างๆ เพียบ เพราะทุกคนไม่ได้เป็นนักกีฬามาก่อน แต่จะเน้นเรื่องการเรียนเพื่อไปเป็นนางพยาบาลมากกว่า แต่เป็นเพราะด้วยใจรัก และให้ความสนใจกับทุกคนเต็มที่ ก่อนจะเดินทางไปแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทย ที่จ.กาญจนบุรี เมื่อเดือนกันยายน ปีที่แล้ว เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ และมาแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยเป็นหนแรก พร้อมตั้งความหวังเอาไว้ว่า แค่ผ่านไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้ก็ประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่แล้ว เนื่องจากเวลาเรียนของนักกีฬาแต่ละคนค่อนข้างหนักมาก”
ส่วน เพทาย เชื้อพูล โค้ชประจำทีม กล่าวว่า จะหานักศึกษาในระดับชั้นปีที่ 1-2 มาร่วมทีม ช่วง 1-2 เดือนแรกต้องสอนวิธีการจับไม้พาย และการพายแบบไหนจะให้ทุกคนไปสู่เส้นชัยเร็วที่สุด เหมือนเป็นการจับปูใส่กระด้ง เพราะแต่ละคนบอบบางแถมยังเรียนหนักด้วย ช่วงแรกก็ไม่ค่อยอดทนกันสักเท่าไหร่ แต่พอให้เวลาฟิตซ้อมไปเรื่อยๆ ทุกอย่างเริ่มดีขึ้น ทุกคนมีความรับผิดชอบและความทุ่มเทตั้งใจจริง จนทำให้มีการพัฒนาดีขึ้นตามลำดับ เห็นได้จากสถิติเวลาที่ผ่านมาอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจดี จากเดิมก่อนเดินทางมาตั้งความหวังแค่ติด 1 ใน 6 ก็พอใจแล้ว แต่เมื่อมาถึงตรงจุดนี้สามารถทำได้อันดับ 4 จากทั้งหมด 12 ทีมชั้นนำ ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ เพราะคู่แข่งขันสำคัญอย่าง ม.เกษตรฯ, สถาบันพลศึกษา และ มศว เขาเล่นกีฬาชนิดนี้มาก่อนเรามาก แต่สถาบันเราเพิ่งเริ่มเล่นกีฬาชนิดนี้มาแค่ครึ่งปี แต่มีผลงานไล่จี้ก้นได้ขนาดนี้ถือว่าพอใจแล้ว
ขณะที่ “น้องเกตุ” กมลรส สาเรชพรรณ์ สาวสวยประจำทีม เผยว่า จริงๆ แล้วไม่ค่อยชอบเล่นกีฬาสักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะร้องเพลงเพราะเป็นนักร้องมาก่อน ตอนแรกที่มาฝึกซ้อมเพื่อนๆ ทุกคนรู้สึกเหนื่อยและท้อแท้มาก แถมยังทะเลาะกันบ่อยในทีมจนทำให้แทบล้มเลิกมาแข่งขันแล้ว แต่เป็นเพราะผู้จัดการทีมและโค้ชที่คอยช่วยเหลือ และแนะนำแต่สิ่งดีๆ มาให้ตลอด จนทำให้ฝีมือของพวกเราทุกคนพัฒนาดีขึ้นมาก แม้ว่า จะต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดมือไม้ด้าน หรือหน้าตาจะดำไปบ้างก็ตามที แต่ถ้าทำให้สถาบันของพวกเรามีชื่อเสียงดีขึ้นมาก็ยอม
ปิดท้ายกันที่ “น้องน้ำเย็น” ฉัตรสุดา เต่านวน ในฐานะกัปตันทีมเรือพาย บอกว่า กว่าพวกเราจะมาถึงจุดนี้ได้ต้องอดทนและเสียสละเวลาส่วนตัวกันมาก ทุกเย็นหลังเลิกเรียนจะมาฟิตซ้อมหนักตลอด ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ บางคนอดทนไม่ไหว หรือสภาพร่างกายไม่พร้อมก็ต้องเลิกเล่นกันไป ที่เหลืออยู่จะมีแต่พวกใจรัก และต้องการพิสูจน์ตัวเองว่า แม้จะเป็นนักศึกษาคณะพยาบาลก็ตามที ซึ่งหลายคนอาจมองว่า บอบบางร่างกายไม่แข็งแรง แต่พวกเราก็ได้พิสูจน์ให้ทุกคนและเพื่อนๆ ต่างสถาบันได้เห็นแล้วว่า พวกเรามีความสามารถดีแค่ไหน ณ วันนี้สถิติเวลายังอาจไม่ดีพอ แต่เชื่อว่า อนาคตต่อจากนี้ไป ม.ชินวัตร จะมีชื่อเสียงในกีฬาเรือพายให้ทุกคนได้รู้จักมากยิ่งขึ้น
ไม่เชื่อก็คอยดูกันไป !!!!!
-----------------------
('นางฟ้าสายน้ำ' กันเกราเกมส์ ม.ชินวัตรขนพยาบาล 'จ้ำบึ้ด' : เรื่อง...อภิชาติ ระวีวัฒน์ / ภาพ...กอบภัค พรหมเลขา)



