ข่าว

‘หนุ่มร้องสื่อ’ถูกแจ้งเท็จทำสะดุดรับราชการตร.

‘หนุ่มร้องสื่อ’ถูกแจ้งเท็จทำสะดุดรับราชการตร.

15 ม.ค. 2559

หนุ่มร้องสื่อโดนสาวแจ้งความเท็จ เคลียร์คดีจบแต่ยังถูกตัดสิทธิ์รับราชการตำรวจ

 
          วันที่ 15 ม.ค.2559 จากกรณี เมื่อวันที่ 12 เม.ย. 2558 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มักกะสัน นำโดย พ.ต.ท.จิรวัฒน์ ยอดกระโหม รอง ผกก.ป. พ.ต.ต.ชาญชัย วรัญญรัตนะ สวป. และกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจ สน.มักกะสัน ได้ร่วมกันจับกุม นายธาม บัวชุมพล อายุ 31 ปี ข้อหาพาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจารโดยใช้กลอุบายหลอกลวงและข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น ซึ่งจับกุมได้ที่ด้านหน้า สน.มักกะสัน ซอยศูนย์วิจัย แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. หลังจากก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันที่ 12 เม.ย.2558 น.ส.แนน (นามสมมติ) ได้เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.สุณัฐพล นิรมิตศุภเชษฐ์ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ สน.มักกะสัน โดยอ้างว่า น.ส.กิ๊ก (นามสมมติ) อายุ 21 ปี เพื่อนสาวถูกชายหนุ่มอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอตรวจค้นยาเสพติด แล้วพาตัวออกจากสถานที่จัดงานสงกรานต์ เอสทูโอ (S2O) ซึ่งเป็นการจัดงานสงกรานต์สถานบันเทิงอาร์ซีเอ ถ.พระรามเก้า ใกล้แยกจตุรทิศแขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. ก่อนนำไปข่มขืนในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านมักกะสัน จนเป็นข่าวครึกโครมโด่งดัง ถูกนำเสนอผ่านหน้า 1 ของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ และข่าวโทรทัศน์ทุกช่อง
 
          ในเวลาต่อมามีรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีดังกล่าว ว่า น.ส.แนน และ น.ส.กิ๊ก ได้ถอนแจ้งความเอาผิดแก่ นายธาม ไปแล้วหลังจากเข้าแจ้งความเมื่อวันที่ 12 เม.ย. 2558 ได้เพียงประมาณ 3 วัน โดยคดีสิ้นสุดในชั้นพนักงานสอบสวน ขณะที่ นายธาม รับทราบการถอนแจ้งความแล้ว ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายไม่ติดใจใดๆ
 
          ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 15 มกราคม 2559 นายธาม บัวชุมพล ได้เดินทางเข้าร้องขอความเป็นธรรมกับผู้สื่อข่าวสำนักข่าวเนชั่น และได้นำเอกสารหลักฐานใบบันทึกการแจ้งความ ใบบันทึกการถอนแจ้งความ ผลตรวจร่างกายของหญิงสาวที่อ้างว่าถูกเจ้าตัวข่มขืน จากรพ.ตำรวจ ที่ระบุว่าหญิงสาวผู้อ้างว่าเป็นผู้เสียหายถูกข่มขืน แต่จากผลตรวจก็ไม่พบร่องรอยการถูกข่มขืนแต่อย่างใด รวมถึงบันทึกข้อความของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เกี่ยวกับการบรรจุและแต่งตั้งทายาทของข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ และบันทึกการพิจารณาคุณสมบัติการเข้ารับราชการตำรวจของ นายธาม
 
          นายธาม เปิดเผยว่า ตนมีพ่อเป็นตำรวจและเสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่ ตนจึงมีสิทธิในฐานะการบรรจุและแต่งตั้งทายาทของข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ โดยตนจบระดับปริญญาตรี ก็สอบเข้ารับราชการตำรวจระดับสัญญาบัตร ยศ. ร.ต.ต. ปรากฏว่าสอบในอันดับที่ 5 ของรุ่น ซึ่งสามารถเลือกหน่วยงานที่จะเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ได้ จึงเลือกลงที่หน่วย บก.ปคม. แต่ยังไม่ทันเข้ารับการบรรจุเป็นตำรวจก็เกิดเรื่องเข้าใจผิด ตนถูกแจ้งความเท็จ ถูกกล่าวหาว่าอ้างตัวเป็นตำรวจพาหญิงสาวไปข่มขืน ก่อนถูกตำรวจ สน.มักกะสันจับกุม พอประกันตัวออกมา อีกประมาณ 3 วันก็มีการถอนแจ้งความ เพราะเป็นเหตุเข้าใจผิด สร้างความเสื่อมเสีย และความเสียหายเป็นอย่างมากกับตน
 
          “ผมอยู่ระหว่างพิจารณาเข้าเป็นตำรวจ ที่ บช.ก. เนื่องจากมีประวัติลายนิ้วมือ โดยคดีที่ที่ว่าจบสิ้นในชั้นตำรวจ เพราะเป็นการเข้าใจผิด แต่ผมจะไม่เอาผิดกลับ เพราะอยากจบแค่นี้ ให้อภัยผู้หญิงที่แจ้งความเท็จ แต่ข่าวที่ถูกเผยแพร่ตอนนั้นส่งผลให้ผมมีปัญหาตอนนี้ ทั้งที่เรื่องจบ ผมเป็นคนบริสุทธิ์ ผมแค่อยากขอความเป็นธรรม การเสนอข่าวตอนนั้นทำให้ผมถูกตัดสินจากทุกคน จากสังคมว่าเป็นคนไม่ดี พอเรื่องจริงปรากฏสังคมไม่ได้รับรู้ ผมจึงอยากชี้แจง คืนความเป็นธรรมให้กับผม และข่าวตอนนั้นยังปรากฏอยู่บนสื่อออนไลน์ จึงทำให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยคณะพิจารณาทำบันทึกข้อความ ที่ 0009.242/5876 ลงวันที่ 24 ธ.ค.58 เกี่ยวกับเรื่องการพิจารณาคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของการเป็นข้าราชการตำรวจ กรณีเป็นผู้ประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี แม้เรื่องราวรวมทั้งหลักฐานทั้งหมดจะทำให้ผมเป็นผู้บริสุทธิ์ปราศจากมลทิน ข่าวยังโชว์อยู่ตามหน้าเว็บต่างๆ ผมจึงต้องเดินทางเข้าชี้แจงกับสื่อ เพื่อเสนอข้อเท็จจริง ในการเข้ารับราชการตำรวจอย่างโปร่งใส เพราะหลังจากคดีสิ้นสุดลง มีการถอนแจ้งความ ก็มีหนังสือบันทึกข้อความ ที่ 0009.242/4168 ลงวันที่ 16 ก.ย.58 รับผมเข้าเป็นตำรวจสัญญาบัตร ผ่านคุณสมบัติทุกอย่าง เข้ารับตำแหน่ง รอง สว.กก.1 บก.ปคม.” นายธาม อธิบาย
 
          นายธาม กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่เรื่องยังค้างค้ากับคณะกรรมการพิจารณาจนถึงทุกวันนี้ก็เพราะข่าวเมื่อเดือน เม.ย.2558 ที่เผยแพร่ทุกแขนง ตนจะไม่ดำเนินการฟ้องร้องเอาผิดใคร เพียงแค่ต้องการให้สื่อนำเสนอความจริงหลังจากเหตุการณ์วันนั้น เพื่อคืนความถูกต้อง ให้ความเป็นธรรม ขอโอกาสคนที่ถูกใส่ร้ายได้กลับมามีที่ยืนในสังคม ให้ตนได้ทำงาน ได้เป็นตำรวจดำเนินรอยตามผู้เป็นพ่อที่เป็นตำรวจที่ดี