
ตามรอยแก๊ง"ลักสมบัติชาติ"
ด้วยความเห็นแก่เงินมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม ทำให้เอกสารสำคัญของชาติในหอสมุดดำรงราชานุภาพ ถูกนักการภารโรงร่วมกับหนุ่มหัวหมอ ลักลอบนำออกไปขายให้แก่นักสะสม ส่งผลให้สมบัติของชาติที่ประเมินค่าไม่ได้ และเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ ต้องตกไปอยู่
ต้นเดือนมิถุนายน "ญาณี คูหะรัตน์" บรรณารักษ์ชำนาญการ ทำหน้าที่จัดการหอสมุดดำรงราชานุภาพ ได้นำเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นเอกสารต้นฉบับส่วนพระองค์ของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ออกมาบันทึกภาพทำหลักฐานทางประวัติศาสตร์ใหม่ทั้งหมด ทำให้ทราบว่ามีเอกสารสำคัญ 172 รายการ รวม 469 แผ่น สูญหายไปจากหอสมุด จึงเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2552
พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.รังสรรค์ ประดิษฐ์ผล ผกก.สน.นางเลิ้ง และ พ.ต.ท.อนุรักษ์ พิมพา สว.สส.สน.นางเลิ้ง พร้อมชุดสืบสวนแกะรอยหาตัวคนร้ายและสมบัติของชาติทันที โดยเริ่มต้นจากการตรวจสอบที่หอสมุดไม่ปรากฏร่องรอยงัดแงะ ลูกกุญแจเข้าหอสมุดแขวนอยู่ชั้นล่าง ส่วนลูกกุญแจเข้าห้องเก็บเอกสารชั้นสองแขวนไว้บริเวณชั้นสอง คนที่จะเข้าไปได้จึงต้องเป็นคนในเท่านั้น !?!
บรรณารักษ์หอสมุดให้ความเห็นว่า "ทนงศักดิ์ ฮวดศรี" นักการภารโรงประจำหอสมุดวัย 49 ปี เป็นคนในที่มีพฤติการณ์น่าสงสัย เนื่องจากมีปัญหาเรื่องเงินและถูกตามทวงหนี้บ่อยครั้ง แต่แทนที่จะเรียกทนงศักดิ์มาสอบสวน ชุดสืบสวนได้มุ่งไปหาพยานแวดล้อมที่ให้การว่า ทุกๆ วันจะพบเห็นทนงศักดิ์เข้ามาทำงานตั้งแต่เช้ามืดตีห้าครึ่งเป็นประจำ แล้วก่อน 7 โมงเช้าจะออกไปพร้อมกับซองเอกสาร ด้วยเหตุนี้ชุดสืบสวนจึงปักหมุดให้นักการคนนี้เป็นผู้ต้องสงสัยเบอร์ 1 จากนั้นจึงไปหาผู้ชำนาญการประจำหอจดหมายเหตุ หอสมุดแห่งชาติ เกี่ยวกับแหล่งซื้อขายเอกสารสำคัญ ก็ได้รับคำตอบว่า อยู่ที่ตลาดนัดสวนจตุจักรและหน้าที่ทำการไปรษณีย์กลาง บางรัก กรุงเทพฯ
นอกจากนี้ ผู้ชำนาญการคนเดิมยังขอให้ชุดสืบสวนตรวจสอบประวัติของ "สกล ใจสมคม" อายุ 35 ปี เนื่องจากมีพฤติการณ์เข้ามาใช้บริการหอสมุดแห่งชาติบ่อยครั้งและแทบทุกครั้งมักจะมีเอกสารหาย แม้จะไม่มีหลักฐานยืนยันการกระทำผิด แต่ก็อยู่ในฐานะผู้ต้องสงสัยจนขึ้นบัญชีดำห้ามเข้ามาใช้บริการ !?!
ชุดสืบสวนเดินทางต่อไปยังตลาดนัดสวนจตุจักร มีผู้ค้าหลายคนให้ข้อมูลว่าเคยมีคนนำเอกสารสำคัญอ้างว่าเป็นลายพระหัตถ์ ร.5 มาขาย เมื่อชุดสืบสวนนำรูปให้ดูก็ยืนยันว่าเป็นสกล พ.ต.ท.อนุรักษ์จึงขอความร่วมมือกับสายด้วยการปล่อยข่าวลวงว่า ต้องการซื้อเอกสารมาเก็บสะสมไว้ จากนั้นก็ตั้งตารอเวลาติดต่อกลับ ซึ่งกินเวลานานพอสมควร สายข่าวก็แจ้งว่าสามารถหาซื้อได้ในราคาแผ่นละ 1.5 หมื่นบาท 2 แผ่นเป็นเงิน 3 หมื่นบาท
สว.สส.สน.นางเลิ้ง ตัดสินใจซื้อแล้วสอบปากคำสายข่าวว่านำมาจากใคร เมื่อได้รับการยืนยันว่านำมาจากสกล จึงให้พนักงานสอบสวนขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญากรุงเทพใต้ จับกุม "สกล ใจสมคม" กับ "ทนงศักดิ์ ฮวดศรี" ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนในสถานที่ราชการและรับของโจร
"นายทนงศักดิ์สารภาพว่าทำไปทั้งที่รู้ว่าเป็นสมบัติของชาติ เพราะต้องการเงินเท่านั้น แต่ไม่ได้ทำแค่ครั้งเดียว ทยอยเอาออกไป ส่วนนายสกลอ้างว่าชอบสะสมวัตถุโบราณและศึกษาประวัติศาสตร์ แต่ชุดสืบสวนไม่เชื่อ เพราะพฤติการณ์ของนายสกลได้สินค้าแล้วมักนำไปขายต่อเก็งกำไร" พ.ต.ท.อนุรักษ์กล่าว
สนนราคาเอกสารสำคัญที่สกลนำไปเร่ขายอยู่ที่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสนบาท ขึ้นอยู่กับความสวยงาม สะอาด ชัดเจน ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วไม่สามารถประเมินราคาได้ เพราะมีคุณค่าทางจิตใจและเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ พร้อมกันนี้ พ.ต.ท.อนุรักษ์เรียกร้องให้ผู้ที่รับซื้อเอกสารสำคัญไปให้รีบนำมาคืน และพร้อมจะให้ความเป็นธรรม หากเก็บไว้อาจไม่เป็นผลดีต่อตัวเอง
"ขนาดชุดสืบสวนใช้กล้องดิจิทัลถ่ายรูปเก็บตัวอย่างเอกสารสำคัญเหล่านี้ เพื่อใช้เป็นแนวทางสืบสวนยังบันทึกไม่ได้ ทั้งที่กล้องดิจิทัลก็เป็นปกติทุกอย่าง !?!" สารวัตรอนุรักษ์กระซิบบอกด้วยความหวังดี
เอกสารสำคัญที่ถูกโจรกรรม ได้แก่ 1.เอกสารลายพระหัตถ์พระบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้เป็นนายพลเอกทหารบก พ.ศ.2466 จำนวน 2 แผ่น 2.เอกสารลายพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ แบบต่างๆ 6 แผ่น 3.อัลบั้มภาพถ่ายสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ 1 อัลบั้ม 4.ภาพถ่ายสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ 7 ภาพ 5.สำเนาหนังสือราชินิกุลรัชกาลที่ 3 จำนวน 101 แผ่น 6.สำเนาหนังสือพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ถึงสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ 11 ฉบับ 7.ซองใส่เอกสารสีน้ำตาลจ่าหน้าซองเรียนหัวหน้าหอสมุดดำรงราชานุภาพ 1 ซอง
8.ซองพลาสติกใสพิมพ์ข้อความพิพิธภัณฑ์และหอสมุดดำรงราชานุภาพ 9.ตรายางระบุชื่อ ม.ร.ว.ดารณี (อาภากร) วัฒนายากร 10.ตรายางระบุชื่อ ม.จ.อุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ 11.ตรายางระบุชื่อ พญ.ท่านหญิงวโรภาส ภาณุพันธุ์ 12.ตรายางระบุชื่อ พล.ต.ม.จ.เฉลิมศึก ยุคล 13.ตรายางระบุชื่อ ม.จ.อรุณแสงไข ภาณุพันธุ์ 14.สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของ ม.จ.หญิง วุฒิเฉลิม วุฒิชัย 2 แผ่น 15.จดหมายจากศูนย์สื่อสารในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เรียน บจก.บรอดแคสไทยเทเลวิชั่น 1 ฉบับ และซองจดหมายที่ระลึกหน้าซองระบุชื่อเชื้อพระวงศ์อีกหลายฉบับ



