ข่าว

การเมืองกับเรื่องการสัมผัส "ตัวเป็นๆ"

การเมืองกับเรื่องการสัมผัส "ตัวเป็นๆ"

28 ก.ค. 2552

การเมืองไทยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจนั่นคือ เรื่องของปฏิบัติการทางการเมืองของการเฉลิมฉลองวันเกิดของคุณทักษิณ ซึ่งสำคัญอยู่ที่การนำเสนอ "ตัวตน" ของตัวคุณทักษิณในหลายรูปแบบ และตัวตนของนักวิชาการในการนำเสนอประเด็นสาธารณะเรื่องขั้นตอนและ

 ในเรื่องแรกคือ เรื่องของการนำเสนอตัวตนของคุณทักษิณนั้น เป็นเรื่องได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก อย่างน้อยก็จากพื้นที่สื่อ ไม่ว่าจะเรื่องของการโฟนอินไปตามที่ต่างๆ และในเรื่องของการนำเสนอเทคโนโลยีขั้นสูงในการถ่ายทอดภาพเสมือนของคุณทักษิณในหลายๆ มิติ

 ประเด็นที่กลายเป็นข่าวก็คือว่าสุดท้ายภาพเสมือนของคุณทักษิณนั้นก็ไม่ใช่เรื่องของความไฮเทคสามหรือสี่มิติ แต่เป็นภาพตัวของคุณทักษิณบนแผ่นกระดาษธรรมดา

 แต่สิ่งที่ไม่ได้กลายเป็นข่าวก็คือ ภาพของคุณทักษิณนั้นกลายเป็นตัวแทนของคุณทักษิณไปในทุกๆ ที่มากขึ้นเรื่อยๆ และสิ่งที่สำคัญไม่ใช่ประเด็นของความไฮเทคของภาพ

 แต่เป็นประเด็นเรื่องของลักษณะความสัมพันธ์ของคุณทักษิณกับประชาชน ที่มีการสื่อสารสองด้าน (interactiveness) แม้ว่าตัวจริงของคุณทักษิณจะอยู่ไกล ซึ่งประเด็นดังกล่าวนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าการสื่อสารของคุณทักษิณมีทีมงานจัดการให้ เพราะว่าบุคคลสาธารณะของประเทศไทยทุกคนก็มีคนจัดการให้ทักษิณ

 แต่อย่างน้อยเมื่อเทียบกับนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน เราจะพบว่าคุณทักษิณยังสามารถ "พบประชาชน" และ "ลงพื้นที่" ได้บ่อยกว่านายกฯ คนปัจจุบัน เพราะนายกฯ คนปัจจุบันนั้นพบปะประชาชนในลักษณะ "พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ" ผ่านสื่อ ขณะที่คุณทักษิณนั้นเข้าถึงประชาชนที่สนับสนุนเขาตามพื้นที่ต่างๆ

 เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แค่ว่า นายกฯ มีภารกิจมากมาย ขณะที่คุณทักษิณไม่มีภารกิจ แต่เรื่องมันอยู่ที่ว่า ขณะที่นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันนั้นใช้เวลาเตรียมการลงพื้นที่เพื่อหาชาวบ้านกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นเวลานาน และมี "ระยะห่าง" กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะการใส่เสื้อเกราะ และการโอบล้อมไปด้วยทีมงานจัดงาน เรากลับพบว่าคุณทักษิณนั้นสามารถเข้าถึงประชาชนในแต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิดมากกว่า แม้ว่าจะเป็นการเข้าถึงผ่านการโฟนอิน หรือการยิงสัญญาณ

 เรื่องที่ท้าทายจึงอยู่ที่ว่า ประชาชนในความหมายของคนยากคนจนนั้นรู้สึกว่า "สัมผัส" นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน หรือคุณทักษิณในฐานะนายกฯ ในดวงใจของเขามากกว่ากัน หรือใกล้ชิดกว่ากัน หรือ "จริง" มากกว่ากัน

 สิ่งที่ผมเขียนนี้ไม่ใช่การโจมตีนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันด้วยความมุ่งมาดฆาตร้าย แต่อยากจะเรียนชี้แจงว่า การเมืองนั้นไม่ใช่แค่เรื่องของการบริหาร แต่หมายถึงความเชื่อมโยงเกี่ยวพันกับประชาชนด้วย ซึ่งถ้านายกรัฐมนตรีไม่คิดว่าสำคัญคงไม่ตั้งทีมงานโฆษกเสียมากมายดังที่เป็นอยู่ แต่การมีโฆษกมากมายและเน้นการแถลงข่าวนั้นเป็นคนละเรื่องกับการสัมผัสกับประชาชนคนทั่วไปที่ไม่ได้เป็นฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ และการรอให้พรรคร่วมรัฐบาล "จัดให้" ตลอดเวลานั้นคงไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นในตัวนายกฯ จากประชาชนได้

 ขณะที่นายกรัฐมนตรีมักจะปรากฏกายตามข่าวต่างๆ เฉพาะในการเปิดงานสัมมนาและแสดงสินค้าขนาดใหญ่ในเมืองหลวงและสื่อสารกับผู้เข้าร่วมงานด้วยปาฐกถาที่เต็มไปด้วยภาษาที่หรูหรา

 เรื่องที่เปราะบางก็คือ นายกรัฐมนตรีนั้นทำให้ประชาชนรู้สึกว่าเป็นบุคคลที่เข้าถึง-สัมผัสได้ยากที่สุดในประเทศ และที่แย่กว่านั้นก็คือ ทำให้รู้สึกว่ามีคนบางกลุ่มเท่านั้นที่เข้าถึงนายกรัฐมนตรีได้มากกว่ากลุ่มอื่น เพราะเข้าถึงได้เฉพาะงานที่ต้องจ่ายตังค์ ในพื้นที่หนึ่งๆ เท่านั้น ผมคิดว่าจะมีอีกกี่โฆษกก็คงไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ในระยะสั้นและยาวของตัวนายกรัฐมนตรีนั้นดีขึ้นหรอกครับ