ข่าว

เตรียมรับมือเกมป่วนเมือง

เตรียมรับมือเกมป่วนเมือง

28 ก.ค. 2552

งานฉลองวันเกิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีมวลชนเสื้อแดงร่วมชุมนุมในหลายพื้นที่ ท่ามกลางการประโคมข่าวกิจกรรมต่างๆ ทั้งศาสนาและพิธีกรรมนอกรีตตามความเชื่อของผู้จัด โดยมีพระสงฆ์ส่วนหนึ่งมีบทบาทตอบสนองความต้องการ

 เพราะได้รับการนิมนต์ให้เข้าร่วมทำพิธีสวด เจ้าตัวได้โทรศัพท์จากต่างประเทศแสดงความดีใจ เชื่อว่ายังมีประชาชนส่วนหนึ่งจงรักภักดี พร้อมสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ เพื่อปูทางให้พ้นจากโทษและหวนคืนสู่อำนาจการเมือง และทวงสมบัติจำนวน 7.6 หมื่นล้านคืนจากการอายัด

 การประโคมข่าวและพิธีกรรมพิลึกพิลั่น อาจทำให้ประชาชนลืมสภาพความเป็นจริงที่ว่า ผู้เข้าร่วมงานทั่วประเทศมีจำนวนน้อยกว่าที่คาดไว้ ถ้านับรวมกันน่าจะเป็นเพียงไม่กี่พันคน หรือระดับหมื่นต้นๆ แตกต่างจากคำคุยโวว่าจะเป็นงานมหกรรมยิ่งใหญ่ ไม่เคยมีใครเคยจัดมาก่อนในประเทศหรือในโลก เพราะมีการอวยพรข้ามโลกกล่าวปราศรัยผ่านระบบวิดีโอเชื่อมโยงกับจุดชุมนุมในหลายพื้นที่

 ถ้าจะถือเป็นความล้มเหลว คงไม่ผิด เพราะนอกจากจำนวนคนเข้าร่วมน้อยกว่าที่คาด การแสดงออกในงานวันเกิดของเจ้าตัวเท่ากับเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า แม้จะอยู่ในความลำบาก เป็นคนไร้แผ่นดิน ถิ่นที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง ต้องคอยพะวงหลบหนีการจับกุม และคดีอาญาอีกกว่า 10 คดีซึ่งรอการพิจารณาในศาล พ.ต.ท.ทักษิณยังคงแสดงให้เห็นลักษณะความขัดแย้งในตัวเอง เช่น การขอร้องให้ประชาชนปรองดอง แต่ตัวเองกลับมีพฤติกรรมและคำพูดร้ายต่อบ้านเมือง ทั้งยังยุยงส่งเสริมให้มวลชนเพียงหยิบมือเดียวให้มีกิจกรรมจาบจ้วงล่วงเกินสถาบันหลัก โดยล่าสุดไปตั้งเวทีปราศรัยใกล้บริเวณพระราชวังไกลกังวล หัวหิน ซึ่งเป็นพื้นที่เขตพระราชฐาน หวังล่ารายชื่อเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยเจ้าตัวไม่ยอมรับโทษจำคุก เป็นการกระทำเหมือนตัวเองอยู่เหนือระบบกฎหมายบ้านเมือง

 การใช้งานวันเกิดฟื้นฟูกิจกรรมป่วนเมือง เขย่าความมั่นคงรัฐบาลยังคงมีต่อไป ด้วยการรณรงค์ชูโครงการประชานิยมหลอกลวงประชาชน ดังที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ไม่ว่ากรณีการลงทุนเหมืองทอง เหมืองเพชร การซื้อเกาะ ล่าสุดจะมีโครงการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเพื่อสนับสนุนสินค้าโอท็อป การศึกษาเยาวชน รวมทั้งการรายงานความยากจนของคนไทยเพื่อขอรับบริจากจากคนมั่งคั่งในโลก ซึ่งเป็นการนำเสนอแบบลวงโลก น่าหัวเราะ เพราะตัวเองก็ร่ำรวยมหาศาลแต่ไม่เคยควักกระเป๋าช่วยเหลือคนยากจนอย่างจริงจัง ทั้งๆ ที่เผชิญข้อกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมไม่ซื่อต่อบ้านเมือง เอาสมบัติของบ้านเมืองภายใต้สัญญาสัมปทานไปขายให้ต่างชาติ

 เมื่อรัฐบาลและกลไกกฎหมายไร้ผลในการบังคับใช้หรือจัดการปัญหาการป่วนเมืองในรูปแบบต่างๆ จึงเป็นที่คาดได้ว่าประเทศยังคงเผชิญกับความไม่สงบด้านการเมืองต่อไป เพราะรัฐบาลไม่จัดการกับข้าราชเกียร์ว่าง หรือไม่ทำงานตามหน้าที่ ความรับผิดชอบ ประชาชน ภาคธุรกิจ คงหวังไม่ได้ว่าการเมืองจะเข้าสู่ระบบที่ควรจะเป็น เพราะการเคลื่อนไหวขัดขวางการบริหารบ้านเมืองยังเป็นไปทั้งในและนอกสภา มีมวลชนสร้างความเดือดร้อน ทำลายบรรยากาศแห่งความสมานฉันท์ เพราะตัวการใหญ่มีการกระทำแบบปากอย่าง ใจอย่าง นั่นเอง ถ้ารัฐบาลยังคงเพิกเฉย สถานการณ์คงเลวร้ายกว่าเดิม เป็นอุปสรรคต่อการฟื้นฟูสภาวะเศรษฐกิจ จนมองไม่เห็นทางออก