ข่าว

ยุคแห่งความเสื่อมทราม

ยุคแห่งความเสื่อมทราม

28 ก.ค. 2552

บ้านเมืองยังจมปลักอยู่ในหลายๆ วิกฤติ หาทางออกไม่ได้ แต่นักการเมืองยังคงชักชวนชาวบ้านดำเนินกิจกรรมไร้สารพัด แล้วอวดอ้างว่าเป็นการต่อสู้ดิ้นรนแสวงหาประชาธิปไตย ใช้เล่ห์ลิ้นตะแบงเอาดีเข้าตัวเอาชั่วให้คนอื่น

 ดูแล้วแทบมองไม่เห็นอนาคต มีอย่างที่ไหน แทนที่จะร่วมมือกันแก้ไขปัญหา พวกนักการเมืองในสภาดันทุรังมุ่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ สร้างประเด็นทะเลาะ เป็นเงื่อนไขสำหรับปลุกระดมมวลชนให้ต่อสู้นอกสภา สร้างความปั่นป่วนให้บ้านเมือง

 คนหนีคุกฉลองวันเกิด ตัดกรรม แต่ไม่ตัดกิเลส มีชาวบ้านจัดงานให้ในหลายจังหวัด โทรศัพท์มาแสดงความเป็นปลื้ม วอนให้ประชาชนมุ่งปรองดองสมานฉันท์ ก็ไม่รู้ว่าคนไหนสร้างเวรใหม่ให้ตัวเอง และสร้างกรรมให้บ้านเมือง

 คงอยากให้ชาวบ้านจมอยู่ในกองทุกข์เพราะพฤติกรรมยุยงปลุกปั่น ระดมคนให้กระด้างกระเดื่องต่อต้านรัฐบาล ล้มล้างสถาบันหลัก ใช้ปากพ่นพิษไปทั่วโลก สร้างความเสื่อมเสียให้กระบวนการศาลยุติธรรม หลังจากครอบงำตำรวจและอัยการบางส่วน

 ทุกวันนี้คนหนีคุกยังทำตัวฮึกเหิม ลำพองเหมือนอึ่งอ่างเหมือนเดิม ไม่รู้ตัวว่าพวกอาสาสู้แล้วรวยหลอกรับประทานจนสร้างฐานะ เสริมความมั่งคั่ง แทบไม่เชื่อว่าตัวเองจะมีวาสนา ได้เหยื่อเป็นคนมีทุกข์พลัดจากแผ่นดินเกิด ต้องใช้เงินร้อนๆ จ้างคนเผาเมือง

 สมแล้วกับคำประกาศ ถ้าตัวเองยังมีทุกข์ อย่าหวังว่าบ้านเมืองจะอยู่อย่างสงบ!

 คนในรัฐบาลเด็กมาร์คทำเหมือนเด็กอมมือ แสร้งไขสือไม่รับรู้ว่าปากคนหนีคุกพ่นพิษใส่บ้านเมืองนั้นเป็นปัญหา ชาวบ้านเริ่มรู้สึกว่าที่ผ่านมาคาดหวังมากเกินไป

 ที่แท้นักการเมืองล้วนเป็นพวกแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน ประชาชนมาทีหลัง จึงไม่น่าประหลาดใจที่โพลล์จากบางสำนักบอกว่าเด็กมาร์คได้รับความนิยมน้อยกว่าคนหนีคุก โดยเฉพาะในกลุ่มรากหญ้าและพวกรายได้น้อย ซึ่งตกเป็นเหยื่อลิ้นลมลวงได้ง่าย

 แทนที่จะรู้สึกว่าต้องแก้ไข เร่งมือทำงานให้ปรากฏผล กอบกู้ความเชื่อมั่น ดันมีเสียงทำนองยอมรับสภาพ ปลงตก เหมือนไม่อยากสู้ต่อ ขอเพียงโกยงวดนี้ให้พอเท่านั้น

 ประชาชนจึงไร้ที่พึ่ง เมื่อนักการเมืองน้ำดีที่ยังพอมีเหลือในกลุ่มรัฐบาลถูกมารจำแลงครอบงำ ทำตัวเป็นตอ ไส้ศึก หนอนบ่อนไส้ และเกลือเป็นหนอน เพราะมุ่งหวังต่อผลประโยชน์จากการครองอำนาจรัฐ ทำให้เด็กมาร์คเกือบหมดแรงดิ้นรน

 ศัตรูร้ายต่างพรรคไม่สำคัญเท่ากับพวกเดียวกันทรยศหักหลัง แอบขยิบตาให้ศัตรู ด้วยเหตุนี้เอง การเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจังตามที่ประชาชนคาดหวังจึงไม่ยอมเกิด เพราะมีข้ออ้างว่าไม่ต้องการแทรกแซงระบบข้าราชการและหน่วยงานของรัฐ

 จะโง่อย่างบริสุทธิ์ใจ หรือแกล้งทำเป็นเซ่อไร้เดียงสา ก็แล้วแต่จะเดา เพราะการเข้ามานั่งเก้าอี้ กุมอำนาจ แล้วไม่ใช้ ก็เหมือนนั่งถือสากกระเบือรอครก ทั้งๆ ที่ชาวบ้านร้องขอให้ทำส้มตำ เมื่อเป็นเช่นนี้ จะอาสาเข้ามาบริหารบ้านเมืองทำซากอะไร

 จะให้ชาวบ้านหวังอะไรได้ แม้แต่นักบวช พระสงฆ์ ยังแยกแยะไม่ได้ว่าใครทำดีหรือชั่ว คงเป็นเพราะตัดกิเลสไม่ขาด ใช้ชีวิตอยู่ในความสบายของโลกยุควัตถุนิยม

 เมื่อคนเลวได้รับการยกย่อง คงไม่มียุคไหนเสื่อมเท่าทุกวันนี้แล้วนิ! อิอิอิ!!!