ข่าว

รักออนไลน์ของหนุ่มไวกิ้งกับดีเจสาวชาวเจียงฮาย

รักออนไลน์ของหนุ่มไวกิ้งกับดีเจสาวชาวเจียงฮาย

14 ม.ค. 2559

รักออนไลน์ของหนุ่มไวกิ้งกับดีเจสาวชาวเจียงฮาย : เขยฝรั่งสะใภ้อินเตอร์ โดย - ณัฐวัตร ลาพิงค์

           เรื่องราวความรักของชาวไทยและชาวต่างชาติถือเป็นเรื่องปกติที่พบเห็นได้ในปัจจุบัน เพราะโลกแคบลงและการติดต่อสื่อสารทำให้คนที่แม้จะอยู่คนละซีกโลกก็สามารถพบปะพูดคุยกันได้ตลอดเวลา ส่งผลให้คู่รักต่างชาติเกิดขึ้นมากมาย เช่นเดียวกับคู่ของ “เมธาวี ยี่ภิษโญ” และ “เลฟท์ เอ็คลูนด์” ซึ่งเป็นดีเจสาวชาวไทยกับหนุ่มใหญ่ชาวสวีเดน
 
           “เมธาวี ยี่ภิษโญ” หรือกุ้ง ปัจจุบันอายุ 40 ปี เป็นสาว อ.แม่ลาว จ.เชียงราย เป็นดีเจสาวเสียงใสประจำคลื่นวิทยุหลักใน จ.เชียงราย ซึ่งทำหน้าที่สื่อมวลชนที่ดี การปฏิบัติหน้าที่ดีเจทำให้เธอมีบุคลิกที่กระฉับกระเฉง พูดจาฉะฉาน ทำให้มีผู้ติดตามฟังรายการของเธอเป็นจำนวนมาก ประกอบกับส่วนตัวแล้ว “กุ้ง” อยากจะคบหากับชายชาวต่างชาติ จึงเข้าไปสมัครสมาชิกในเว็บไซต์หาคู่ โดยได้โพสต์ข้อความทิ้งเอาไว้และมีหนุ่มชาวต่างชาติสนใจแอดเข้ามาพูดคุยกับเธอ แต่เธอก็สะดุดกับหนุ่มไวกิ้ง ที่ชื่อ “เลฟท์ เอ็คลูนด์” ที่มีความสม่ำเสมอพูดคุยกับเธอตลอดตั้งแต่ปี 2555
 
           สำหรับ “เลฟท์ เอ็คลูนด์” ปัจจุบันเขาอายุ 49 ปี เป็นชาวเมืองเชลเลฟเตโอ ใน จ.เวสเตอร์บอตเตน ประเทศสวีเดน เป็นเมืองชายฝั่งบริเวณปากแม่น้ำเชลเลฟเตและเป็นเมืองประวัติศาสตร์ทางด้านอุตสาหกรรม มีเหมืองขนาดใหญ่ โดยเฉพาะเหมืองทอง จึงทำให้มีชื่อเล่นว่าเมืองทอง (โกลด์ ทาวน์) แต่เลฟท์ไม่ได้ทำเหมืองทอง โดยเขาทำงานในบริษัทจำหน่ายลิฟต์โดยสาร ซึ่งเป็นแหล่งผลิตและส่งออกลิฟต์ชื่อดังของสวีเดน
 
           ความรักของทั้งคู่เริ่มจากการติดต่อสื่อสารกันทางโลกออนไลน์ หลังจากที่พบกันในเว็บไซต์หาคู่ จากนั้นก็เริ่มพูดคุยกันตั้งแต่ปี 2555 ตั้งแต่ที่เริ่มคุยกัน กุ้งก็พบว่าชายคนนี้เป็นคนที่สม่ำเสมอ มีความเป็นห่วงเธอ พูดคุยและเข้าใจเธอเป็นอย่างมาก ทำให้เธอเปิดใจให้หนุ่มไวกิ้งคนนี้แล้ว แต่เพราะระยะทางจึงทำให้ทั้งคู่พูดคุยดูใจกันนานกว่า 1 ปี จากนั้นมาถึงปี 2556 เลฟท์ ตัดสินใจเดินทางจากสวีเดนมาประเทศไทย
 
           แน่นอนว่าการพูดคุยกันออนไลน์แม้ว่าจะได้เห็นหน้ากันทุกวันแต่ก็ไม่ได้เห็นถึงวิถีชีวิตและนิสัยใจคอที่แท้จริง การเดินทางมาประเทศไทยครั้งนี้ก็เหมือนเป็นการเริ่มต้นเรียนรู้ซึ่งกันและกันในโลกของความจริงที่ไม่ต้องผ่านหน้าจอ โดยกุ้งเองก็ได้เดินทางจาก จ.เชียงราย เพื่อไปรับที่หนุ่มตาน้ำข้าว ที่กรุงเทพฯ ก่อนจะเป็นไกด์นำเที่ยวประเทศไทย และพามาพบกับครอบครัวของเธอ ซึ่งครอบครัวของเธอก็ยอมรับในตัวว่าที่ลูกเขยชาวต่างชาติคนนี้เพราะว่าเลฟท์เป็นคนที่เข้ากับญาติของกุ้งได้ง่ายและเป็นกันเอง ซึ่งเขาใช้เวลาระยะหนึ่งในการอยู่ประเทศไทยก่อนจะกลับไปทำงาน
 
           หลังจากนั้นอีก 1 ปี กุ้งก็ได้เดินทางไปเยี่ยมบ้านของเลฟท์บ้าง ซึ่งครอบครัวของชายหนุ่มก็ถูกใจในตัวเธอเป็นอย่างมาก เพราะมีนิสัยตามแบบฉบับของสาวชาวไทยที่อ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่และมีความเคารพนับถือทำให้เข้ากันได้เป็นอย่างดี สำหรับเลฟท์มีพี่น้อง 5 คน เขาเป็นที่ 3 ซึ่งในช่วงที่อยู่สวีเดนจะมีการมาพบปะกันของครอบครัวและทำกิจกรรมร่วมกันทำให้ กุ้งมีโอกาสพบปะกับครอบครัวของเลฟท์ครั้งนั้นถือเป็นการพบปะครั้งแรก อาจจะมีปัญหาด้านการสื่อสารกันบ้างเพราะสวีเดนมีภาษาเป็นของตนเอง แต่ในขณะนั้นเธอสามารถสื่อสารได้เพียงภาษาอังกฤษเท่านั้น
 
           ซึ่งหลังจากที่ทั้งคู่ต่างได้พบปะกับครอบครัวแล้วต่างไปมาหาสู่กันเป็นประจำ ซึ่งชีวิตในสวีเดนของกุ้งถือว่าเป็นการเปิดโลกใหม่เลยก็ว่าได้ เพราะเลฟท์จะพาเธอไปทำกิจกรรมที่ไม่เคยมีในประเทศไทยเลย เช่น ตกปลาแซลมอนในลำธาร เก็บผลบลูเบอร์รี่ป่าและกิจกรรมต่างๆ อีกมากมายที่แปลกใหม่สำหรับเธอ ทำให้ความรักของทั้งคู่เหมือนได้ท่องเที่ยวและผจญภัยบ่อยครั้ง เช่นกัน เมื่อทั้งคู่กลับมาที่ประเทศไทยกุ้งก็จะพาเลฟท์ไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ทั้งใน จ.เชียงรายและใกล้เคียง ซึ่งทำให้เลฟท์ชอบมากที่ได้สัมผัสกับบรรยากาศความเป็นอยู่ของคนไทยที่เป็นกันเอง ยิ้มแย้มแจ่มใสและมีน้ำใจ
 
           ตั้งแต่เริ่มคบหากันในปี 2555 จนถึงปี 2557 ทำให้กุ้งรู้สึกผูกพันและเห็นถึงความเสมอต้นเสมอปลายของเลฟท์ในด้านต่างๆ ทั้งด้านครอบครัวที่เข้ากันได้ทั้ง 2 ครอบครัว และการไว้เนื้อเชื่อใจกันแม้ว่าจะอยู่ห่างไกลกัน ในปี 2557 นี้เองทำให้ทั้งคู่ตกลงมีพยานรักร่วมกันเป็นเด็กชายตัวน้อยที่น่ารักชื่อว่า “เลียม” ก่อนจะเข้าพิธีวิวาห์กับเลฟท์ในปี 2558 และตัดสินใจเดินทางไปใช้ชีวิตที่ประเทศสวีเดน
 
           ปัจจุบันกุ้งรับทำหน้าที่เป็นแม่บ้านคอยดูแลเลฟท์ และเลียม และใช้เวลาเรียนภาษาสวีเดนไปด้วยเพื่อที่จะได้สื่อสารกับครอบครัวของเลฟท์และสามารถสื่อสารกับผู้คนได้ การเป็นใช้ชีวิตในสวีเดนของเธอไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกว่าห่างไกลจากบ้านหรือรู้สึกเหงาแม้แต่น้อยเพราะเลฟท์และเลียมได้เติมเต็มทุกสิ่งให้เธอ นอกจากนี้ครอบครัวของเลฟท์ก็เดินทางมาพบปะบ่อยครั้งทำให้ไม่เหงา สำหรับแผนในอนาคตทั้งกุ้งและเลฟท์วางแผนว่าจะเก็บเงินทำงานและกลับมาอยู่ที่ จ.เชียงราย ในบั้นปลายชีวิต
 
           ในโลกออนไลน์นั้นแม้ว่าหลายคนอาจจะมองว่าเป็นอีกโลกหนึ่งที่ไม่ใช่โลกแห่งความจริง ที่ต่างฝ่ายก็อาจจะสร้างภาพหลอกลวงและเมื่อมาคบกันเจอกันในโลกแห่งความจริงก็ไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้ ทำให้ต้องแยกทางกันไป สำหรับคู่ของกุ้งและเลฟท์ เป็นอีกคู่หนึ่งที่ประสบความสำเร็จในชีวิตคู่ที่เริ่มต้นด้วยการคบหากันในโลกออนไลน์และสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้ในโลกแห่งความจริงด้วยเช่นกัน