ข่าว

‘ยาหอม...เป็นพิษ’

‘ยาหอม...เป็นพิษ’

14 ม.ค. 2559

‘ยาหอม...เป็นพิษ’ : มอร์นิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยสำนักข่าวเนชั่น

            ในเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ “กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ” เขียนเพื่อนำไปรับฟังความคิดเห็นของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และประชาชน ได้ผ่านบทบัญญัติหมวดว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทยแล้ว

            โดยสาระสำคัญ กำหนดให้ปวงชนชาวไทยทุกคน มีสิทธิและเสรีภาพอย่างเต็มที่ภายใต้อาณาเขตของประเทศไทย ตราบใดที่การใช้สิทธิและเสรีภาพนั้นไม่เป็นการฝ่าฝืนตัวบทของกฎหมายที่มีผลบังคับใช้ปัจจุบัน

            เว้นแต่การมีสิทธิและใช้เสรีภาพ 18 ประเด็นที่ถูกกำหนดขอบเขต คือ การห้ามเลือกปฏิบัติ, เสรีภาพในชีวิตและร่างกายที่ถูกจำกัดตามคำสั่งศาล, การรับโทษในคดีอาญาที่เป็นธรรม, ถูกเกณฑ์แรงงานเท่าที่กฎหมายกำหนด, การนับถือศาสนาและประกอบศาสนกิจที่ไม่กระทบความมั่นคงและความสงบ, ห้ามละเมิดความเป็นส่วนตัวเว้นแต่เพื่อประโยชน์สาธารณะ, การจำกัดเสรีภาพแสดงความเห็นเพื่อป้องกันความเกลียดชังแตกแยก

            เสรีภาพสื่อมวลชนตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ, การติดต่อสื่อสารอย่างอิสระ, สิทธิในทรัพย์สิน อสังหาริมทรัพย์ที่จะได้คืนจากการเวนคืนโดยรัฐ, การเดินทางและเลือกถิ่นที่อยู่, สิทธิของคนสัญชาติไทย, ประกอบอาชีพ, การร้องทุกข์-ฟ้องรัฐ, การรวมตัวของบุคคล, สิทธิร่วมกับองค์กรรัฐเพื่อพัฒนาพื้นที่, สิทธิชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ

            ตาม 18 ประเด็นที่ว่าดูเหมือนว่า “ผู้ร่างรัฐธรรมนูญ” จำกัดการกีดกันเสรีภาพประชาชนอย่างน้อยที่สุด ซึ่งเหมือนกับโปรยยาหอมให้ “ปวงชนชาวไทย” สูดดมได้ชื่นใจ

            แต่เมื่อพิจารณาถึงตัวเนื้อหาที่เขียนไว้ พบเงื่อนไขห้ามใช้สิทธิ-เสรีภาพ ซึ่งโยงการกระทำต้องห้าม 3 ประเด็น คือ กระทบมั่นคงปลอดภัย, กระทบความสงบเรียบร้อยของสังคม, ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น

            ทำให้ “ยาหอม” นั้น กลายเป็นยาพิษ !

            เข้าใจว่าการขีดข้อจำกัดใน 3 ประเด็น เพราะคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ต้องการสร้างการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

            แต่จุดด้อย ที่ไม่กำหนดนิยามเงื่อนไขนั้นไว้ชัดเจน ทำให้เหมือนจงใจเปิดช่องให้รัฐที่ลุแก่อำนาจ ไร้ธรรมาภิบาล เข้าลิดรอนเสรีภาพของ "คนไทย” ไม่ว่าในสถานะใดๆ

            แม้ในร่างมาตราของหมวดสิทธิเสรีภาพ จะเขียนบทบัญญัติที่ผูกมัด ห้ามออกหรือตรากฎหมายเพื่อจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคล แต่ไม่ใช่บทที่จำกัดตายตัว เพราะในมาตราเดียวกันนั้นได้เปิดช่องให้ออกกฎหมายเพื่อกำหนดกรอบการใช้เสรีภาพและสิทธิต่างๆ ของชนชาวไทยได้ แม้จะกำหนดกรอบของการตรากฎหมายที่ว่า ต้องไม่เป็นกฎหมายที่เกินกว่าเหตุ กระทบศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรือขัดต่อหลักนิติธรรม หรือออกกฎหมายเพื่อเจาะจงบังคับกับบุคคลใด

            แต่ใครจะกล้าโต้แย้ง อำนาจเต็มของรัฐต่อการออกกฎหมายได้

            เช่น ในสมัยของการออกกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมในที่สาธารณะ แม้จะมีข้อโต้แย้งหรือทักท้วง เพื่อให้ยกเว้นข้อจำกัดสิทธิการชุมนุมของชาวบ้านผู้เดือดร้อน แต่ผู้นำยุคสมัยนั้นกลับไร้น้ำใจและเดินหน้าผ่านกฎหมายชุมนุมทุกกรณี

            สิทธิเสรีภาพของประชาชน จึงยังได้มาอย่างยากเย็นแสนเข็ญ เหมือนเดิม