
วิกฤติภัยแล้งคุกคาม6จว.ภาคกลางเผชิญดินสไลด์-ถนนทรุด
วิกฤติภัยแล้งคุกคาม6จว.ภาคกลางเผชิญดินสไลด์-ถนนทรุด : ภัทรลดา ก้อนทองรายงาน
“วันนั้นป้ากำลังขายของในร้าน อยู่ดีๆ บ้านป้าก็ทรุดตัวลงไป เหลือแต่เสาบ้าน ข้าวของเสียหาย ป้าแทบจะเป็นลม ของใช้และเสื้อผ้าเสียหายหมด ต้องให้ชาวบ้านแถวนี้มาช่วยกันขนของที่ยังใช้ได้ ตอนนี้ป้าก็ต้องย้ายไปอยู่บ้านญาติ เพราะคิดว่าปลอดภัยกว่า”
เป็นเสียงเล่าปนสะอื้นย้อนถึงวินาทีชีวิต ของ “นางเที่ยง กำปั่น” ชาว จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ต้องสูญเสียบ้านและทรัพย์สินจนเกือบสิ้นเนื้อประดาตัวจากเหตุการณ์การทรุดตัวของดิน ขนาดกว้างกว่า 3 เมตร ยาว 50 เมตร ลึกกว่า 1 เมตร บริเวณถนนเลียบคลองสาน อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นที่พักอาศัยและที่ทำมาหากิน
กว่าหนึ่งสัปดาห์แห่งความโศกเศร้าและความสูญเสียจากภัยธรรมชาติที่กระหน่ำเข้าใส่ ถึงวันนี้ยังคงปรากฏร่องรอยให้เห็น แต่นางเที่ยงได้ตัดสินใจย้ายบ้านไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย เพราะรู้สึกหวาดผวา หากจะต้องพักอาศัยในบริเวณนี้
ผลกระทบจากภัยแล้งในครั้งนี้ นางเที่ยง เล่าว่า ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะเจอปัญหาดินสไลด์ จนทำให้บ้านเสียหายและพังลงในที่สุด ที่ผ่านมา จ.พระนครศรีอยุธยา ก็มักจะเกิดภัยแล้งอยู่แล้ว แต่ไม่รุนแรงเหมือนครั้งนี้ อีกทั้งยังทำให้ต้องเสียรายได้ เพราะบ้านหลังนี้นอกจากจะใช้พักอาศัยแล้ว ยังมีหน้าร้านขายของหาเงินเลี้ยงครอบครัวอีกด้วย
“ป้าอยู่ตรงนี้มา 20 กว่าปีแล้ว หลายครั้งที่อยุธยาเกิดน้ำแล้ง น้ำในคลองบางคลองแทบไม่มีเลย แต่ก็ยังอยู่กันได้ ซึ่งป้าไม่คิดว่าพื้นดินตรงที่ป้าปลูกบ้านอาศัยอยู่ มันจะถล่มลงไปนะ ตอนแรกบริเวณดินริมคลองอีกฝั่งของบ้านมันสไลด์ลงไปก่อนเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม ซึ่งป้าก็เริ่มกลัวแล้วว่าบ้านป้าจะโดนด้วยไหม พอถึงวันที่ 7 มกราคม ที่ผ่านมา อยู่ดีๆ บ้านป้าก็ทรุดตัวลงไป ข้าวของเสียหาย ต้องให้ชาวบ้านแถวนี้มาช่วยกันขนของขึ้น ตอนนี้ป้าก็ต้องย้ายไปอยู่บ้านญาติ” นางเที่ยง กล่าว
น้ำในคลองส่วนใหญ่จะเป็นตัวรับน้ำหนักถนนในระดับหนึ่ง แต่เมื่อเกิดภาวะภัยแล้งเกษตรกรบางรายยังสูบน้ำจากคลองที่ยังเหลืออยู่ไปใช้ ทำให้น้ำลดลงอย่างรวดเร็ว และเมื่อไม่มีปริมาณน้ำช่วยรับน้ำหนัก รวมทั้งน้ำในดินที่หายไป เป็นสาเหตุทำให้ดินบริเวณนี้เกิดการทรุดตัว แต่หากมีน้ำเข้ามาในคลองก็จะช่วยลดปัญหาลงได้
วิกฤติภัยแล้งในปี 2559 กำลังคุกคามประชาชนมากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และสังคมสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อโครงสร้างถนน โดยเฉพาะบริเวณริมคลองที่มีตลิ่งสูงชัน และถนนที่อยู่เลียบแม่น้ำลำคลองเกิดการทรุดตัว และพังทลายเกิดความเสียหายอย่างมาก
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นยังส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจ เพราะเกษตรกรไม่สามารถเพาะปลูกได้ตามปกติ รายได้ของเกษตรกรย่อมหดหายตามไปด้วย ภาระหนี้สินที่มีอยู่ เงินที่จะใช้เพื่อการดำรงชีพ ทำให้กำลังซื้อที่เป็นกำลังซื้อหลักลดน้อยลงไปอีก
ไม่ได้มีแค่เพียงกลุ่มเกษตรกรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบ น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาแห้งลง ทำให้น้ำในลำคลองต่างๆ แห้งขอด คลองส่งไม่มีน้ำไปหล่อเลี้ยง เกิดผลที่ตามมาคือถนนหลายแห่งเกิดการทรุดตัวเป็นแนวยาว ริมคลองเกิดดินสไลด์ ทำให้บ้านเรือนเสียหาย ถนนที่ใช้สัญจรไปมาก็พังลง สร้างความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก
ศ.ดร.ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล ที่ปรึกษาภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลว่า การเกิดถนนทรุดและดินสไลด์ มีสาเหตุมาจากชั้นของดินที่เดิมทีแล้วในพื้นที่ของภาคกลางป็นลักษณะดินทะเลเก่า มีแร่ธาตุในดินสูงถึงร้อยละ 80 ซึ่งแร่ธาตุตัวนี้มีคุณสมบัติซึ่งเมื่อเจอน้ำแล้วดินชนิดนี้จะเกิดการพองตัวและขยายตัว แต่เมื่อไม่มีน้ำหรือน้ำในคลองแห้ง ดินชนิดนี้จะคายน้ำจนทำให้ดินหดตัวและแห้ง จนเกิดการแตกตัวของดิน ทำให้เกิดดินสไลด์ซึ่งเป็นลักษณะธรรมชาติของชั้นดิน
“โดยเฉพาะปีนี้ที่เป็นผลต่อเนื่องจากภาวะภัยแล้งจากปีที่แล้ว ในหน้าฝนมีปริมาณน้ำฝนน้อยและน้ำมาช้า ทำให้น้ำขาด จึงต้องจัดการทรัพยากรน้ำ ในคลองบางส่วนจึงมีน้ำน้อย การปล่อยน้ำลงมายังคลองมีปริมาณน้อย ทำให้ถนนทรุดเร็วกว่าปีที่ผ่านมา และตราบใดถนนที่อยู่ริมคลอง แล้วน้ำในคลองแห้งหรือไม่มีน้ำ ดินที่เกิดการแห้งและแตก ก็จะเกิดการสไลด์ลง โดยเฉพาะถนนที่มีรถบรรทุกน้ำหนักมากๆ วิ่งสัญจรผ่านไปมา ก็เป็นตัวส่งเสริมให้มีการทรุดตัวเพิ่มขึ้น” ศ.ดร.ธนวัฒน์ กล่าว
จุดเสี่ยงที่จะเกิดการทรุดตัวของถนนในขณะนี้ จึงอยู่ที่ถนนริมคลองเป็นหลักที่อาจเกิดการทรุดตัวได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะคลองที่น้ำแห้งเป็นเวลานาน
ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป ในพื้นที่ 6 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ สิงห์บุรี อ่างทอง ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา สระบุรี และปทุมธานี จะประสบปัญหาดินสไลด์และถนนทรุดเพิ่มหนักขึ้น เพราะน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะยิ่งน้อยลง ทำให้ไม่มีน้ำเข้าไปในแหล่งน้ำต่างๆ ที่จะช่วยพยุงดิน เตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงควรระมัดระวัง



