ข่าว

คำถามถึงรัฐบาลมาเลเซียกรณีมาราปาตานี

คำถามถึงรัฐบาลมาเลเซียกรณีมาราปาตานี

14 ม.ค. 2559

คำถามถึงรัฐบาลมาเลเซียกรณีมาราปาตานี : บทความพิเศษ

           มีรายงานจากหน่วยงานด้านความมั่นคงค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า กลุ่มมารา ปาตานี ซึ่งเป็นองค์กรตัวแทนของกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐจำนวน 6 กลุ่มที่ร่วมโต๊ะพูดคุยสันติสุขดับไฟใต้กับรัฐบาล จะได้เข้าพบเลขาธิการโอไอซี ระหว่างเดินทางเยือนหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งไทย ช่วงสุดสัปดาห์นี้

           ความเคลื่อนไหวดังกล่าวในมุมมองของฝ่ายความมั่นคงไทย ถือว่าอ่อนไหวต่อปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างมาก เพราะรัฐบาลไทยทุกรัฐบาลยืนยันมาตลอดว่า ปัญหาชายแดนใต้เป็นปัญหาภายในของไทย แต่บทบาทของมาเลเซียในฐานะผู้อำนวยความสะดวกกระบวนการพูดคุย ประสานงานให้กลุ่มมารา ปาตานี เข้าพบเลขาธิการองค์การความร่วมมืออิสลาม หรือโอไอซี ซึ่งแสดงท่าทีกดดันไทยมาอย่างต่อเนื่องในเรื่องการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ เสมือนหนึ่งเป็นการยกระดับปัญหาสู่ระดับสากล หรือมีองค์กรภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้อง

           พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะอดีตนายทหารที่เคยมีบทบาทด้านประสานงานชายแดนไทย-มาเลเซีย กล่าวว่า เท่าที่ทราบประเทศเพื่อนบ้านของไทยเคยพากลุ่มมารา ปาตานี เดินทางไปพบโอไอซีมาแล้ว และให้มารา ปาตานี เสนอตัวเป็นผู้สังเกตการณ์การประชุมโอไอซี ซึ่งเป็นสถานะเทียบเท่ากับรัฐไทยในโอไอซี ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ของชาติผู้สังเกตกาณ์ซึ่งไม่ใช่ประเทศมุสลิม

           ระหว่างที่เลขาธิการโอไอซีเดินทางไปประเทศเพื่อนบ้านในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ได้มีการประสานงานให้กลุ่มมารา ปาตานี เข้าพบเลขาธิการโอไอซีด้วย

           ในกรณีนี้ พล.อ.อกนิษฐ์บอกว่า “ผมห่วงบทบาทของประเทศเพื่อนบ้านที่เราเชิญมาเป็นผู้อำนวยความสะดวกกระบวนการพูดคุยสันติสุขเพื่อแก้ไขปัญหาขัดแย้งในภาคใต้ เพราะบทบาทเช่นนี้ไม่ใช่ผู้อำนวยความสะดวก แต่กำลังแสดงบทบาทเป็นคนกลางการเจรจา และทำให้กลุ่มผู้เห็นต่างยกสถานะเทียบเท่ารัฐบาลไทย คำถามก็คือเป็นการทำเกินหน้าที่หรือไม่ และมีความเหมาะสมหรือเปล่า”

           “เรื่องนี้ถ้าโอไอซียอม ก็เท่ากับยอมรับสถานะของกลุ่มมารา ปาตานี ว่าเทียบเท่ากับรัฐบาลไทย จึงอยากให้โอไอซีตระหนักตรงจุดนี้และพิจารณาอย่างรอบคอบว่าตกลงจะคบกับรัฐบาลไทย หรือคบมารา ปาตานี ซึ่งเป็นกลุ่มแบ่งแยกดินแดน”

           อดีตนายทหารซึ่งมีบทบาทสูงในการเจรจายุติปัญหาโจรจีนคอมมิวนิสต์มลายาในอดีต ซึ่งส่งผลดีทั้งกับประเทศไทยและมาเลเซีย ยังเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ จับตาการเล่นเกินบทบาท ผิดคิวของมาเลเซีย และควรเร่งทำความเข้าใจกับโอไอซีโดยด่วน

           “มาเลเซียคิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จในการเป็นตัวกลางเจรจาสันติภาพระหว่างรัฐบาลฟิลิปปินส์กับกลุ่มเอ็มไอแอลเอฟ บนเกาะมินดาเนา ทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งสู้รบกันมาหลายสิบปี แล้วกำลังจะนำ ‘มินดาเนาโมเดล’ มาใช้กับปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ทั้งๆ ที่ใช้กันไม่ได้ เนื่องจากสภาพปัญหา สภาพสังคม และประวัติศาสตร์แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง”

           พล.อ.อกนิษฐ์ กล่าวด้วยว่า จากแนวทางการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะกระบวนการพูดคุยสันติสุขฯ กำลังเดินผิดทาง เล่นตามเกมมาเลเซียและมารา ปาตานี ฉะนั้นจึงเตรียมเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตั้งอนุกรรมาธิการศึกษาปัญหาเรื่องนี้ และสรุปเป็นรายงานเพื่อเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งปรับเปลี่ยนแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป

           เมื่อวันศุกร์ที่ 8 มกราคม ที่ผ่านมา พล.อ.อักษรา เกิดผล หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมคณะพูดคุย รวมทั้ง พล.อ.กิตติ อินทสร เลขานุการคณะพูดคุยฯ ตัวแทนจากกองทัพ เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นจากผู้นำศาสนา นักวิชาการ และภาคประชาสังคมในพื้นที่ เพื่อรับทราบสภาพปัญหาและความต้องการเกี่ยวกับกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขฯ โดยใช้สถานที่ค่ายจุฬาภรณ์ อ.เมือง จ.นราธิวาส

           บรรยากาศการประชุมเป็นไปอย่างเรียบร้อย โดยคณะพูดคุยฯ ได้อธิบายผลการดำเนินกระบวนการพูดคุยในปี 2558 และแผนงานการดำเนินกระบวนการพูดคุยในระยะต่อไป ซึ่งมีการขอความเห็นชอบต่อที่ประชุมด้วย เพื่อแสดงถึงความต้องการร่วมกันที่จะนำสันติสุขและความปลอดภัยในการดำเนินชีวิตของประชาชนกลับคืนสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

           ขณะที่ผู้นำศาสนาซึ่งเข้าร่วมประชุม ได้ขอให้ทุกฝ่ายอดทน แสดงออกด้วยความจริงใจและจริงจังในการดำเนินกระบวนการพูดคุยฯ อย่าให้สังคมผิดหวัง และต้องดำเนินการควบคู่กับการพัฒนาในทุกมิติ ส่วนนักวิชาการจะช่วยสร้างเสริมทางวิชาการในมุมมองสันติภาพเชิงบวก