
เสรีภาพสื่อ
เสรีภาพสื่อ : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ สำนักข่าวเนชั่น
เข้าสู่วันที่สองของ “กรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ” ที่เดินทางรอนแรมหลายร้อยกิโล มาพิจารณาเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราไกลถึง จ.เพชรบุรี โดยการพิจารณาในวันแรก ที่ประชุมได้พิจารณาตั้งแต่หมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์
ซึ่งเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการคงหลักการเดิม มีการเปลี่ยนถ้อยคำบางประการให้มีความครอบคลุมมากขึ้นเท่านั้น รวมทั้งมีการเพิ่มมาตราขึ้นใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
ส่วนหมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทยนั้น ได้รับความสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะสาระสำคัญคือ การกำหนดหลักการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพให้กว้างขวางขึ้น โดยเฉพาะในหมวดนี้มีเรื่องสิทธิและเสรีภาพของสื่อมวลชนรวมอยู่ด้วย
ที่สร้างความแปลกใจคือ จากที่รัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านมากำหนดให้สื่อของรัฐมีสิทธิและเสรีภาพเหมือนกับสื่อของเอกชน แต่ตามร่างฉบับใหม่นี้เขียนให้สื่อของรัฐต้องปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจและวัตถุประสงค์ของหน่วยงาน
อย่างไรก็ตาม กรธ.ระบุว่า ได้มีการเขียนให้ฝ่ายการเมืองในฐานะผู้ทำหน้าที่ควบคุมและกำกับดูแล ไม่สามารถแทรกแซงการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่สื่อของรัฐได้
หากว่าด้วยเรื่องเสรีภาพสื่อ การประชุมครั้งนี้ก็มีเรื่องน่าสนใจ กล่าวคือ ในการพิจารณาวันแรกได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนเข้าร่วมฟังในการพิจารณาตลอดทั้งวัน ตั้งแต่ 9 โมงเช้าจนถึง 6 โมงเย็น เป็นไปตามข้อตกลงก่อนหน้านี้ เช่น สามารถเล่าบรรยากาศในการประชุมได้ แต่ห้ามรายงานชื่อผู้อภิปราย และขอให้ออกนอกห้องในประเด็นสำคัญๆ ก็เป็นข้อตกลงเดิมที่ใช้ กันมาตั้งแต่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ สมัยที่ไปพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญรายมาตราที่ จ.ชลบุรี
บรรยากาศในห้องประชุมดูจะคึกคักอยู่บ้าง โดยเฉพาะในเรื่องสิทธิของสื่อมวลชน แต่ก็ดูเหมือนอภิปรายกันยังไม่เต็มที่เท่าที่ควร หรือเพราะเกรงใจบรรดากระจอกข่าวที่นั่งฟังอยู่หรือเปล่า หลังพิจารณาเรื่องสิทธิของสื่อมวลชนผ่านไป
ทำให้ย่างเข้าวันที่สองในการพิจารณาในรายมาตราของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ทาง กรธ.ไม่อนุญาตให้สื่อเข้าฟังในห้องประชุมพิจารณา โดยให้เหตุผลว่า เพื่อให้ กรธ.ได้มีโอกาสอธิบายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้เต็มที่ และอาจมีบางเรื่องที่มีความอ่อนไหว จึงทำให้การพิจารณาในวันที่สองมีเพียงการแถลงข่าวในช่วงเช้า 10 โมงเช้า และตอนบ่าย 3 โมง เท่านั้น แต่หากดูจากเนื้อหาสาระในวันที่สองก็เป็นเรื่องของหมวด 4 หน้าที่ปวงชนชาวไทย ซึ่งสาระสำคัญเป็นการวางหลักเรื่องหน้าที่ของบุคคล ต่างๆ อาทิ การรับราชการทหาร การปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย การไปใช้สิทธิเลือกตั้งหรือการต่อต้านการทุจริต หมวด 5 เรื่องหน้าที่ของรัฐ ซึ่งเนื้อหาเป็นการกำหนดหลักการให้รัฐต้องดำเนินการหรือทำในเรื่องต่างๆ และหมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ ซึ่งดูแล้วก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องปิดบังหรือปกปิด หรือละเอียดอ่อนแต่อย่างใด ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องสำคัญที่ประชาชนต้องรับรู้เป็นอย่างยิ่ง
น่าสนใจว่า เจตนาที่แท้จริงของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญคืออะไร หรือเป็นเพราะวันแรกที่เปิดให้รับฟังก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงเนื้อหาต่างๆ เอาเข้าจริง ถ้ามั่นใจว่าถูกต้องก็ไม่ควรหวั่นเกรงสิ่งใด



