
ร่างรัฐธรรมนูญ13หมวด261มาตรา
ร่างรัฐธรรมนูญ13หมวด261มาตรา : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ สำนักข่าวเนชั่น
ออกตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับการพิจารณาเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราที่ “กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ” นำโดย “มีชัย ฤชุพันธุ์” พาคณะทำงานหามุมสงบไกลถึง จ.เพชรบุรี เพื่อพิจารณาและถกเถียงในรายละเอียด
โดยในร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ “คณะอนุกรรมการยกร่างบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ” นำเสนอให้พิจารณานั้น มียอดรวมมาตราทั้งสิ้น 261 มาตรา ทั้งนี้ยังไม่รวมมาตราส่วนของบทเฉพาะกาล ซึ่งที่ประชุมจะนำไปพิจารณาในช่วงท้ายของการประชุมนอกสถานที่ประมาณสุดสัปดาห์นี้
ขณะที่เนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญ แบ่งได้เป็น 13 หมวด ได้แก่ หมวด 1 บททั่วไป, หมวด 2 พระมหากษัตริย์, หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย, หมวด 4 หน้าที่ของปวงชนชาวไทย, หมวด 5 หน้าที่ของรัฐ เป็นหมวดที่เพิ่มขึ้นใหม่ เพื่อกำหนดให้รัฐปฏิบัติหน้าที่อย่างชัดเจน อย่างหลีกเลี่ยง โดยไม่มีเหตุอันควรไม่ได้, หมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ, หมวด 7 รัฐสภา, หมวด 8 คณะรัฐมนตรี, หมวด 9 องค์กรอิสระ, หมวด 10 ศาล, หมวด 11 องค์กรอัยการ, หมวด 12 การปกครองส่วนท้องถิ่น และหมวด 13 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
เมื่อเปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ถือว่าเนื้อหามีจำนวนที่น้อยกว่ากันมาก ทั้งมาตราที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มีทั้งสิ้น 291 มาตรา (ไม่รวมบทเฉพาะกาล) และจำนวนหมวด ที่ของเดิมมีทั้งสิ้น 15 หมวด
เหตุที่รายละเอียดถูกย่น เพราะ “ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่กรธ.พิจารณาตกแต่งตัดหมวดการมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยตรงของประชาชน, หมวดการเงิน การคลัง และงบประมาณ, หมวดองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ, หมวดการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ, หมวดจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐ ตามที่เคยระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ออก และนำสาระสำคัญไปบัญญัติไว้ในหมวดหรือส่วนที่เกี่ยวข้อง
ส่วนการเขียนถ้อยคำนั้น ช่วงวันแรกของการพิจารณายังคงไล่เรียงไปทีละมาตราตามลำดับ โดยในช่วงของการพิจารณา “กรธ.” ให้ความสำคัญกับการกำหนดหลักการว่าด้วย “ใคร?” ควรได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งพบข้อถกเถียง ระหว่าง “ปวงชนชาวไทย” กับ “บุคคล” ที่กรธ.ฝ่ายภาคประชาสังคมต้องการกำหนดให้เป็นแบบกว้างคือ “บุคคล” ที่หมายถึงคนทุกคนในประเทศ ทั้งที่จะได้รับสัญชาติไทยโดยการเกิดหรือไม่ก็ตาม แต่ในภาคฝ่ายกฎหมาย เห็นว่า รัฐธรรมนูญคือการกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับราษฎรไทย ดังนั้นให้ใช้คำว่าปวงชนชาวไทย เพื่อให้ชัดเจน และเพื่อกันการสับสนในบทบัญญัติร่างมาตราอื่นๆ ที่ใช้คำว่า “บุคคล” ที่เป็นคำแทนบุคคลต่างด้าวที่อาศัยในประเทศไทย
สุดท้ายที่ประชุมสรุปให้รัฐธรรมนูญมีผลคุ้มครองเฉพาะปวงชนชาวไทย
ขณะที่ประเด็นสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทย “กรธ.” ยืนยันว่าตราบใดที่กฎหมายไม่ห้าม ไม่กระทบความมั่นคง ความสงบเรียบร้อยและสิทธิ เสรีภาพบุคคลอื่น ทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพที่จะทำและกำหนดห้ามรัฐออกกฎหมายที่ไปกระทบการใช้สิทธิเสรีภาพอย่างเกินกว่าเหตุ แต่หากเกิดกรณีที่ “ปวงชนชาวไทย” ถูกเลือกปฏิบัติต่อการใช้เสรีภาพ
มีทางเดียวที่จะรักษามาตรฐาน คือ ไปฟ้องศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย



