ข่าว

'แบล็กลิสต์' ห้ามเข้าไทย ต่างชาติอยู่เกินกำหนด

'แบล็กลิสต์' ห้ามเข้าไทย ต่างชาติอยู่เกินกำหนด

10 ม.ค. 2559

เรื่องเล่าข่าวดัง : 'แบล็กลิสต์' ห้ามเข้าไทย ต่างชาติอยู่เกินกำหนด : โดย...ภัทรลดา ก้อนทอง

 
                      นับตั้งแต่ 31 ธันวาคม 2558 เป็นต้นมา จนถึงเวลานี้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเริ่มขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 10 วันเต็ม แต่ดูเหมือนว่าวิถีชีวิตของผู้คนใน 10 ประเทศกลุ่มสมาชิกอาเซียนยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก
 
                      หลายคนยังคงมีความรู้สึกเหมือนเช่นเดิม ไม่พบสิ่งใดที่เปลี่ยนแปลงไปให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม เช่นเดียวกับพื้นที่ตามตะเข็บชายแดนระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้านก็ยังไม่พบความเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่แสดงให้เห็น ยังไม่มีอะไรบ่งชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างการเปิดหรือไม่เปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
 
                      ที่บริเวณตะเข็บชายแดนระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้านประชาชนทั้งสองฝั่งยังคงใช้ชีวิตอย่างเช่นปกติ ยังคงข้ามไปมาเพื่อหาซื้อสินค้า หรือประกอบการงานอาชีพเหมือนเช่นเดิม แต่จะมีแตกต่างอยู่บ้างคือกระบวนการตรวจสอบเอกสารการเดินทางไม่ว่าจะเป็นหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ต หรือหนังสือผ่านแดนชั่วคราว หรือบอร์เดอร์พาส ที่ทำกันอย่างละเอียดและรอบคอบขึ้น เช่นเดียวกับ สนามบินทุกแห่งที่มีมาตรการในการตรวจสอบบุคคลเข้าออกประเทศที่เข้มงวดขึ้นเช่นกัน
 
                      “ก่อนหน้านี้จะตรวจสอบไม่ค่อยละเอียดมีแค่ตรวจสอบหนังสือเดินทาง ตรวจสอบว่าใบหน้าตรงกันมั้ย แต่ตอนนี้ตรวจสอบกันละเอียด ตรวจลายเซ็น แถมมีให้กรอกข้อมูลการเดินทาง ไปที่ไหน ไปพักที่ไหน มีการให้ระบุโทรศัพท์ติดต่อสถานที่ที่เราจะไปพัก ซึ่งในอดีตไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน” น.ส.ปทุมรัตน์ สายสนิท นักท่องเที่ยวชาวลาวที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยให้ข้อมูล
 
                      นักท่องเที่ยวชาวลาวรายนี้บอกด้วยว่า ปกติจะเดินทางเข้าประเทศไทยเดือนละ 2-3 ครั้ง ซึ่งการเข้าออกไม่ได้ยุ่งยากไม่จำเป็นต้องกรอกข้อมูลในเอกสารมากนัก แต่ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2558 เป็นต้นมา เจ้าหน้าที่ไทยมีการเข้มงวดมากขึ้น มีการตรวจเอกสารเดินทางอย่างละเอียด ที่สำคัญคือมีการให้กรอกเอกสารใน ตม.6 ที่ละเอียดมาก โดยให้ระบุสถานที่ที่จะไปพัก เบอร์โทรศัพท์ติดต่ออย่างละเอียด
 
 
'แบล็กลิสต์' ห้ามเข้าไทย ต่างชาติอยู่เกินกำหนด
 
 
                      ความเข้มงวดในการตรวจสอบเอกสารเดินทาง การให้ชาวต่างชาติกรอกเอกสารระบุสถานที่พักในไทยอย่างละเอียด เป็นหนึ่งในมาตรการการตรวจสอบชาวต่างชาติที่เข้ามาในไทย ถือเป็นระบบคัดกรองเพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลไม่พึงประสงค์เข้าประเทศ เพราะเกรงว่าอาชญากรข้ามชาติ หรือแม้แต่กลุ่มก่อการร้าย จะฉวยโอกาสการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เข้ามาใช้ไทยทำความผิด
 
                      อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ได้นี้จะนำมาสู่การติดตามตรวจสอบความเคลื่อนไหวของชาวต่างชาติรายนั้นๆ ซึ่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้ทำข้อตกลงร่วมกับสถานที่พักทุกแห่งให้แจ้งข้อมูลต่างชาติที่เข้าที่พักทันทีภายใน 24 ชั่วโมง
 
                      ข้อมูลการแจ้งถิ่นที่อยู่ของชาวต่างชาติในไทยนี้จะลิงค์ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้จัดทำไว้พร้อมแล้ว ซึ่งเมื่อชาวต่างชาติเข้าไทยแล้วต้องแจ้งถิ่นที่อยู่ว่าไปพำนัก ณ สถานที่ใด เมื่อไปถึง ณ สถานที่พักแห่งนั้นหลังเช็กอินแล้ว สถานที่พักก็จะแจ้งข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ยืนยันว่าชาวต่างชาติได้เข้าพักยังสถานที่พักตามที่แจ้งไว้จริง และเมื่อย้ายสถานที่พักไปในสถานที่ใดทุกครั้งที่เช็กอินสถานที่พักนั้นๆ ก็จะแจ้งข้อมูลเข้าระบบ สามารถตรวจสอบได้ว่าชาวต่างชาติรายนั้นพำนักอยู่ในสถานที่ใดของประเทศไทย
 
                      “ที่ผ่านมาพบว่าผู้ที่อยู่ในไทยเกินกำหนดจำนวนไม่น้อยพัวพันกับสิ่งผิดกฎหมาย โดยเฉพาะยาเสพติด มาเฟีย และหลบหนีคดีในต่างประเทศ ในแต่ละเดือนตรวจสอบพบมากกว่า 1 หมื่นราย ซึ่งเป็นเรื่องผิดกฎหมาย และได้มีการแก้ปัญหานี้แล้ว โดยตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคมนี้ เป็นต้นไป จะมีมาตรการลงโทษ หากพบว่าอยู่ในไทยเกินกำหนดเกิน 1 ปี จะถูกขึ้นแบล็กลิสต์ห้ามไม่ให้เข้าไทยนาน 3 ปี หากอยู่เกิน 3 ปี จะถูกห้ามเข้าไทย 5 ปี หากอยู่ไทยเกิน 5 ปี จะห้ามเข้าไทย 10 ปี” พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม.กล่าว
 
                      พล.ต.ท.ณัฐธร บอกด้วยว่า มาตรการนี้ต้องการสกัดกั้นคนไม่ดีออกจากสังคมได้เป็นระบบ เพราะชาวต่างชาติที่เข้ามาอยู่ในไทย ที่เริ่มต้นไม่เคารพกฎหมาย ไม่สนใจระเบียบคนไทย คิดเข้ามาอยู่เพื่อหลบหนีหรือกระทำความผิด สถิติการจับกุมชาวต่างชาติที่มาก่อคดีในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติที่อยู่เกินกำหนด อยู่แบบผิดกฎหมาย เป็นกลุ่มอาชญากรที่หลบหนีคดี มีหมายจับในต่างประเทศ กลุ่มที่เข้ามาเพื่อเดินทางเข้าประเทศที่สาม ขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติ แก๊งปลอมแปลงหนังสือเดินทาง คนกลุ่มนี้เข้ามาอยู่มีแต่สร้างปัญหาเป็นภาระอย่างมาก มีผลกระทบความมั่นคงและภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวไทย
 
 
'แบล็กลิสต์' ห้ามเข้าไทย ต่างชาติอยู่เกินกำหนด
 
 
                      นอกจากการติดตามชาวต่างชาติที่เข้ามาในไทยแล้ว ยังมีระบบการตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า (APPS) ที่เปิดใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม ที่ผ่านมา เป็นระบบรับส่งและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างสายการบินและฐานข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ทันทีที่ผู้โดยสารเช็กอินที่เคาน์เตอร์สายการบินยังสนามบินต้นทางเดินทางมาไทยระบบจะตรวจสอบรายชื่อผู้โดยสารส่งมาที่ฐานข้อมูล “บุคคลต้องห้าม” ของ สตม. และตอบกลับช่วยให้คัดกรองชาวต่างชาติที่ไม่ดีเข้ามาอยู่ในเมืองไทย สกัดกั้นคนไม่ดีไม่ให้เดินทางมาถึงไทย ลดภาระที่จะเกิดตามมา หากบุคคลนั้นมาถึงไทยและมีการจับกุมมาดำเนินคดี ยกเว้นคนไทยที่ปฏิเสธการเข้าเมืองไม่ได้ต้องให้เดินทางมาแล้วจับกุมเมื่อถึงประเทศไทย
 
                      ส่วนใหญ่ต้นเหตุมาจากกลุ่มชาวต่างชาติที่อยู่เกินกำหนด เป็นองค์ประกอบสำคัญของอาชญากรข้ามชาติหลบซ่อนในไทย เพื่อรอการอพยพไปสู่ประเทศที่สาม การค้ายาเสพติด แรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง และการค้ามนุษย์ข้ามชาติ ซึ่งหากสามารถสกัดกั้นไม่ให้คนเหล่านี้อยู่ไทยเกินกำหนดได้ โดยมีมาตรการลงโทษโดยการห้ามไม่ให้เข้าไทยตามกำหนด ขบวนการที่ทำผิดกฎหมายก็จะไม่สามารถเข้ามาใช้ไทยกระทำความผิดได้อีก 
 
                      แม้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะเริ่มขึ้นทำให้การเดินทางระหว่างประเทศในกลุ่มสมาชิกจะง่ายขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าระบบการตรวจสอบชาวต่างชาติจะลดน้อยลง แต่กลับตรงกันข้ามความร่วมมือกันระหว่างประเทศสมาชิกก็จะเป็นไปอย่างเข้มข้นด้วย ซึ่งในแต่ละประเทศมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันตลอดเวลา มีกลุ่มบุคคลเป้าหมายที่ช่วยกันสอดส่องเป็นพิเศษอยู่แล้ว 
 
                      “เรามีเป้าหมายอยู่แล้ว เราทำงานร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน ตรวจคนเข้าเมืองของกัมพูชา ลาว พม่า หรือมาเลเซีย เราทำงานใกล้ชิดกันอยู่ ในการประสานข้อมูล การเฝ้าระวังกลุ่มประเทศบางประเทศ ที่เป็นเป้าหมายของเรา อย่างยิ่งชาวต่างชาติที่มาจากต่างภูมิภาค จากเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง แอฟริกา เราก็ตรวจเป็นกรณีพิเศษ” พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าว
 
                      เตือนไปยังประชาชนที่มีสมาชิกครอบครัวเป็นชาวต่างชาติ ให้ยึดกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองอย่างเคร่งครัด ที่สำคัญการตรวจสอบเอกสารการอยู่ในไทยต้องทำให้ถูกต้องอย่างต่อเนื่อง เพราะหลังจากนี้หากไม่เป็นไปตามกฎหมายก็อาจหมดสิทธิ์ที่จะพำนักในไทย หรือแม้กลับเข้ามาในไทยได้อีก
 
 
 
 
-------------------
 
(เรื่องเล่าข่าวดัง : 'แบล็กลิสต์' ห้ามเข้าไทย ต่างชาติอยู่เกินกำหนด : โดย...ภัทรลดา ก้อนทอง)