
โหลเงินล้าน...ย่อธรรมชาติเอาใจคนกรุง
โหลเงินล้าน...ย่อธรรมชาติเอาใจคนกรุง : คมคิดธุรกิจนิวเจน เรื่อง/ชาญยุทธ ปะวะขัง ภาพ/จุลดิศ อ่อนละมุน
ไลฟ์สไตล์คนกรุงรุ่นใหม่นิยมพักอาศัยอยู่ในแนวดิ่ง เพียงใช้ชีวิตทำงานและกลับบ้านนอนคงไม่เป็นปัญหาอะไร แต่หากเป็นคนรักต้นไม้ชอบให้มีพื้นที่สีเขียวอยู่ในห้องอันมีเนื้อที่จำกัด คราวนี้ละกลายเป็นโจทย์ใหญ่ให้ครุ่นคิดว่าจะจัดการอย่างไร?? ด้วยนวัตกรรมใหม่ทีี่จับต้นไม้ย่อส่วนมาใส่ไว้ในขวดโหลดูเหมือนจะช่วยดึงธรรมชาติมาอยู่ใกล้ตัว แนวคิดดังกล่าวคงไม่มีใครอธิบายได้ดีเท่ากูรูเรื่องพืชพรรณ “หนุ่ม” ปฐมะ ตั้งประดิษฐ์ ที่ปรึึกษาบริษัท biOrb StoreThailand ผู้นำเข้าตู้เลี้ยงต้นไม้อัตโนมัติ biOrb Air ที่ตอนนี้กำลังรุกคืบส่งสวนโหลตีตลาดคนรักธรรมชาติพร้อมปลดล็อกข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ปลูก
“ผมปลูกต้นไม้เป็นงานอดิเรกตั้งแต่เด็กๆ แล้ว พอจบ ม.ปลาย ก็เข้าเรียนปริญญาที่คณะวนศาสตร์กับคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นหลักสูตรสองคณะคู่ขนาน จากนั้นต่อปริญญาโทด้านพืชสวนที่เดียวกัน ระหว่างนี้ได้ทุนไปเรียนต่อโทที่ญี่ปุ่น ด้านการควบคุมพืช การควบคุมสภาพแวดล้อมในโรงเรือน จริงๆ บ้านเรามีพันธุ์พืชเยอะ แต่ยังขาดนักปรับปรุงพันธุ์พืช รวมถึงคนที่จะใช้เทคโนโลยีต่างๆ มาควบคุมสภาพแวดล้อม อย่างสวนโหลนี้เรานำเรื่องของการควบคุมความชื้นมาใช้ ติดตั้งหลอดแอลอีดีเพื่อประหยัดพลังงาน แล้วก็มีพัดลม ฟองอากาศ ปัจจัยพวกนี้สำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืช เป็นการใช้ความรู้และเทคโนโลยีมาบูรณาการ จนกลายเป็นนวัตกรรมในการปลูกต้นไม้ล่าสุด” มหาบัณฑิตด้านเทคโนโลยีการเกษตร เกริ่นที่มาของนวัตกรรมใหม่
ปฐมะ บอกว่า โหลปลูกต้นไม้นวัตกรรมชั้นสูงนี้ นำเข้ามาจากประเทศอังกฤษ เดิมทีใช้วัสดุขุยมะพร้าวล้วนๆ ในการเพาะปลูก แต่สำหรับเมืองไทยเป็นเมืองร้อนขุยมะพร้าวอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ จึงต้องปรับให้เหมาะสมด้วยการผสมดิน จากนั้นจึงเลือกพันธุ์ไม้ โชคดีที่เมืองไทยมีพันธุ์ไม้ที่สามารถจัดเข้าไปในโหลหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นไทรแคระ พรมญี่ปุ่น มอส เฟิร์น ไม้กินแมลง หรือแม้แต่กระบองเพชร จริงๆ การจัดสวนลัักษณะนี้ในเมืองไทยมีมานานแล้วแต่จะเป็นในรูปแบบสวนถาด โหลแก้ว หรือในตู้ปลาธรรมดาทั่วไป ในส่วนของโหลแก้วถ้านำไปตั้งในอาคารพืชอาจจะยืดเพราะแสงไม่พอ แต่นวัตกรรมตัวนี้สามารถควบคุมแสงและความชืิ้นได้ทำให้พืชโตช้า ที่สำคัญสามารถจัดต้นไม้ลงไปได้มากขึ้น สวยงาม และดูดีขึ้น
แต่บางครั้งลูกค้าอาจจะมีโจทย์คำถามมากมายว่า ต้องรดน้ำบ่อยแค่ไหน ต้นไม้จะคงทนหรือไม่ จำเป็นต้องอธิบายหลักการเจริญเติบโตของพืชให้เข้าใจง่ายๆ ว่า พืชต้องการแสงในการสังเคราะห์ ก็จะมีหลอดไฟแอลอีดีเป็นตัวช่วย ทำให้สามารถนำไปเลี้ยงในอาคารได้ อีกทั้งพัดลมระบายอากาศยังทำหน้าที่หมุนเวียนออกซิเจน และคาร์บอนไดออกไซด์ ส่วนความชื้นในโหลทำให้สภาพแวดล้อมเกิดความชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา
"ตัวโหลเป็นอะคริลิกใส ตกไม่แตก ความหนา 5 มิลลิเมตร ระบบการทำงานของโหล จะมีระบบน้ำ มีผ้าสักหลาดสำหรับดึงน้ำจากด้านล่างที่เป็นแอ่งเก็บน้ำ ทำให้ไม่ต้องรดน้ำบ่อย น้ำจากสักหลาดจะส่งไปให้เครื่องปลูกซึ่งเป็นขุยมะพร้าวผสมดิน ก็จะส่งต่อให้ต้นไม้โดยตรง ถ้าระดับน้ำต่ำเกินไปก็สังเกตได้จากตัววัดระดับน้ำด้านข้าง ถ้าลดเกินครึ่งก็เติมลงไปเพิ่ม เฉลี่ยแล้วเติมน้ำสองสัปดาห์ต่อครั้ง เหมาะสำหรับคนที่อยู่คอนโด และไม่มีเวลามาก ทำให้ดูแลจัดการง่ายขึ้น มีตัวพ่นหมอกสำหรับพ่นหมอกไอน้ำอัตโนมัติเวลาความชื้นลดลงมากๆ และหลอดไฟแอลอีดีประหยัดไฟเปิดปิดอัตโนมัติครั้งละ 12 ชม." กูรูเรื่องพืชวัย 30 ต้นๆ อธิบาย
เพียง 1 ปีที่นวัตกรรมนี้เข้ามาทักทายเหล่าคนรักธรรมชาติ ก็ได้รับการตอบรับดีเกินคาด ปฐมะ เล่าว่า จากการนำสินค้าไปออกงานในห้างสรรพสินค้าล่าสุด มีคนเข้ามาให้ความสนใจจำนวนมาก ทั้งสอบถามข้อมูลและตัดสินใจซื้อทันที เพราะถือว่าเป็นนวัตนกรรมใหม่ที่ยังไม่มีในเมืองไทย ข้อดีคือสามารถนำไปวางในห้องได้เลย สร้างความผ่อนคลายให้แก่เจ้าของห้องและผู้พบเห็น เหมือนได้ใกล้ชิดธรรมชาติแม้จะใช้ชีวิตอยู่ในกรุงที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ทำงานเหนื่อยๆ กลับมาก็เรียกความสดชื่นได้ทันที สำคัญว่าบ้านไหนมีเด็กๆ สามารถช่วยกันเลือกต้นไม้มาจัด ช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ในบ้านได้ด้วย เป็นตลาดที่เปิดกว้างมาก...
“เราทำเพจเฟซบุ๊กเพื่อโปรโมทสินค้าด้วย และพยายามถ่ายรูปลงตามสื่อต่างๆ ตอนแรกออฟฟิศและโชว์รูมอยู่ย่านอุดมสุข แล้วก็ย้ายมาที่ห้างธัญญาพาร์ค เพื่อเพิ่มการเข้าถึงผู้คนมากขึ้นก็จะช่วยเพิ่มโอกาสการขาย นอกจากนี้พยายามนำสินค้าไปออกงานแฟร์ต่างๆ เท่าที่ออกงานมาหน้าบูธคนแน่นตลอด ต้องจัดเจ้าหน้าที่คอยอธิบายให้เพียงพอ ส่วนใหญ่ที่เดินเข้ามามักคิดว่าเป็นตู้ปลา แล้วก็สงสัยรายละเอียดเกี่ยวกับระบบการทำงาน ก็ต้องอธิบายให้เข้าใจ แต่พอเห็นราคาที่ค่อนข้างสูงก็อาจเกิดความลังเล เราต้องชี้ชวนว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ เป็นสินค้านำเข้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รับประกัน 1 ปีเต็ม รวมถึงมีบริการหลังการขาย เช่น ลูกค้าซื้อไปจัดต้นไม้แล้ว 6 เดือนอาจจะเบื่อก็สามารถยกโหลมาเปลี่ยนโหลใหม่ที่จัดต้นไม้ได้น่าสนใจกว่าได้ ยกไปเลยเพิ่มส่วนต่าง 3,000-4,000 บาท มีบริการรับส่งฟรีีในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โหลมีไซส์เดียวคือ 50 เซนติเมตร ความจุ 60 ลิตร เราขายทั้งโหลเปล่าและโหลที่มีต้นไม้จัดเสร็จเรียบร้อย ที่ร้านมีต้นไม้ขายแยกต่างหากด้วย โหลที่มีต้นไม้ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 3.3 หมื่นบาท ส่วนโหลเปล่า 2.9 หมื่นบาท ส่วนใหญ่ลูกค้าจะชอบซื้อแบบที่จัดเสร็จแล้วมากกว่า ที่ขายดีก็อย่าง ไทรแคระ กระบองเพชร และเฟิร์นต่างๆ มีเพจแนะนำการดูแลตู้และการเลี้ยงต้นไม้ก็สามารถเข้าไปศึกษาได้” นักจัดสวนโหลเงินล้าน เผย
นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มช่องทางการขายด้วยการสรรหาต้นไม้หายาก อย่างต้นไม้กินแมลงจิ๋ว อะโกลนิมา พรมญี่ปุ่น แต่บางชนิดที่หายากอาจต้องใช้เวลา 2 สัปดาห์ถึง 1 เดือนในการเสาะหา ไม้ดอกจำพวกพืชหัวก็เลี้ยงได้ อย่าง ไซคลาเมน อายุยืนมาก ออกดอกไปเรื่อยๆ 6-7 เดือน โดยเฉพาะไม้กินแมลงเป็นพืชที่ชอบความชื้น ปกติเวลานำไปเลี้ยงตามแปลงทั่วไป ใครเห็นมักจะชอบเข้าไปแหย่หรือจับจนช้ำ แต่พอเปลี่ยนมาเลี้ยงในโหลก็สามารถป้องกันความเสียหายได้ และไม่จำเป็นต้องหาแมลงมาให้กิน เพราะแมลงเป็นเพียงอาหารเสริมเท่านั้น แค่สังเคราะห์แสงก็อยู่ได้แล้ว "กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจที่ซื้อไปตกแต่งห้องทำงาน ลูกค้ากลุ่มพักอาศัยคอนโดพื้นที่จำกัด รวมถึงดารานักแสดง ปัญหามีเรื่องเดียวคือการโปรโมท จึงต้องเน้นออกงานแฟร์ต่างๆ ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ซึ่งจริงๆ ตอนนี้คอนโดผุดเยอะมาก อาจจะวางบริเวณล็อบบี้สร้างความสดชื่นให้ลูกบ้าน หรือโชว์รูมขายคอนโด หรือตัวเจ้าของห้องเองที่อยากปลูกต้นไม้ รวมถึงบ้านจัดสรรก็ผุดขึ้นไม่น้อย นอกจากปลูกต้นไม้ใหญ่ๆ บริเวณบ้านแล้วก็หาต้นไม้เล็กๆ มาปลูกในโหลตั้งโชว์ไว้ในห้องก็ช่วยให้บรรยากาศในบ้านสดชื่นขึ้น ผมมักเจอโจทย์ว่าอยากได้ต้นไม้ในห้องที่ไม่ต้องดูแลเยอะ ไม่ต้องรดน้ำบ่อยๆ เพราะฉะนั้นโหลนี้ก็ตอบโจทย์ เปลี่ยนอารมณ์จากตู้ปลาที่มีมานานหลายสิบปี เป็นเหมือนของเล่นใหม่ที่เหมาะกับชีวิตคนเมือง ตอนนี้ต่างจังหวัดมี จ.เชียงใหม่ ให้ความสนใจ เราก็คิดค่าส่งตามจริง” ปฐมะ กล่าวพร้อมบอกด้วยว่า มีเพื่อนๆ ที่อยู่อินโดนีเซีย และสิงคโปร์เห็นในเฟซบุ๊กก็ให้ความสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิงคโปร์ไม่ต้องพูดถึงเพราะคนส่วนใหญ่อยู่คอนโดมิเนียมทั้งนั้น
ทั้งนี้ ปฐมะ ยอมรับว่า แม้ตอนนี้จะไม่มีคู่แข่งเพราะได้สิทธิ์นำเข้าแต่เพียงผู้เดียว แต่เนื่องจากเป็นสินค้ากลุ่มฟุ่มเฟือย ทำให้เสียภาษีค่อนข้างสูง จึงต้องใช้เม็ดเงินลงทุนค่อนข้างสูง แรกเริ่มทีเดียวอยู่ที่ 8-9 หลัก ในแง่ของการตั้งราคาขายจึงขยับลงค่อนข้างยาก บริษัทจึงวางแผนในอนาคตจะพยายามพัฒนานวัตกรรมขึ้นมาใหม่ ให้เป็นของไทยๆ โดยประยุกต์องค์ความรู้ที่มี ซึ่งคงต้องใช้ระยะเวลา เพราะเรื่องการฉีดอะคริลิกขึ้นรูปไม่ใช่ง่ายๆ ต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูง หากสำเร็จก็จะช่วยให้คนตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น
“ตลาดตอนนี้ไปได้เรื่อยๆ ตลาดใหม่ที่เราจะเจาะคือกลุ่มลูกค้าโรงแรม รีสอร์ท สปา แต่จะเป็นในลักษณะการเช่าซื้อ และปล่อยเช่า โดยนำสวนโหลไปติดตั้งประดับให้ตามพื้นที่ต่างๆ ในส่วนของการปล่อยเช่าจะเป็นระยะสั้นตามงานอีเวนท์ งานเวดดิ้ง หรือระยะยาวตามโรงแรม รีสอร์ท คิดว่าในอนาคตจะบูมขึ้นเยอะภายใน 2-3 ปีนี้ และถ้ามีโอกาสได้ออกงานมากขึ้นก็อาจจะมีต่างชาติเข้ามาสนใจกลุ่มอาเซียน ลาว กัมพูชา มาเลเซีย เหล่านี้มีกำลังซื้อทั้งนั้น ขณะที่โชว์รูมเรามีแผนขยายสาขาเข้าไปในโซนที่มีคนพลุกพล่านมากขึ้น” ที่ปรึึกษาบริษัทนำเข้าตู้เลี้ยงต้นไม้อัตโนมัติ กล่าว
ท้ายที่สุด นักธุรกิจคิดไกลมองว่า สำหรับคนรุ่นใหม่ที่รักอิสระและความท้าทาย การเลือกเป็นนายตัวเองถือเป็นเรื่องท้าทาย เพราะแต่ละวันมีโจทย์ให้ได้แก้ไม่หยุดหย่อน และเอสเอ็มอีก็เป็นอีกธุรกิจอิสระสำหรับคนชอบคิดเองทำเอง แต่ต้องไม่ลืมศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ ต้องรู้จริง รู้ลึก และที่ขาดไม่ได้คือการมีคอนเนกชั่นที่ดีก็จะช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้ในระยะเวลาอันสั้น...



