ข่าว

กลัวความผิดแห่คืนลายพระหัตถ์ร.5เพียบ

กลัวความผิดแห่คืนลายพระหัตถ์ร.5เพียบ

27 ก.ค. 2552

ตร.ขู่ใครครอบครองถูกดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด วธ.ติดกล้องวงจรปิดป้องกันเอกสารโบราณกว่า 5 แสนรายการหวั่นถูกโจรกรรม

เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2552  จากกรณี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นางเลิ้ง ทำการจับกุมตัว นายทนงศักดิ์ หรือ “อี๊ด” ฮวดศรี อายุ 49 ปี และ นายสกล หรือ “ป๊อก” ใจสมคม อายุ 35 ปี สองผู้ต้องหาที่ร่วมกันขโมยเอกสารลายพระหัตถ์พระบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, เอกสารลายพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, ตรายางระบุชื่อเชื้อพระวงศ์ และเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์ จำนวนหลายร้อยรายการไปจากหอสมุดแห่งชาติ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

 ล่าสุด เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 27 กรกฎาคม พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 พ.ต.อ.รังสรรค์ ประดิษฐ์ผล ผกก. สน.นางเลิ้ง และ พ.ต.ท.อนุรักษ์ พิมพา สว.สส.สน.นางเลิ้ง ร่วมกันแถลงข่าวการติดตามตรวจยึดเอกสารลายพระหัตถ์พระบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จำนวนกว่า 50 รายการ

 พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณสื่อมวลชลที่นำเสนอข่าวการติดตามคนร้ายที่ขโมยเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์ ทำให้ประชาชนที่ครอบครองเอกสารดังกล่าวกลัวความผิด และได้มีการนำมาคืนให้กับเจ้าหน้าที่ จำนวนกว่า 50 รายการ นอกจากนี้มีคนนำหนังสือ และเอกสารสารจำนวนหนึ่งไปวางทิ้งไว้ที่หน้าสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ทางเจ้าหน้าที่ของสถานีได้ติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ไปรับเพื่อรวบรวมเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะส่งคืนหอสมุดแห่งชาติต่อไป ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามของกลางได้กว่า 20 เปอร์เซนต์แล้ว แต่ยังเหลือของกลางอีกหลายร้อยรายการ

 “ผมขอฝากเตือนไปยังประชาชนที่ครอบครองเอกสารหรือ ของกลางที่ถูกขโมยไปให้รีบนำมาคืนให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากไม่นำมาคืนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการดำเนินคดีในขั้นเด็ดขาด อย่างไรก็ตามคนที่นำมาคืนเจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนเพื่อตรวจสอบดูว่าได้ของกลางมาอย่างไร ก่อนที่จะนำของกลางไปคืนยังหอสมุดแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไป” พล.ต.ต.วิชัยกล่าว

ติดกล้องวงจรปิดป้องกันเอกสารโบราณกว่า5แสนหาย

นายธีระ   สลักเพชร  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) กล่าวว่า จากกรณีมีการโจรกรรมเอกสารโบราณที่หอสมุดกรมพระยาดำรงราชานุภาพนั้น สร้างความกังวลให้แก่สังคมว่า จะเกิดเหตุการณ์ในทำนองนี้กับหอสมุดแห่งชาติ และหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ซึ่งมีเอกสารโบราณ และสนธิสัญญาต่างๆ จำนวนกว่า 500,000 รายการ ซึ่งวธ.ไม่ได้นิ่งนอนใจ จึงได้กำหนดมาตรการป้องกัน ดังนี้ 1.ติดตั้งกล้องวงจรปิดรักษาความปลอดเพิ่มขึ้นรอบบริเวณภายในและภายนอกอาคารหอสมุดแห่งชาติ และหอจดหมายเหตุแห่งชาติ 2.พัฒนาความรู้บุคลากรในการเฝ้าระวังและป้องกันเอกสารโบราณ 3.ให้บริการการศึกษา และค้นคว้าด้วยระบบออนไลน์ ซึ่งจะช่วยให้เกิดความสะดวก และลดความเสียหายของเอกสารโบราณ

 นายเกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า การโจรกรรมเอกสารโบราณที่หอสมุดกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เกิดจาก บุคลากรภายใน ดังนั้น ในส่วนของหอสมุดแห่งชาติ และหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร จะต้องเข้าไปดูในเรื่องบุคลากร ด้านการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบัน บุคลากร ของกรมศิลปากรมีน้อยลง การรับเข้ามาใหม่จะทำได้แค่ พนักงานราชการ หรือลูกจ้าง เท่านั้น จึงทำให้ได้รับค่าตอบแทนคงที่ขาดโอกาสการพัฒนาตนเอง ไม่เหมือนกับข้าราชการ ที่มีสวัสดิการ มีเงินเดือนขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ หากบุคคลากรไม่ดี อุปกรณ์ดี ก็ช่วยแก้ปัญหาการโจรกรรมไม่ได้ ตนจะต้องมีการกำหนดเป็นนโยบายสำคัญของกรมศิลปากรที่จะพัฒนาบุคคลากร พร้อมทั้งต้องหารือกับทาง สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) ในการเพิ่มอัตรากำลังข้าราชการให้มีมากขึ้น
 
 “กรมศิลปากร มีระบบการคัดกรองบุคลากรที่เข้ารักษาความปลอดภัย หอสมุดแห่งชาติ และหอจดหมายเหตุแห่งชาติ รวมทั้งจะมีการติดตั้งอุปกรณ์ รักษาความปลอดภัยเพิ่มขึ้นด้วย ในขณะเดียวกัน กรมศิลปากร จะจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานให้บุคลากรภายใน ในการเฝ้าระวังมรดกของชาติและจะกำหนดเป็นนโยบายสำคัญเสนอต่อกระทรวงวัฒนธรรมด้วย”อธิบดีกรมศิลปากร กล่าว