ข่าว

ชี้ไม่จำเป็นต้องตั้ง‘กก.ปรองดอง’ตาม’มีชัย’ชง

ชี้ไม่จำเป็นต้องตั้ง‘กก.ปรองดอง’ตาม’มีชัย’ชง

07 ม.ค. 2559

ชี้ไม่จำเป็นต้องตั้ง‘กก.ปรองดอง’ตาม’มีชัย’ชง ‘มาร์ค’แนะ‘ประยุทธ์’เร่งทำ2เรื่องให้ชัด ‘วิษณุ’เผยออกเป็นพ.ร.บ.ดีที่สุดอยู่ที่ใจคิดปรองดองย่อมไม่ต้องมีอะไรมารองรับ

           7ม.ค.59 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)เสนอให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.ใช้อำนาจมาตรา44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 ตั้งคณะกรรมการปรองดองว่า ตนคิดว่าที่นายมีชัยเสนอน่าจะอยู่ในหลักที่ว่า การปรองดองจะคิดในกรอบเดิมๆคือ มีกรรมการแล้วหมกหมุ่นกับการนิรโทษกรรมไม่ได้ ดังนั้นควรหยิบยกออกมาให้ชัดใน2เรื่องที่ต้องทำคือ. 1.เรื่องอนาคต ว่าจะมีวิธีการอย่างไร ไม่ให้สังคมไทยย้อนไปสู่ความขัดแย้งแตกแยกใช้ความรุนแรง ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการควบคุมไม่ให้ใช้อำนาจโดยมิชอบ ไม่จำกัดพื้นที่การแสดงออกจนคนต้องไปปะทุบนท้องถนน และการป้องกันไม่ให้มีการปลุกระดมให้ใช้ความรุนแรงหรือเกลียดชังโดยใช้ข้อมูลเท็จ ซึ่งเชื่อมโยงถึงการปฎิรูปสื่อ การปฎิรูปการทุจริตคอร์รัปชัน การปฎิรูประบบราชการ ซึ่งไม่สามารถพึ่งกรรมการเพียงชุดเดียวที่จะให้คำตอบทั้งหมดได้ 2. เรื่องอดีต ที่ควรทำให้จบ โดยการออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้เฉพาะประชาชนผู้เข้าร่วมชุมนุมโดยบริสุทธิ์และมีความผิดเล็กน้อย ส่วนที่เหลือให้เข้าสู่กระบวนกรยุติธรรมตามปกติ จึงไม่มีความจำเป็นต้องมีคณะกรรมการชุดใดขึ้นมาอีก อยากให้ คสช.และรัฐบาลเร่งดำเนินการทันที

           ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการตั้งกรรมการตามมาตรา44 ขึ้น จะทำให้เสมือนมีอำนาจรัฐฎาธิปัตย์หรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ต้องดูคำสั่งว่ามีรายละเอียดอย่างไร แต่ปัญหาคือเมื่อใดที่มีกรรมการ กรรมการก็จะตกเป็นเป้า สมัยรัฐบาลยุคตนเคยตั้งกรรมการอิสระที่มีนายคณิต ณ นครเป็นประธานตอนแรกมีเสียงเกี่ยงงอนบ้าง ต่อมาทุกฝ่ายยอมรับแต่เมื่อผลออกมาก็มีบางฝ่ายไม่ยอมรับ หรือบางเรื่องที่นายคณิตพยายามผลักดันก็ไม่ได้การตอบสนอง ฉะนั้น หากตั้งกรรมการขึ้น ในที่สุดก็จะกลับไปสู่สภาพเช่นนี้ ตนจึงสนับสนุนให้ออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้ประชาชนโดยเร็ว เพราะที่ผ่านมามีการจับประชาชนเป็นตัวประกันพ่วงกับผู้ที่กระทำผิดกฎหมายร้ายแรงมาโดยตลอด ซึ่งนายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ ก็พูดชัดเจนว่า ถ้าความปรองดองไปมุ่งตอบสนองคนแค่กลุ่มเดียวปัญหาก็ไม่จบเพราะไม่ใช่ปัญหาความขัดแย้งส่วนบุคคล แต่เป็นการต่อสู้ในเชิงความคิด ดังนั้นการแก้ปัฐหาให้คนกลุ่มเล็กๆไม่ได้ช่วยอะไรเลย

           ผู้สื่อข่าวถามว่า กรรมการปรองดองภายใต้มาตรา44 จะกลายเป็นคปป. แปลงร่างหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรายังไม่ทราบว่าคำสั่งจะออกมาอย่างไร แต่สำหรับตนอย่าไปคิดเรื่องตั้งกรรมการอะไร ให้คสช.และรัฐบาลกำหนดแผนออกมาเลยว่าจะนิรโทษรกรรมให้ส่วนที่เหลือก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ส่วนการป้องกันในอนาคตก็ทำเรื่องการปฎิรูปสื่อตำรวจและด้านต่างๆ


‘วิษณุ’เผยออกเป็นพ.ร.บ.ดีที่สุดแต่อยู่ที่ใจ

           นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวคิดตั้งคณะกรรมการปรองดองว่า ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมตรี ยังไม่ได้สั่งการอะไรเพิ่มเติม ส่ิงที่ตนอธิบายไป เป็นการตอบคำถามสื่อมวลชนที่ถามว่า ระหว่างการใช้มาตรา 44 ออกฎหมาย และการเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ อะไรดีกว่ากัน ตนได้ตอบไปในหลักการกว้างๆว่า ถ้าเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญก็พะรุงพะรัง ถ้าใช้มาตรา 44 อำนาจนี้มันไม่ยั่งยืน เพราะถึงเวลาเลือกตั้งขึ้นมา ปรองดองกันยังไม่เสร็จ คสช.ก็ไปแล้ว แล้วยังใช้มาตรการนี้ต่อไป โดยที่การปรองดองยังไม่สิ้นสุด มันก็ไม่มีเครื่องมือแล้ว การใช้พระราชบัญญัติจึงดีที่สุด

           “ที่สุดแล้ว ไม่ว่าใช้อะไรก็ตาม การปรองดองสำคัญที่ใจ ถ้าใจคิดปรองดองมันไม่ต้องมีอะไรก็ได้มารองรับ เว้นแต่การปรองดองมีคนเสนอว่า ต้องอภัยโทษ นิรโทษกรรม ถ้าออกอย่างนั้นก็ต้องมีการออกฎหมายแล้ว หรือปรองดองโดยไม่ต้องไปยุ่งกับการอภัยโทษก็ได้ และการมีอภัยโทษ หรือนิรโทษกรรม มันจะทำให้ปรองดองได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ซึ่งนายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ เองก็พูดว่า ไม่เชื่อว่า มันจะปรองดองได้ มันก็ต้องมานั่งคิดกันเสียก่อนว่าจะปรองดองกันได้อย่างไร ในเรื่องอะไร เครื่องมือค่อยหาที่หลัง ผมไม่ห่วงเรื่องเครื่องมือ เมื่อตัดสินใจแล้วทำแกง ไม่ทำผัก จะคิดหาหม้อ เพราะมันใช้กระทะไม่ได้ และเรื่องนี้ยังไม่ได้ฟังอะไรจากนายกฯ” นายวิษณุ กล่าว


‘ชูศักดิ์’ชี้ความเป็นธรรมไม่มีความปรองดองไม่เกิด

           นายชูศักดิ์ ศิรินิล หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) เสนอรัฐบาลใช้มาตรา 44 ตั้งคณะกรรมการปรองดองว่า ไม่มีความหมาย เพราะไม่ว่าจะใส่เรื่องนี้ในรัฐธรรมนูญ ใส่ในกฎหมายลูก หรือจะใช้มาตรา 44 ในการตั้งคณะกรรมการก็เท่านั้น ที่ผ่านมาในอดีต รัฐบาลหลายสมัยรวมถึงสปช.ที่ยุบไป หรือแม้กระทั่งสปท.ที่มีอยู่ในปัจจุบัน มีการตั้งกรรมการขึ้นมาหลายชุดและหลายคณะ มีข้อเสนอแนะมากมายในเรื่องปรองดอง แต่ปัญหาแท้จริงอยู่ที่ว่ารัฐบาลมีความจริงจังและจริงใจที่จะทำให้เกิดการปรองดองขึ้นหรือไม่ หากตั้งกรรมการแต่ไม่มีความจริงก็เป็นเพียงแผ่นกระดาษเหมือนในอดีต ไม่มีผลในทางปฏิบัติ ความจริงใจเป็นเรื่องใหญ่ที่จะทำเรื่องปรองดอง ขณะเดียวกันความปรองดองจะเกิดขึ้นได้เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องยอมรับ จะเกิดขึ้นได้ต้องมีความเป็นธรรม หากความเป็นธรรมไม่มี ความปรองดองก็ไม่เกิด