ข่าว

ยกเค้าบ้านน้าชาย‘ตั้น-จิตภัทร์’สูญ15ล้าน

ยกเค้าบ้านน้าชาย‘ตั้น-จิตภัทร์’สูญ15ล้าน

07 ม.ค. 2559

ยกเค้าบ้านน้าชาย‘ตั้น-จิตภัทร์’สูญ15ล้าน ทั้งนาฬิกาข้อมือ ต่างหูเพชร สร้อยคอและเครื่องเพชร เครื่องประดับ

           เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 7 มกราคม 2559  ร.ต.ท.อภินันท์ สุนันทะ พนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก พร้อมด้วยเจ้าหน้าฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก ได้เดินทางเข้าตรวจสอบ ที่บ้านเลขที่173 ซอยรามคำแหง12 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. เพื่อสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดี ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา ญาติซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าของ น.ส.จิตภัทร์ กฤดากร หรือตั๊น อดีตแกนนำ กปปส. (หม่อมหลวงชโยทิต กฤดากร ซึ่งเป็นน้าชาย) ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าตำรวจ หลังพบว่า มีทรัพย์สินภายในบ้านสูญหายไปหลายรายการ รวมมูลค่ากว่า 15 ล้านบาท   

           ทั้งนี้ ที่เกิดเหตุเป็นคฤหาสน์หรู เลขที่ 91, 171 , 173 ปลูกติดกัน 3 หลังมีรั้วรอบขอบชิด มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนดูแลอย่างแน่นหนา โดยหลังที่เกิดเหตุเป็นบ้านเลขที่ 173 ซึ่งเป็นบ้านของน้าชายตั๊น จิตภัทร์ ภายหลังที่ได้เดินทางกลับจากประเทศ ก็พบว่า ทรัพย์สินที่อยู่ภายในห้องนอนได้สูญหายไป และพบว่ามีร่องรอยการรื้อค้น

           จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุทำให้ทราบว่า ทรัพย์สิน อาทิ นาฬิกาข้อมือยี่ห้อปาเต๊ะ และยี่ห้ออื่นๆ รวมจำนวน 11 เรือน ต่างหูเพชร 1 คู่ สร้อยคอ 2 เส้น และเครื่องเพชรเครื่องประดับอีกหลายรายการ มูลค่ารวมแล้วกว่า 15 ล้านบาทได้สูญหายไป ซึ่งหลังจากรับแจ้งทางพนักงานสอบสวนได้ประสานทางเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐานเรียบร้อยแล้ว(6ม.ค.) นอกจากนี้ยังได้ประสานให้ฝ่ายสืบสวนตรวจเช็คโรงรับจำนำบริเวณใกล้เคียง เพื่อหาทรัพย์สินที่หายไปดังกล่าว กระทั่งพบนาฬิกาเรือนหนึ่ง ซึ่งคาดว่าเป็นเรือนเดียวกันกับที่หายไปอยู่ในโรงรับจำนำย่านหัวหมาก โดยทางเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบขยายผลว่า เป็นนาฬิกาเรือนเดียวกันหรือไม่ และตรวจสอบว่า บุคคลใดเป็นผู้นำมาวางจำนำไว้ตั้งแต่เมื่อไหร

           รายงานข่าวแจ้งว่า จากคำให้การของผู้เสียหาย ทราบว่า ผู้ต้องสงสัยอาจจะเป็นคนรับใช้เก่าของบ้านหลังดังกล่าวจำนวน 2 คน คือนายยุทธ (ไม่ทราบชื่อสกุลจริง) และ นางแขก (ไม่ทราบชื่อสกุลจริง) โดยทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน ซึ่งได้ลาออกไปตั้งแต่วันที่ 28 ต.ค. 2558 ที่ผ่านมา โดยมีการคาดการณ์กันว่า ทรัพย์สินดังกล่าวได้ถูกทยอยขโมยออกไปประมาณ 2 เดือนแล้ว ทั้งนี้ สำหรับรายละเอียดและการสอบสวนขยายผลต่างๆ ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กำลังเร่งดำเนินการหาหลักฐานเพื่อติดตามคนร้ายรายนี้ มาดำเนินคดีตามกฏหมายอย่างเร่งด่วนต่อไป 

 

ศานิตย์ชี้เร่งตรวจสอบหาโจรฉกทรัพย์บ้านญาติ“เจ้าสัวซีพี”


          ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.)   พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายบุกขึ้นบ้านพักนางอังคณา เจียรวนนท์ อายุ 63 ปี ย่านทองหล่อ โดยผู้เสียหายเป็นญาติของนายธนินท์ เจียรวนนท์ เจ้าสัวซีพี  ทั้งนี้ ผู้ต้องหายได้ทรัพย์สินไปหลายรายการจำนวนมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท เหตุเกิดเมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 3 ม.ค. ที่ผ่านมา เบื้องต้นจากแนวทางของชุดสืบสวน ได้แบ่งกลุ่มคนร้ายไว้ 3 กลุ่ม คือ คนในบ้าน , คนนอกบ้าน , คนในบ้านร่วมมือกับคนนอกบ้าน ซึ่งชุดสืบสวนของ สน.ทองหล่อ และบก.น.5 รวมทั้งชุดสืบของ บช.น. พยายามสืบสวนมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับให้ติดตามคดีให้เกิดความกระจ่างในทุกประเด็นที่สงสัย และต้องให้เวลาให้ชุดสืบสวนทำงานก่อน

          เกี่ยวกับเรื่องนี้ พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า ในส่วนของแม่บ้านที่เคยทำงานอยู่ในบ้านของนางอังคณา และถูกไล่ออกไปนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบอยู่ด้วย รวมถึงบุคคลภายในบ้านทั้งหมด ว่ามีความสัมพันธ์ หรือเชื่อมโยงกันอย่างไร

          ผู้สื่อข่าวถามว่า พบพิรุธจากคนในบ้านบ้างหรือไม่ พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า เท่าที่สอบถาม ก็ยังมีบางคน ตอนนี้กำลังพิสูจน์ทราบว่า สิ่งที่เป็นพิรุธเกิดจากการประมาท หรือตกใจ หรือเกิดจากการที่ไปทำความผิดมาก่อนหรือไม่ ตนก็ต้องไปตรวจสอบดูทุกอย่าง ซึ่งตนไม่สามารถพูดในรายละเอียดเชิงลึกได้ เนื่องจากทางด้านผู้เสียหาย ไม่ประสงค์จะเป็นข่าว อย่างไรก็ตาม หลักฐานที่ตรวจพบทั้งหมด จะนำมาพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์โดยใช้เทคโนโลยี ซึ่งจะช่วยในการหาตัวคนร้ายได้ง่ายขึ้น

          ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบหรือไม่ รรท.ผบช.น. กล่าวว่า เมื่อวานได้พูดไว้ว่า ต่อไปนี้ต้องทำแผนผังกล้องวงจรปิด หรือซีซีทีวีแม็ป หากมีเหตุเกิดที่บ้านไหน ก็จะรู้เลยว่าบริเวณนั้น มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดกี่ตัว บริเวณใดบ้าง และสามารถไปตรวจสอบได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่ว่าจะเดินหาไปเรื่อยๆ ซึ่งตนได้สั่งการให้ทุกโรงพักดำเนินการในเรื่องนี้ต่อไป
      
          ผู้สื่อข่าวถามว่า ภายในบ้านของผู้เสียหาย ไม่มีกล้องวงจรปิดใช่หรือไม่ พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า ใช่ แต่จะมีเฉพาะบริเวณนอกบ้าน ในส่วนกรณีที่พบรถปิ๊กอัพต้องสงสัยนั้น ก็ต้องตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง หากพบว่ามีความเชื่อมโยงกันก็จะเป็นแนวทางในการหาตัวคนร้ายอีกวิธีหนึ่ง

          อย่างไรก็ตาม ตนขอประชาสัมพันธ์ถึงผู้ที่ครอบครองของกลางทั้งหมด ให้นำมาคืนที่ บช.น. หรือตาม สน.ในท้องที่ พร้อมทั้งขอให้เข้ามาแจ้งเบาะแสคนร้าย เพื่อสามารถติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้รวดเร็วขึ้น

(หมายเหตุ : ภาพจากเฟซบุ๊ก ตั๊น จิตภัสร์ กฤดากร)