
พิษจีนสั่งเบรกตลาดหุ้นฉุดดัชนีไทยร่วง19จุด
07 ม.ค. 2559
พิษจีนสั่งเบรกตลาดหุ้นฉุดดัชนีไทยร่วง19จุด
วันที่ 7 มกราคม 2559 ตลาดหุ้นไทยยังคงมีแรงเทขายออกมาต่อเนื่องหลังเปิดทำการซื้อขายในสัปดาห์แรกของปี 2559 โดยการซื้อขายในภาคเช้าของวันที่ 7 มกราคม 2559 ดัชนีร่วงลงอย่างหนัก เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นเอเชีย เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการระงับการซื้อขายเป็นครั้งที่ 2 ในรอบสัปดาห์ของตลาดหุ้นในวันนี้ (7 ม.ค.59) หลังจากดัชนีเซี่ยงไฮ้ คอมโพสิต ร่วงลงไปถึง 7.3% ในการซื้อขายภาคเช้าก่อนที่จะมีการใช้เซอร์กิต เบรกเกอร์
ทั้งนี้ ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดทำการซื้อขายในภาคเช้าที่ระดับ 1,240.65 จุด ลดลง 19.39 จุด มูลค่าการซื้อขาย 24,234.33 ล้านบาท ขณะที่ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ 20,479.39 จุด ลดลง 501.42 จุด หรือลดลง 2.39% ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ร่วง 1% แตะ 1,907.10 เมื่อเวลาประมาณ 11.20 น.ตามเวลาไทย ส่วนดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลีย ร่วง 2% แตะ 5,023.40.
การประกาศใช้เซอร์กิต เบรกเกอร์ของจีนนับเป็นครั้งที่ 2 ในสัปดาห์นี้ เพื่อลดความผันผวนของตลาด โดยสาเหตุหลักที่ทำให้ตลาดหุ้นร่วงลงอย่างหนักนั้น มาจากการที่ธนาคารกลางจีนปรับลดค่ากลางเงินหยวนลงสู่ระดับระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปีในวันนี้ โดยเงินหยวนของจีนร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 5 ปี
ขณะที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของจีน (CSRC) ประกาศในวันนี้ว่า CSRC จะควบคุมไม่ให้กลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ทำการขายหุ้นมากกว่า 1% ของหุ้นที่ถืออยู่ทั้งหมด ภายในระยะเวลา 3 เดือน โดย CSRC กำหนดว่า ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ที่ถือหุ้น 5% หรือมากกว่าในบริษัทที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ จะไม่ได้รับอนุญาตให้ขายหุ้นได้มากกว่า 1% ของหุ้นที่ถืออยู่ ภายในระยะเวลา 3 เดือน นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่จะต้องแจ้งแผนการปรับลดสัดส่วนการถือหุ้นให้กับ CSRC ทราบก่อนล่วงหน้า 15 วันทำการ
สำหรับกฎข้อบังคับดังกล่าวมีขึ้นหลังจากตลาดหุ้นจีนปิดทำการซื้อขายก่อนเวลาในวันนี้ เนื่องจากดัชนีตลาดหุ้นจีนร่วงลงไปกว่า 7% จนเป็นเหตุให้ CSRC จีนตัดสินใจระงับการซื้อขายตลอดทั้งวันในวันนี้ และนับเป็นครั้งที่ 2 ในสัปดาห์นี้ที่ตลาดหุ้นจีนใช้เซอร์กิต เบรกเกอร์เพื่อสกัดความผันผวนในตลาด



