
'ว่าด้วยการปฏิรูป'
'ว่าด้วยการปฏิรูป' : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยสำนักข่าวเนชั่่น
คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปใน 2 ประเด็นสำคัญ คือ การปฏิรูปการศึกษา และการปฏิรูปการบังคับใช้กฎหมาย ในส่วนของข้าราชการตำรวจ
เหตุผลที่ “กรธ.” ยก 2 ประเด็นนี้มาเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ เพราะเห็นว่ามีความใกล้ชิดกับทุกภาคส่วนของสังคม โดยการศึกษาคือการสร้างสติปัญญาให้แก่เยาวชนและคนในทุกระดับ ขณะที่ข้าราชการตำรวจคือกลไกกระบวนการยุติธรรมขั้นต้น ที่ต้องทำให้เป็นมาตรฐาน
โดยทั้ง 2 ประเด็นนั้นสามารถส่งต่อไปยังการใช้รัฐธรรมนูญในอนาคตที่จะไม่เกิดปัญหา
ส่วนความสำคัญที่ต้องเขียนทั้ง 2 เนื้อหาไว้ในรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นบทบัญญัติบังคับให้ “รัฐบาล และหน่วยงานราชการ” ดำเนินการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากละเว้นต้องถูกลงโทษ
ประเด็นที่ “กรธ.” เน้นในสาระ คือ การปฏิรูปการศึกษา ซึ่งได้วางหลักการปฏิวัติทั้งระบบ คือ 1.งบประมาณที่ใช้เพื่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและศักยภาพของผู้ด้อยโอกาส 2.การประเมินผลสัมฤทธิ์และคุณภาพการศึกษาที่ต้องทำเชิงลึก รวมถึงการกำกับเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหา และ 3.การจัดทำข้อมูลที่แท้จริงของการศึกษาทั้งระบบเพื่อเป็นข้อมูลชี้วัดเพื่อนำไปสู่การกำหนดแผนการศึกษาแห่งชาติ
และนำมาสู่ร่างบทบัญญัติ คือ “บุคคลย่อมมีสิทธิเท่าเทียมกันในการรับการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่มีคุณภาพตามความถนัด และศักยภาพของแต่ละบุคคลในแต่ละช่วงวัยตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงระดับมัธยมศึกษาสายสามัญและสายอาชีพอย่างทั่วถึงตามบริบทและวัฒนธรรมของท้องถิ่นที่หลากหลายและเพื่อการพัฒนากำลังคนที่มีคุณภาพสอดคล้องเป้าหมายการพัฒนาของท้องถิ่นและของชาติโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ”
แต่เนื้อหาที่ว่านั้น...“กรธ.” ต้องไปขัดเกลา ถ้อยคำและเพื่อเขียนความให้ชัดเจนเพื่อนำไปสู่การออกกลไกเพื่อนำทางไปสู่การปฏิบัติ ที่แตกต่างจากวิธีปฏิบัติแบบเก่าที่ไม่ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพ
ขณะที่ประเด็นปฏิรูปตำรวจนั้น เนื้อหาที่จะเขียน คือ วางหลักกำจัดอิทธิพลที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ที่จะเข้ามาครอบงำการปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่รายละเอียดที่เป็นกลไกขจัดปัญหา จะถูกเขียนไว้ในกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานตำรวจ นั่นหมายถึงต้องรื้อกฎหมายเดิมที่มีอยู่
โดยความสำเร็จของสิ่งที่ “กรธ.” คิดเพื่อแก้ปัญหา ถูกปั้นมือว่า จะต้องทำให้เสร็จภายในสมัยรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
ส่วนประเด็นปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมที่เคยสร้างปัญหาทางการเมืองจนนำมาสู่ความไม่ไว้ใจกระบวนการยุติธรรม ทั้ง อัยการ ศาลรัฐธรรมนูญ “กรธ.” เลี่ยงที่จะเขียนข้อกำหนดเพื่อปฏิวัติระบบ เพราะมองว่า ด้วยระบบทำงานขององค์กร ตั้งมั่นอยู่บนความเป็นอิสระ และสิ่งที่ถูกวิจารณ์ในอดีตเป็นเรื่องของตัวบุคคล และความรู้สึกของคนภายนอก ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องใช้กระบวนการของรัฐธรรมนูญเพื่อแก้ปัญหา
ยกเว้นแต่การสร้างความมั่นใจในกระบวนการสรรหาตัวบุคคล ที่ต้องปรับปรุงเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น ซึ่งกลไกทั้งหมดที่ว่านั้น “กรธ.” พยายามเขียนเพื่อล็อกปัญหาไว้แล้ว
ส่วนกลไกที่ว่านั้น จะบังคับสำเร็จหรือไม่ ต้องให้สังคมร่วมวิจารณ์



