
ปฏิทิน'แม้ว-ปู'ส่อทำขัดแย้ง!
06 ม.ค. 2559
'อนุพงษ์' ชี้แจกปฏิทิน 'แม้ว-ปู' เปรียบน้ำผึ้งหยดเดียว อาจทำชาติแตกแยก เล็งหาคนในนั่งเก้าอี้ทีมโฆษก มท.เพิ่ม ปูดลงดาบ ม.44 ฟัน อบต.ทุจริตโกงผลสอบ
6 ม.ค. 59 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ทหารเข้าพูดคุยกับกลุ่มสตรีที่มีการแจกปฏิทินรูปอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ที่ จ.ขอนแก่น ว่า เราต้องทำให้สังคมรู้จุดมุ่งหมาย มีอยู่เรื่องเดียว คือ ขอให้เกิดความสงบในประเทศนี้ ไม่ให้เกิดความขัดแย้งอีก ถ้าเจ้าหน้าที่เขาประเมินว่ามันเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง เราก็ต้องทำ เราต้องมองว่า เขาเข้าไปดูแลเรื่องความสงบเรียบร้อย ไม่ใช่เรื่องปฏิทิน
"ถ้าบ้านเมืองกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีก เราเดินไม่ได้ ถ้ากลับไปตีกันด้วยกรณีใดกรณีหนึ่ง อย่างน้ำผึ้งหยดเดียว มันน่าจะเสียใจมากกว่า เพราะฉะนั้นอย่าให้มันเกิดดีกว่า ถ้าเกิดแล้ววุ่นวาย เศรษฐกิจเดินไม่ได้ ทุกอย่างมันกำลังจะผสานกันอยู่แล้ว ทุกคนกำลังจะลืม อย่ากลับไปเลย ถ้ากลับไปแล้วไปแตกแยกกันอีกก็คงไม่ดีกับประเทศชาติ"
ประเมินโครงการตำบล 5 ล้าน ระบุเม็ดเงินทุกโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล (ตำบลละ 5 ล้าน) ว่า ตนได้เร่งรัดการดำเนินงานให้เร็วขึ้น แต่จะข้ามขั้นตอนการตรวจสอบความโปร่งใสไม่ได้ เพราะกรมบัญชีกลางมีมาตรการต่างๆ มากมาย ถ้าทำแล้วเกิดพลาด มันจะกลับมาหาเราว่าทำแล้วหละหลวม เกิดการทุจริตกัน ดังนั้น เราต้องปิดประตูนั้นไม่ให้เกิด
"มันอาจจะช้าบ้างเหมือนเดินขึ้นบันไดทีละขั้นๆ อย่าไปเดินข้ามขั้น เดี๋ยวผิดพลาดแล้วแก้ตัวไม่ได้ ถ้ามันทุจริตแล้วก็กลับมาอีกว่า เจ้าหน้าที่ทุจริต เกิดการรั่วไหล ใช้งบประมาณไม่คุ้มค่า ดังนั้น ขอเน้นว่าเร็วเท่าที่เร็วได้ แต่จะไม่ข้ามขั้นตอนการตรวจสอบทุกขั้นตอน ต้องทำให้ครบ ผมประเมินว่าน่าจะทันวันที่ 31 มี.ค.นี้ เพราะโครงการส่วนใหญ่เป็นวงเงินที่ต่ำกว่า 5 แสน อยู่ที่การเบิกจ่ายจากเจ้าหน้าที่การเงินเท่านั้น จะทำได้ทันหรือไม่ เราเร่งเขาไม่ได้ เจ้าหน้าที่การเงินเขามีอยู่เท่านั้น" รมว.มหาดไทย กล่าวและว่า เท่าที่ตนประเมินจากระยะเวลาของโครงการที่ส่งผล หากอยู่ในช่วงเดือน ก.พ. - มี.ค. พอเงินลงไปในพื้นที่มันจะตอบสนองเรื่องเศรษฐกิจในหน้าแล้งได้ ไม่ช้าเกินไป
หนุนแนวคิด นายกฯ เล็งหาคนในนั่งเก้าอี้ทีมโฆษก มท.เพิ่ม
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีข้อสั่งการให้แต่ละกระทรวงเสนอรายชื่อโฆษกประจำกระทรวงมากระทรวงละ 1 คน ว่า ตอนนี้ตนกำลังคิดอยู่จะเสนอใคร เพราะตอนนี้ก็มีนายชยพล ธิติศักดิ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ดูแลงานด้านโฆษก ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ช่วยกัน แล้วกำลังคิดจะหาคนที่พูดเก่งๆ สักคนหนึ่ง ซึ่งอาจจะอาวุโสน้อยกว่าสักนิดหนึ่ง แต่จะตั้งจากบุคคลภายใน
เมื่อถามว่า จะเป็นคนในกระทรวงหรือคนนอกกระทรวง พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า คนใน ตนกำลังดูอยู่ หรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้ แต่คิดว่าถ้ามีหลายคนคอยช่วย มันจะช่วยกันได้เยอะ เพราะรองปลัดกระทรวงมหาดไทยเราไม่ได้ดูงานเพียงด้านเดียว ต้องหาคนช่วย
ปูดลงดาบ ม.44 ฟัน อบต.มหาสารคามลอตใหญ่ ทุจริตโกงผลสอบ
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวถึงกรณีที่มีรายชื่อข้าราชการท้องถิ่นทุจริตลอต 3 ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.มาตรา 44 ว่า การทุจริตดังกล่าว เป็นการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการที่ จ.มหาสารคาม เกิดขึ้นเมื่อหลายปีมาแล้ว พอทางกระทรวงมหาดไทยมีการแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคามคนใหม่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ ทางผู้ว่าฯ ก็มีการตรวจสอบ แล้วพบว่ามีการทุจริตเรื่องการบรรจุคนเข้าทำงาน ซึ่งการทุจริตไม่ได้เกิดจากการสอบ แต่เป็นการทุจริตหลังจากมีการออกผลสอบแล้ว คือ มีการทำผลสอบใหม่ เมื่อทางกระทรวงมหาดไทยตรวจสอบพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับทุกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ที่บรรจุคนทั้งหมด มันจึงเยอะ แต่มีเพียงจังหวัดเดียว ขณะนี้ทาง คสช.ได้ส่งรายชื่อและมีคำสั่งให้ผู้ที่มีรายชื่อหยุดปฏิบัติหน้าที่แล้ว
"ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยเตรียมดำเนินการตรวจสอบการทุจริตอีกหลายจังหวัด บอกไว้ก่อนต้องมีการตรวจสอบ มันเกิดขึ้นมาแล้ว เนื่องจากเราจะไม่ปล่อยวางให้เกิดการทุจริต แม้กระทั่งการสอบบรรจุ"



