ข่าว

รวบแท็กซี่พาสาวเมาหลับเข้าม่านรูด

รวบแท็กซี่พาสาวเมาหลับเข้าม่านรูด

06 ม.ค. 2559

ตร.รวบแท็กซี่ - เมีย ติดเชื้อเอชไอวี ฉกทรัพย์สาวลูกครึ่งเมาหลับบนรถ ก่อนพาเข้าม่านรูด ปฏิเสธล่วงละเมิดทางเพศ ต้องการเงินรักษาตัวเท่านั้น

 
                      6 ม.ค 59  เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ สน.บุปผาราม  พล.ต.ต.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบก.น.8 พ.ต.อ.ณัฏฐ์พัชร์ ผดุงจันทน์ ผกก.สน.บุปผาราม พ.ต.ท.ดร.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ร.ต.อ.อดุลย์ศิริ วงศ์ตันกาศ รอง สว.สส.สน.บุปผาราม และ ร.ต.อ.อนันต์ สว่างอัมพร รอง สว.สส.สน.บุปผาราม ร่วมกันจับกุม นายวิษณุ หรือ นุ แสวงสุข อายุ 35 ปี อาชีพโชเฟอร์แท็กซี่ อยู่บ้านเลขที่ 232/5 หมู่ 7 ต.บางตาหงาย อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ และ น.ส.ขวัญตา หรือ จอย วัฒนานนท์กิจ อายุ 36 ปี ภรรยา อาชีพพนักงานร้านสะดวกซื้อ อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ 2 ต.ห้วยทรายเหนือ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี
 
                      ทั้งสองรายเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี เลขที่ 12-13/2559 ลงวันที่ 5 ม.ค. 59 ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง กาแล็กซี่ เอ 8 มูลค่า 15,900 บาท และรถแท็กซี่ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีชมพู ทะเบียน ทล 8411 กรุงเทพมหานคร โดยจับกุมตัวนายวิษณุ ได้ที่อู่แท็กซี่ ซอยเพชรเกษม 36 แขวงบางจาก เขตภาษีเจริญ กทม. ก่อนขยายผลไปจับกุม น.ส.ขวัญตา ได้ที่ห้องเช่าไม่มีเลขที่ภายในตรอกวิ่งวัว แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กทม.
 
                      พล.ต.ต.มนตรี กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 03.35 น. วันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นคืนที่มีการเคานท์ดาวน์ในเทศกาลปีใหม่ นายวิษณุซึ่งมีอาชีพขับรถแท็กซี่ ได้รับผู้โดยสารชื่อ น.ส.ซาร่า (นามสมมติ) อายุ 30 ปี ลูกครึ่งไทยอเมริกัน อาชีพครูสอนภาษา มาจากตรอกข้าวสาร เพื่อจะมุ่งหน้าไปส่งบ้านพักย่านอรุณอมรินทร์ แต่ด้วยความมึนเมาของผู้เสียหายที่นอนหลับอยู่บนรถบริเวณเบาะด้านหลังอย่างไร้สติในชุดกระโปรงสีดำ นายวิษณุจึงถือโอกาสล้วงเอาโทรศัพท์มือถือของกลางพร้อมเงินสด จำนวน 600 บาท ของผู้เสียหายมาเก็บเอาไว้ พร้อมขับรถไปรับ น.ส.ขวัญตา ผู้เป็นภรรยาที่ห้องเช่า ก่อนเดินทางไปเปิดโรงแรมจิ้งหรีดแห่งหนึ่งย่านวงเวียนใหญ่ โดยให้ น.ส.ขวัญตา เป็นผู้จ่ายเงิน จำนวน 215 บาท เปิดห้องพักแบบชั่วคราว แล้วนายวิษณุก็อุ้มผู้เสียหายลงจากรถไปนอนในห้องพัก
 
                      "จากนั้น นายวิษณุได้ขับวนรถออกมาจากโรงแรม โดยให้ น.ส.ขวัญตา อยู่กับผู้เสียหาย เพื่อลวงพนักงานโรงแรมว่า มาส่งผู้โดยสารผู้หญิงเข้าพักเพียง 2 คน จากนั้นคล้อยหลังประมาณ 1 ชั่วโมง นายวิษณุก็ย้อนกลับมาใหม่โดยซื้อเบียร์เข้ามาด้วย 1 ขวด ขณะที่เดินย้อนเข้าห้องพักไปปรากฏว่า น.ส.ซาร่า ผู้เสียหายสร่างเมาตื่นขึ้นมาพอดี ทำให้ตกใจวิ่งหลบหนีออกมาจากห้องพัก จังหวะนั้น นายวิษณุ และ น.ส.ขวัญตา ก็รีบพากันขับรถหลบหนี โดย น.ส.ซาร่า ได้โบกรถจักรยานยนต์รับจ้างกลับบ้าน ก่อนตัดสินใจเดินทางมาแจ้งความที่ สน.บุปผาราม ให้ฝ่ายสืบสวนช่วยหาหลักฐานติดตามจับกุมตัวทั้ง 2 ราย มาดำเนินคดีได้ในที่สุด"
 
                      จากการสอบสวนนายวิษณุให้การยอมรับว่า คืนที่เกิดเหตุไม่มีเจตนาลวนลามผู้เสียหายแต่อย่างใด เพราะสงสารเนื่องจากตนติดเชื้อเอชไอวีมาได้ประมาณ 3 ปีแล้ว ส่วน น.ส.ขวัญตา ภรรยาก็ติดเชื้อจากตนเช่นกัน สำหรับสาเหตุที่นำโทรศัพท์และเงินสดของผู้เสียหายมาเพราะต้องการจะนำไปขายหาเงินรักษาตัว ไม่มีเจตนาล่วงละเมิดทางเพศ ทีแรกคิดว่าออกมาซื้อเบียร์แล้วจะย้อนกลับไปดื่มย้อมใจ จากนั้นจะพา น.ส.ขวัญตา ออกมาโดยปล่อยผู้เสียหายเอาไว้ในห้องพักเพื่อรอตื่นขึ้นมาในตอนเช้าเดินทางกลับบ้านเอง
 
                      ด้าน พ.ต.ท.ดร.ปราโมทย์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติ นายวิษณุ และ น.ส.ขวัญตา พบเคยถูกดำเนินคดีข้อหาเสพกัญชาและยาบ้ามาแล้วทั้งคู่ ที่สำคัญยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของ นายวิษณุ และ น.ส.ขวัญตา ที่อ้างว่าต้องการแค่ทรัพย์สินของผู้เสียหายเท่านั้น เพราะพบคลิปบันทึกภาพอนาจารระหว่างนายวิษณุ และ น.ส.ขวัญตา จำนวนมากถ่ายเก็บไว้ในโทรศัพท์มือถือส่วนตัว เบื้องต้นจึงส่งตัวผู้เสียหายไปตรวจร่างกายที่ รพ.ศิริราช เพื่อรอผลยืนยันอีกประมาณ 60 วัน ส่วนนายวิษณุนั้นก็น่าจะเคยก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้งเนื่องจากพบหลักฐานมีภาพโทรศัพท์มือถือรุ่นต่างๆ ที่คาดว่าเป็นของผู้โดยสาร ส่งไปขายพรรคพวกทางไลน์ จำนวนนับ 10 เครื่อง มีทั้งไอโฟน ซัมซุง แบล็คเบอรี่ และกล้องคอมแพคดิจิตอล ซึ่งจากการสอบสวนนายวิษณุยังอ้างว่าเป็นทรัพย์สินของผู้โดยสารที่ลืมทิ้งและทำหล่นไว้บนรถ แต่ไม่ได้ส่งคืน จึงนำไปขายต่อเพื่อหาเงินรักษาตัวเท่านั้น หากผู้ใดสงสัยเคยถูกนายวิษณุ และ น.ส.ขวัญตา ลวงไปก่อเหตุ ขอให้เดินทางมาแจ้งความอายัดดำเนินคดีเพิ่มเติมได้ที่ สน.บุปผาราม