
เตรียมอาหารเช้าเพื่อลูกน้อย
06 ม.ค. 2559
เตรียมอาหารเช้าเพื่อลูกน้อย : ไลฟ์สไตล์
ในยุคดิจิทัลที่คุณแม่ส่วนใหญ่ต้องรับบทบาททั้งเป็นแม่บ้านและเวิร์กกิ้งวูแมนทำให้ไม่มีเวลาเพียงพอในการเตรียมอาหารเช้าให้แก่ลูกน้อยซึ่งอาจส่งผลให้เด็กๆ ไม่ได้รับประทานอาหารเช้า หรือได้รับประทานแต่อาจมีคุณค่าทางอาหารไม่เพียงพอตามที่ร่างกายต้องการ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโตทั้งทางร่างกาย จิตใจและอารมณ์ได้ ซึ่งภาควิชาโภชนาการและการกำหนดอาหาร คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงได้ทำการสำรวจภาวะโภชนาการและพฤติกรรมการรับประทานอาหารเช้าของเด็ก เพื่อศึกษาปัญหาทางโภชนาการ ตลอดจนหาแนวทางแก้ปัญหา เพื่อสนับสนุนให้เด็กได้รับสารอาหารในปริมาณที่ถูกต้องเหมาะสมตามวัย ในเด็กวัยเรียนอายุระหว่าง 5-11 ปีในกลุ่มนักเรียนจากโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม โดยผลการสำรวจเมนูอาหารเช้าที่เด็กๆ ชอบรับประทานพบว่าเมนูโจ๊กได้รับความนิยมจากเด็กๆ สูงเป็นอันดับ 1 ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยก่อนหน้านี้ของ รศ.ดร.ประไพศรี ศิริจักรวาล และคณะ ซึ่งศึกษาเด็กนักเรียนชั้นประถม 843 คน ในกรุงเทพมหานคร
ผศ.ดร.สุวิมล ทรัพย์วโรบล หัวหน้าภาควิชาโภชนาการและการกำหนดอาหาร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า อาหารเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดของวันเพราะเป็นการเติมพลังงานให้ร่างกายและสมอง โดยเด็กที่รับประทานอาหารเช้าเป็นประจำมักจะเป็นเด็กที่มีสมาธิจดจ่อกับการเรียน มีความกระตือรือร้นและอารมณ์ดี
"โจ๊กเป็นเมนูที่เด็กๆ ชื่นชอบตามผลสำรวจ และปัจจุบันก็มีผลิตภัณฑ์โจ๊กกึ่งสำเร็จรูปออกวางจำหน่ายมากมาย นักโภชนาการขอแนะนำให้เติมเนื้อสัตว์และผักลงไปด้วย เพราะอาหารเช้าที่เหมาะสมกับเด็ก นอกจากคาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงานแล้วก็ควรมีโปรตีน โดยเลือกเนื้อสัตว์ที่ย่อยง่ายและไม่ติดมัน เช่น เนื้อปลา เนื้ออกไก่ เนื้อหมูสันใน เป็นต้น โดยอาหารเช้าที่ดีควรให้พลังงานประมาณ 300-500 กิโลแคลอรี รวมทั้งควรมีสารอาหารที่สำคัญ เช่น โปรตีน แคลเซียม ธาตุเหล็ก และวิตามินต่างๆ เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี โดยเฉพาะวิตามินบี 1 บี 3 และบี 6 โดยวิตามินบี 1 และบี 3 มีส่วนช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงานจากคาร์โบไฮเดรต วิตามินบี 1 และบี 6 มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาท อีกทั้งวิตามินบี 3 ยังช่วยให้เยื่อบุทางเดินอาหารและผิวหนังอยู่ในสภาพปกติ และวิตามินบี 6 มีส่วนช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดงให้สมบูรณ์ สำหรับการเจริญเติบโตทางร่างกายและพัฒนาการทางสมองและอารมณ์ที่สมวัยของเด็กวัยเรียน” ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารแนะนำ
นอกจากคุณค่าทางอาหารที่นักโภชนาการแนะนำให้เพิ่มเติมลงในมื้อเช้าของเด็กๆ แล้ว การตกแต่งหน้าตาอาหารให้น่ารับประทาน เช่น แต่งหน้าโจ๊กเป็นหน้ายิ้ม เป็นตัวการ์ตูน ก็ช่วยให้มื้อเช้ากลายเป็นมื้อโปรดของคุณแม่และคุณลูกได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย
“การรับประทานอาหารเช้าที่มีประโยชน์แล้วการส่งเสริมให้เด็กออกกำลังกายเป็นประจำ นอกจากจะช่วยให้สุขภาพแข็งแรง เสริมสร้างกล้ามเนื้อและกระดูกให้เจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่แล้ว ยังจะทำให้เด็กมีสุขภาพจิต และอารมณ์ที่ดี เพราะการออกกำลังกายทำให้เด็กได้ผ่อนคลายความเครียด และใช้เวลาว่างอย่างเป็นประโยชน์มากที่สุด รวมถึงต้องให้เด็กๆ พักผ่อนให้เพียงพอเพื่อพัฒนาการทางร่างกายและจิตใจที่สมวัย” ผศ.ดร.สุวิมล กล่าวทิ้งท้าย



