
คสช.ปลื้ม!เมาขับยึดรถได้ผลหาวิธีอีก
คสช.เล็งออกมาตราการลดอุบัติเหตุเพิ่ม หลังเมาแล้วยึดรถได้ผล ศานิตย์เผยพร้อมคืนหากสอบไม่ผิดกม.
5ม.ค.59 พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก และรองโฆษก คสช. กล่าวถึงนโยบายสร้างความปลอดภัยในการสัญจร ของ คสช.และรัฐบาล ด้วยมาตรการดื่มไม่ขับ ตลอดเทศกาลปีใหม่ 11 วัน ตั้งแต่ 25 ธันวาคม 2558 - 4 มกราคม 2559 ว่า กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ตำรวจ ฝ่ายปกครอง รวมทั้งอาสาสมัครป้องกันภัย ได้ร่วมกันตั้งจุดตรวจ ดูแล อำนวยความสะดวกการจราจร ตลอดจนเข้มงวดในมาตรการดื่มไม่ขับ ซึ่งประชาชนและผู้ใช้เส้นทางสัญจรได้ขานรับในมาตราการและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี รวมทั้งมีพฤติกรรมในการขับขี่ที่ตระหนักในเรื่องวินัยจราจรมากขึ้น อย่างเห็นได้ชัด สำหรับสถิติการตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับขี่ในวันที่ 4 ม.ค.59 มีดังนี้ในส่วนรถจักรยานยนต์ พบการกระทำความผิด 5,147ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดไว้ 381 คัน และส่งผู้กระทำผิดดำเนินคดี 4,837 คน สำหรับรถโดยสารสาธารณและรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 1,857 ครั้ง เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบขับขี่ไว้ 127 คน ยึดรถยนต์ 239 คัน ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 893 คน
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า โดยตลอด 11 วันที่ผ่านมา (25 ธ.ค.2558 – 4 ม.ค. 2559 ) เจ้าหน้าที่ได้ยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการ ดื่มไม่ขับไว้ทั้งหมด 4,672 คัน (แยกเป็น รถจักรยานยนต์ 3,413 คัน และรถยนต์ 1,259 คัน ) และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด รถจักรยานยนต์ 28,540 คน รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคล 10,325 คนขณะนี้ คสช. โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ และกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ในทุกพื้นที่กำลังดำเนินการคืนรถให้กับเจ้าของตามข้อตกลงที่ได้แจ้งไว้ ส่วนรถที่จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายจะต้องรอผลทางคดีให้เสร็จสิ้นก่อน อย่างไรก็ตามในห้วงต่อไป คสช. จะได้นำผลการปฏิบัติตามมาตรการสร้างความปลอดภัยด้วยการดื่มไม่ขับ มาพิจารณาถึงประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่เกิดขึ้น พร้อมอาจกำหนดแนวทางการปฏิบัติในการลดอุบัติเหตุในลักษณะอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้น
‘ศานิตย์’เผยพร้อมคืนหากสอบไม่ผิดกม.
พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เปิดเผยถึงกรณีมาตรการยึดรถเมาแล้วขับช่วงเทศกาลปีใหม่ตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค.2558 – 4 ม.ค.2559 ซึ่งในพื้นที่นครบาลสามารถยึดรถที่กระทำผิดเมาแล้วขับได้จำนวน 173 คัน
พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยว่า ส่วนการคืนรถให้ประชาชนนั้น สามารถคืนได้เลย ซึ่งตนจะกำชับตำรวจทั้ง 88 สน. ให้เร่งดำเนินแจ้งเจ้าของให้มานำรถคืน ทั้งนี้ขั้นตอนการคืนรถต้องมีการตรวจสอบว่าไม่ได้เป็นรถที่ได้มามีไว้หรือได้มาโดยผิดกฎหมาย ถ้าไม่ได้เป็นรถที่มีไว้เป็นความผิดเพื่อใช้ก็คืนให้กับเจ้าของรถที่แท้จริง โดยหลักฐานที่ต้องนำมาขอคืนรถ คือหลักฐานคู่มือจดทะเบียน บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรข้าราชการ จากนั้นตำรวจจะตรวจสอบดูว่ารถดังกล่าวเป็นรถที่มีไว้เพื่อความผิดหรือไม่ เช่นเป็นรถหนีภาษี ปลอมเลขทะเบียน จึงจะดำเนินการคืนรถได้ต่อไป
โฆษกรัฐบาลเมา-ขับ-ยึดรถบังคับใช้ทุกวัน
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมครม. ว่า นายกรัฐมนตรีได้ปรารภถึงกรณีที่พยายามลดอุบัติเหตุลง เพื่อให้ประชาชนมีความสุข สะดวก เดินทางไปกลับในช่วงเทศกาลได้อย่างปลอดภัย ซึ่งหลายคนมีการยกตัวเลขขึ้นมาเป็นที่ตั้งซึ่งถ้าดูแล้วเหมือนตัวเลขจะสูงกว่าปกติ แต่รมว.มหาดไทยขยายความเพิ่มเติม ซึ่งนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ส่วนที่เกี่ยวข้องได้ทำความเข้าใจประชาชนว่าได้ดำเนินการแล้วอย่างเต็มขีดความสามารถ ทั้งในเรื่องวินัย วัฒนธรรม การสร้างสำนึกความรับผิดชอบในการใช้รถใช้ถนนของประชาชนควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมาย เช่นมาตรา 44 ที่ออกมาในเรื่องการขับรถฝ่าฝืนกฎจราจร การดื่มสุราในระหว่างการขับขี่ ซึ่งม.44 นั้นไม่ได้ใช้เฉพาะในช่วงปีใหม่นี้เท่านั้น แต่ถือว่าเป็นกฎหมายที่ใช้ตลอดไปทั้งในวันปกติธรรมดา และนักขัตฤกษ์ เพราะถือว่ารัฐบาลดำเนินการทุกอย่างที่จะทำให้ประชาชนเกิดความปลอดภัยได้รับการตอบรับจากทุกภาคส่วนว่าเป็นสิ่งที่ดี รถที่ยึดมา ใบขับขี่ที่ขอยึดไว้ก่อน การดำเนินคดี อบรม ต่างๆเป็นมาตรการที่พยายามลดอุบัติเหตุทั้งสิ้น ดังนั้นม.44 นี้ใช้ตลอดไป ดังนั้นทุกคนอาจโดนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ตรวจจับได้หากประพฤติผิดกฎและหลักเกณฑ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตามหากดูสถิติรถที่เกิดอุบัติเหตุย้อนไปหลายปีนั้นตัวเลขสูงถึง 500-600 ต่อปี แต่จากปี 55ถึงปัจจุบันลดลงมาเหลือประมาณ 300 กว่าๆ จึงถือว่ามาตรการที่ออกไปนั้นได้ผล ไม่ได้ทำให้เสียกำลังใจ
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่าแม้เพียง 1 ชีวิตที่ต้องสูญเสียในการใช้รถใช้ถนนก็ถือว่าเป็นความทุกข์ของเราทุกคน แต่ตัวเลขที่สื่อแสดงออกไปนั้นต้องดูรายละเอียดด้วยเนื่องจากทุกวันนี้ปริมาณรถมีมากกว่าเดิมหลายเท่านัก ดังนั้นที่รักษาระดับได้ขณะนี้ถือว่ากฎเกณฑ์ได้ผล และปีนี้อุบัติเหตุจากการเมาสุราก็ลดลงจาก 30% เหลือ 24% เท่านั้น จากการขับรถเร็วลดจาก 27% เหลือ 17% ดังนั้นต้องดูปัจจัยอื่นด้วย อย่าเพียงแค่เปรียบเทียบตัวเลขเท่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่พยายามอย่างเต็มที่ ขอประชาชนมีสำนึกที่ต้องรักตัวเอง ครอบครัว ประเทศชาติ เพื่อไม่ให้สูญเสียทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และเศรษฐกิจของประเทศ ที่สำคัญประชาชนต้องมีวินัยในการใช้รถใช้ถนน



