ข่าว

‘บิ๊กตู่’ฮึ่ม!แจกปฏิทิน‘แม้ว-ปู’เหมาะหรือ

‘บิ๊กตู่’ฮึ่ม!แจกปฏิทิน‘แม้ว-ปู’เหมาะหรือ

05 ม.ค. 2559

‘บิ๊กตู่’ฮึ่ม!แจกปฏิทิน‘แม้ว-ปู’เหมาะหรือ ไม่เช่นนั้นคนคุกก็ทำแจกได้ท้ากลับมาสู้คดีถ้าไม่คิดว่าผิดจะช่วยทำแจกให้หลายๆเล่ม ทหารเรียกแกนนำเสื้อแดงพูดคุย

             เมื่อเวลา 14.02 น.วันที่ 5 ม.ค.2559  ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีที่หลายจังหวัดทางภาคอีสานสั่งห้ามแจกปฏิทินอวยพรปีใหม่ 2559 ที่มีภาพนายทักษิณ ชินวัตร คู่กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า “ผมขอถามก่อนว่ามันสมควรหรือไม่ ขอถามสื่อก่อนว่า มันสมควรหรือไม่ ปฏิทินแบบนี้ผมไม่ได้บอกว่าผิดหรือถูก แต่ถามว่าปฏิทินดังกล่าวเหมาะสมหรือไม่ ทำมาเพื่ออะไร แล้วประเทศนี้บ้านเมืองนี้มันว่าอย่างไรหรือ แล้วมีการผิดกฎหมายหรือเปล่า ไม่เช่นนั้นก็เอาคนที่ทำผิดกฎหมายมาทำปฏิทินแจกสิ แค่นั้นนะ เข้าใจแล้ว”

           นายกรัฐมนตรีย้ำว่า เรื่องนี้ไม่ใช่การเมือง ไม่ได้ไปปิดกั้นอะไรทั้งสิ้น แต่ถามว่าความถูกต้องมันอยู่ตรงไหน เจ้าหน้าที่เขาก็ต้องทำเท่าที่ทำได้ เพราะเขารู้ว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย แล้วทำไม จะเอาไปบูชากันหรืออย่างไร ถ้าคิดว่าไม่ได้ผิดจริง ก็กลับมา จะทำปฏิทินให้หลายๆ เล่มด้วย

           ส่วนที่พรรคการเมืองทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีขอความชัดเจนกรณีห้ามแจกปฏิทินดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามกลับว่า “ทำไมผมต้องไปตอบเขาล่ะ ผมนี่นะต้องไปตอบ คิดกันเอาเองว่ามันถูกหรือมันผิด มีคนทำผิดกฎหมายหรือไม่ในปฏิทินนั้น”

           “ถามว่าผมเป็นศัตรูกับเขาหรือเปล่า ก็เปล่า ผมเป็นศัตรูกับพรรคเพื่อไทยหรือ ก็เปล่าอีก ผมทำหน้าที่ของผม แล้วทำไมคุณไม่เอาคนอื่นมาใส่ไว้ในปฏิทินบ้างเล่า ติดคุกกันอยู่เต็มไปหมด ในคุกนั่นไง ก็เอามาออกบ้างสิ คดีเยอะแยะไปในคุก เอาออกมาทำปฏิทินกันให้หมด” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ

           ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าวันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์วางตัวเหมาะสมหรือไม่ นายกฯ หันมากล่าวว่า “ก็ไปถามเขาสิ” จากนั้นก็เดินออกจากวงให้สัมภาษณ์ทันที พร้อมโบกมือบ๊ายบาย ซึ่งไม่ว่าผู้สื่อข่าวจะตั้งคำถามอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ก็ไม่หันมาตอบใดๆ อีกเลย

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การให้สัมภาษณ์หลังการประชุม ครม.ครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีใช้เวลาเพียง 7.30 นาที ซึ่งแตกต่างจากการประชุม ครม.ทุกครั้งที่ผ่านมา ที่มักจะแถลงและให้สัมภาษณ์เฉลี่ยประมาณ 1 ชั่วโมง ทั้งนี้ เป็นไปตามที่นายกฯ ได้ระบุไว้ในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ว่า หลังปีใหม่จะปฏิรูปตัวเองด้วยการพูดให้น้อยลง และจะเป็นกู๊ดกาย


“ประวิตร”ถามโยงการเมืองหรือไม่

           พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวภายหลังประชุม ครม.ถึงการสั่งห้ามแจกปฏิทินรูปนายทักษิณคู่น.ส.ยิ่งลักษณ์ในหลายพื้นที่ภาคอีสานว่า “เรื่องนี้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ตอบไปแล้ว ถามว่าเขาไปทำเรื่องการเมืองหรือเปล่า แล้วสื่อคิดว่าอย่างไร สำหรับฝ่ายความมั่นคงเฝ้าระวังทุกอย่าง ไม่ใช่เฉพาะรูปของอดีตนายกฯ ทั้งสองคน”

 

ทหารเรียกแกนนำเสื้อแดงพูดคุย

            จากกรณีการลงพื้นที่พบประชาชน รวมถึงเดินทางมาทำบุญ ที่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่นของน.ส.ยิ่งลักษณ์พร้อมด้วยอดีต ส.ส. พรรคเพื่อไทย ระหว่างที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ รับประทานอาหารเช้า มีประชาชนจำนวนหนึ่ง นำปฎิทิน สวัสดีปีใหม่ภาพคู่ของทักษิณและน.ส.ยิ่งลักษณ์มาให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์เซนต์ชื่อ ทำให้ชุดปฏิบัติการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยพื้นที่ขอนแก่น ได้นำยึดปฎิทิน กว่า10ชุด

            ล่าสุด เมื่อเวลา 13.00 น. ที่เรือนรับรอง มทบ.23 ค่ายศรีพัชรินทร์ จ.ขอนแก่น พ.อ.สมชาย ครรภาฉาย รอง ผบ.มทบ.23 พร้อมด้วย พ.ท.พิทักษ์พล ชูศรี หัวหน้าชุดปฏิบัติการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยพื้นที่ขอนแก่น และนายสัมภาษณ์ ศรีหงส์ ป้องกันจังหวัดขอนแก่น ได้เรียกตัวนางปิญฉาย นาชัย อายุ 72 ปี อยู่บ้านเลขที่ 139/25 ม.4 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ประธาน กลุ่มสตรี 20 จังหวัดภาคอีสาน และ นางอรทัย โพธิ์ศรี อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 91 ม.4 ต.กระนวน อ.ซำสูง จ.ขอนแก่น แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงขอนแก่น มารายงานตัวและปรับทัศนคติ หลังร่วมกันแจกจ่ายปฎิทินปีใหม่ที่มีภาพ 2 อดีตนายกรัฐมนตรี นายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

            จากการสอบถาม พันเอกสมชาย กล่าวว่า เมื่อตรวจสอบทราบว่า ปฏิทินที่ชาวบ้านนำมาให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์เซนต์ชื่อนั้น ได้รับมาจากนางปิญฉาย นาชัย ประธานกลุ่มสตรี 20 จังหวัดภาคอีสาน ที่นำมาให้กับแกนนำในอำเภอบ้านไผ่ จึงได้ประสานเพื่อมาพูดคุยทำความเข้าใจ

            “ในฐานะที่นางปิยฉายเป็นประธานกลุ่มสตรี20จังหวัดภาคอีสาน ได้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการจัดงานต้อนรับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกรับมนตรี ถือว่าการจัดงานดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งหากมีกิจกรรมใดได้ให้ประสานมาทางเจ้าหน้าที่ทหาร เพื่อได้ช่วยเหลือกัน กรณีการมอบปฏิทินให้กับประชาชนนั้น ทางเจ้าหน้าที่ทหารถือว่าเป็นสิทธิ์ส่วนตัวที่สามารถมอบให้กับคนสนิทคุ้นเคยได้ แต่ขอร้องห้ามแจกจ่ายในสถานที่หรือในการประชุมของทางราชการ ส่วนการเซนต์ชื่อบนปฏิทิน นั้น มองว่าเป็นจะเป็นผลเสียต้ออดีตนายก เนื่องจากเหมือนเป็นการหาเสียง โดยทางทหารเองมองว่าไม่เหมาะสม เนื่องจากสถานที่ดังกล่าวเป็นสถานที่สาธารณะ มีประชาชนเป็นจำนวนมาก จึงไม่ต้องการให้เกิดภาพในลักษณะนี้ออกไป เพื่อป้องกันปัญหาความขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้น”พันเอกสมชาย กล่าว

            ด้านนางปิยฉาย กล่าวว่า สำหรับปฏิทินนั้น ได้ขอมาจากอดีต ส.ส. คนหนึ่ง จำนวน 20 แผ่น จากนั้นได้นำไปให้กับคนคุ้นเคยกัน ส่วนที่ประชาชนนำมาปฏิทินมาให้น.ส.ยิ่งลักษณ์เซนต์ชื่อให้นั้น คาดว่าประชาชนจะได้รับมาจากแกนนำอดีต ส.ส. คนอื่นๆ เพราะใครเห็นก็อยากได้ โดยไม่มีเจตนาจะสร้างความขัดแย้งแต่อย่างใด

            นอกจากนี้ ชุดปฏิบัติการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยพื้นที่ขอนแก่น เตรียมเรียกแกนนำเสื้อแดงที่เรียกขานกันในนาม “ป้าวาส ไม้ขอน”มาพูดคุย เนื่องจากเมื่อวันที่ 3 ม.ค. 59 ที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเดินทางมาเที่ยวชมงานพรรณไม้นั้น ป้าวาสได้ถ่ายภาพ พร้อมกับชู 3 นิ้ว ถือเป็นการแสดงออกในการต้าน คสช.

 

นายกฯยันไม่ยกเลิก30บาทแต่จะทำให้ดีกว่าเดิม

             พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติว่า ประชารัฐจะทำให้หลักประกันสุขภาพเข้มแข็งขึ้นโดยในส่วนโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคหรือโครงการบัตรทองยังคงเป็นเหมือนเดิมเคยได้สิทธิอย่างไรก็ จะได้อย่างนั้น แต่จะมีการพิจารณาของคณะกรรมการส่งเสริมสุขภาพว่าจะทำอย่างไรให้ดีกว่าเดิม แต่หากทำพร้อมกันทั้งหมด 70 ล้านคนจะต้องเพิ่มงบประมาณอีกเท่าไหร่ ซึ่งเราหาเงินไม่ได้ในส่วนนี้ และยังมีเรื่องการศึกษา รถเมลล์-รถไฟฟรี ที่จะต้องใช้งบประมาณจำนวนมากแต่ก็มีความจำเป็นที่จะต้องให้ประชาชนเพราะมี การดำเนินการมาอยู่แล้ว จึงต้องหางบประมาณส่วนหนึ่งมาสร้างความเข้มแข็ง เช่น ในส่วนของระบบการป้องกันมากกว่าการรักษาอย่างเดียว ให้มีการเรียนรู้ว่าจะป้องกันตัวเองอย่างไรเพื่อลดค่ารักษาลงไปไม่ใช่ลดหรือ ไม่ให้เงิน ใครป่วยก็คือป่วยก็ได้รับสิทธิเช่นเดิม แต่หากป่วยให้น้อยลงก็ดีเพื่อจะได้นำงบประมาณไปใช้ในส่วนอื่น จึงมีแนวคิดจากคณะกรรมการว่าจะมีการลดหรือเพิ่มเติมอย่างไร ซึ่งยังไม่ได้ข้อยุติแต่ต้องรับฟังความคิดเห็นประชาชนด้วย อย่าไปใจร้อนใครจะไปยกเลิกสิทธิ 30 บาท

             พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงสถานการณ์ราคายางที่ตกต่ำที่สุด ว่า “แล้วยังไงเพราะอะไร รู้หรือยังว่าเพราะอะไรถ้าจะมาถามผม ผมจะต้องถามกลับว่าเป็นแบบนี้เพราะอะไร เคยมีระบบหรือโครงสร้างทำไว้หรือไม่ ราคาน้ำมันตกต่ำหรือไม่ และทำอย่างไรให้หาเงินมาอุดหนุนให้ ต้องการแบบนั้นหรือ ก็เอาสิ โครงการ 30 บาทก็ยกเลิกไปเอามาจ่ายค่ายาง ค่าข้าว ให้มันชดเชยไป เพราะผมมีเงินเท่านี้ แต่ตอนนี้ก็กำลังสร้างความเข้มแข็ง”

 

สั่งลุยงานปฏิรูป4ด้านในปี59

          พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในที่ประชุมพล.อ.ประยุทธ์ ได้ชี้แจงแผนงานในปี 2559 สำหรับรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ โดยต้องการให้ทุกกระทรวง ทุกกลุ่มงาน หยิบเรื่องสำคัญ 4 เรื่องมาเป็นตัวตั้ง คือ 1.การบริหารราชการปกติ 2.เรื่องที่ต้องมีการปฏิรูป ทั้งที่เป็นเรื่องที่ต้องทำให้เสร็จสิ้นในรัฐบาลนี้ เรื่องที่ต้องทำและส่งต่อ รวมถึงเรื่องที่ต้องวางรากฐานและส่งต่อให้รัฐบาลต่อไปดำเนินการต่อ 3.การแก้ไขปัญหาเร่งด่วน อาทิ ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ปัญหามาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินพลเรือน และ 4.การขับเคลื่อนกิจกรรมสำคัญ เช่น โครงสร้างเศรษฐกิจ การเงินการคลัง การบริหารจัดการน้ำ การทวงคืนผืนป่าเป็นต้น ซึ่งทั้ง 4 เรื่องดังกล่าวจะเป็นเรื่องหลักที่จะดำเนินการในปีนี้พร้อมๆ กัน