ข่าว

‘มท1’ชี้ผู้ว่าฯสั่งงดแจกปฏิทิน‘แม้ว-ปู’ตามวิจารณญาณ

‘มท1’ชี้ผู้ว่าฯสั่งงดแจกปฏิทิน‘แม้ว-ปู’ตามวิจารณญาณ

05 ม.ค. 2559

‘อนุพงษ์’ แจง ผู้ว่าฯสั่งงดแจกปฏิทินรูป ‘แม้ว-ปู’ ทำไปตามวิจารณญาณ ระบุแจกปฏิทินทำได้หากไม่เอี่ยวการเมือง


          วันที่ 5 มกราคม 2559 เมื่อเวลา 08.15 น. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมครม. ถึงกรณีผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งงดแจกปฏิทินรูปคู่ของนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายากรัฐมนตรี ที่อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย นำมาแจกให้กับประชาชน ที่มารอต้อนรับน.ส.ยิ่งลักษณ์และคณะในระหว่างการลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา โดยเกรงว่าจะทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นหรือไม่ว่า ไม่มีหรอก ผู้ว่าฯทำไปตามวิจารณญานว่าเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมอย่างไร ตนขอเรียนว่าอยากให้สังคมจะเป็นผู้พิจารณาว่ามีเจตนาทางการเมืองหรือไม่ หากไม่เกี่ยวก็ไม่เป็นไร แต่คนที่สั่งดูน่าจะเห็นว่าเกี่ยวข้องกับการเมือง 
 
          “ส่วนตัวมองว่าการแจกปฏิทินทำได้ แต่ถ้าต้องการให้เกิดคุณประโยชน์กับผู้รับไม่จำเป็นต้องใส่รูปก็ได้ เพราะตนก็ไม่ค่อยเห็นใครเอารูปส่วนตัวไปใส่ปฏิทินแจก และไม่ได้ไปมองในแง่การเมือง”
   
          ผู้สื่อข่าวถามว่า ในช่วงเวลานี้เรื่องใดที่เกี่ยวข้องกับการเมือง แสดงว่าจะห้ามเด็ดขาด พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า รัฐบาลต้องการให้สถานการณ์ทางการเมืองนิ่ง เพราะบ้านเมืองมีความขัดแย้งกันมากพอควรและรัฐบาลไม่ใช่คู่ขัดแย้ง แต่ถ้าใครจะทำให้เกิดกลุ่มคนมามีปัญหาขัดแย้งกันอีกไม่ว่าเรื่องใด ก็ต้องมีมาตรการที่จะต้องทำไม่ให้เรื่องเหล่านั้นเกิดขึ้น




“มท.1” รับทราบขรก.มท.ส่อทุจริตชุด 3
 
          รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ได้ส่งราชชื่อข้าราชการท้องถิ่นที่อยู่ในบัญชีข้าราชการทุจริตชุดที่ 3 ให้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงไปดำเนินการว่า  นายสุธี มากบุญ รมช.มหาดไทย ได้ไปรับรายชื่อมาแล้ว และรายงานตนด้วยวาจาแต่ยังไม่เห็นหนังสือดังกล่าว ซึ่งมีรายชื่อในระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ท้องถิ่น แต่จำไม่ได้ว่ามีจำนวนเท่าไหร่ ส่วนจะดำเนินการลงโทษนั้นจะทำให้เร็วที่สุดตามขั้นตอนกฎหมาย โดยจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนการทำหน้าที่ตามลำดับเพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป ส่วนใดที่มีการสอบสวนและชี้มาแล้วว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตก็ลงโทษได้ทันที  แต่อาจจะมีความล่าช้าในกรณีที่มีหลายคนเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งจะต้องตั้งกรรมการสอบสวนเพื่อให้ความยุติธรรมกับผู้ถูกกล่าวหา ทั้งนี้ตามที่รัฐบาลมีมาตรการเร่งรัดลงโทษผู้ที่มีมูลเกี่ยวข้องกับการทุจริต โดยไม่ต้องรอให้สอบสวนเสร็จ ซึ่งบัญชี 1-2 ที่ผ่านมาก็ดำเนินการในลักษณะเดียวกันนี้ โดยให้โยกไปอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ต้องปฎิบัติหน้าที่ ส่วนครั้งที่ 3 ต้องรอดูจากรายชื่อที่ส่งมาก่อน
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่า กระทรวงมหาดไทย ตั้งเป้าลดปัญหาการทุจริจในปี 2559 อย่างไรบ้าง พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ทางรัฐบาลมีนโนยบายปราบปรามทุจริต ไม่มีเลือกว่าเป็นปีเก่าหรือปีใหม่ แต่ต้องไม่ให้มีเกิดขึ้นถ้ามีเกิดมาเก่าก็ดำเนินการไป ส่วนของใหม่ก็ทำความเข้าใจและสร้างค่านิยมไม่ให้เกิดการคอร์รัปชั่น โดยกระทรวงจะต้องกำกับดูแลให้มากขึ้น ในส่วนของ อบต. 7,000 กว่าแห่ง และเทศบาลต่างๆ ซึ่งอาจจะมีคนทำผิดได้ ดังนั้นผู้ว่าฯ นายอำเภอก็ต้องช่วยดูแลเต็มที่ ไม่ปล่อยวางหรือนิ่งเฉย และอยากให้สังคมเข้าใจว่าเราไม่ได้ปล่อยวาง ยิ่งตรวจเจอแสดงให้เห็นว่าไม่ได้ปล่อยวาง แต่ถ้าตรวจไม่เจอจะยิ่งน่าสงสัย




 
ทุกฝ่ายร่วมกัน ‘สร้างวินัย-วัฒนธรรม’ ใช้รถใช้ถนน ลดยอดอุบัติเหตุ

          พล.อ.อนุพงษ์  ให้สัมภาษณ์ถึงจำนวนตัวเลขผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ในช่วงเทศกาลปีใหม่ว่า เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติมีมาตรการดำเนินการจำนวนมาก ตั้งแต่การบังคับใช้กฎหมาย การใช้ถนน ใช้รถ และผู้ใช้รถใช้ถนน เช่น ไม่ให้ดื่มสุราและขับรถเร็ว มีที่พัก การดูแลด้านต่างๆ ซึ่งมาตรการต่างๆ นั้น ส่งผลเพียงครึ่งเดียวส่วนอีกครึ่งคือการสร้างวินัยในการใช้รถใช้ถนน อยากให้สังคมและสื่อช่วยกันรณรงค์สร้างกระแสให้คนใช้รถใช้ถนนอย่างมีวินัยและวัฒนธรรม เคารพกฎจราจร ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ไม่ต้องจับมาก และสถิติตัวเลขก็จะลดลง ทั้งนี้จะมีการสรุปมาตรการบังคับใช้จะนำมาวิเคราะห์เป็นพื้นที่เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาต่อไป