
เซลติกแชมป์ ศึกเวมบลีย์คัพ ผีแดงถล่ม หังโจว หงส์เพิ่งตื่น
"ม้าลายเขียวขาว" กลาสโกว์ เซลติก คว้าแชมป์เวมบลีย์ คัพ ไปครองหลังพิชิต "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส 2-0 ขณะที่ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลนา ดีเมื่อสายถล่ม อัล อาลี 4-1 ได้แค่รองแชมป์ ส่วนเกมอุ่นเครื่องที่เอเชีย "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ถล่ม หังโจว เละ 8-2 ส่วน "หงส
ศึกเวมบลีย์ คัพ ที่ลอนดอน "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลนา ที่เสมอ สเปอร์ส มาในนัดแรกพบ อัล อาลี จากอียิปต์ที่แพ้ เซลติก มา 0-5 โดย บาร์ซ่า ได้ประตูนำก่อนจาก บอยาน เคอร์คิช นาทีที่ 16 ก่อนที่ อัล อาลี ตีเสมอได้จาก ฮานี เอลากิซี นาทีที่ 31 แต่อีก 10 นาทีต่อมา รูเอด้า มาซัดให้แชมป์สเปนนำอีกครั้ง จบครึ่งแรก บาร์ซ่า นำ 2-1 และครึ่งหลัง บาร์ซ่า มาได้อีก 2 ประตูจาก ซัวเรส นาทีที่ 56 และ พาโปล เลเดสมา นาทีที่ 67 บาร์เซโลนา จึงชนะไป 4-1
คู่ที่ 2 "ม้าลายเขียวขาว" กลาสโกว์ เซลติก พบกับ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส เจ้าถิ่น และเป็น เซลติก ที่เอาชนะไปได้สบายๆ 2-0 จากประตูของ เควิน คิลเลน นาทีที่ 9 กับ จอร์จอส ซามาราส นาทีที่ 40 ทำให้ เซลติก มี 6 แต้ม คว้าแชมป์ไปครอง ตามมาด้วย บาร์เซโลนา 4 แต้ม, สเปอร์ส 3 แต้ม และ อัล อาลี ไม่มีแต้ม
ด้าน "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ลงสนามนัดที่ 4 ในการทัวร์เอเชียด้วยการพบกับ หังโจว กรีนทาวน์ ที่ประเทศจีน โดยเกมนี้ "เฟอร์กี้" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมลองทีมด้วยการให้ ดิมิทาร์ แบร์บาตอฟ ลงเป็นกองหน้าตัวจริงร่วมกับ ไมเคิล โอเว่น และให้ โซรัน โทซิช ปีกดาวรุ่งลงมาเล่นทางฝั่งซ้าย
เริ่มเกมขึ้นมา แมนฯ ยูไนเต็ด ค่อยครองเกมได้มากขึ้นเรื่อยๆ นาทีที่ 24 ก็ได้ประตูออกนำเมื่อ นานี ผ่านบอลจากทางขวาของเขตโทษให้ ไมเคิล โอเว่น ชาร์จบอลเข้าเสาไกลเป็น 1-0 ก่อนที่อีก 7 นาทีต่อมากองหลังเจ้าถิ่นสกัดบอลไม่ดี นานี ได้บอลที่เส้นหลังทางขวาและเปิดมาเสาสองให้ แบร์บาตอฟ ยิงวอลเลย์เข้าไปเป็น 2-0
นาทีที่ 33 สกอร์ขยับเป็น 3-0 คราวนี้ แบร์บาตอฟ แตะบอลกลับหลังให้ โทซิช กระชากไปยิงทางขวาของเขตโทษเข้าเสาไกลเป็น 3-0 และก่อนหมดครึ่งแรก 5 นาที แบร์บาตอฟ โชว์เทคนิคดีดบอลให้ โอเว่น พักอกและวอลเลย์เข้าไปอย่างสวยงาม จบครึ่งแรก แมนฯ ยูไนเต็ด นำอยู่ 4-0
เข้าครึ่งหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่หยุดเดินเครื่องกลับมาเล่นกันแค่ 5 นาที ได้ประตูเพิ่มอีกเมื่อ แบร์บาตอฟ ชิ่งบอลด้วยลูกส้นให้ นานี หลุดไปยิงในเขตโทษเป็น 5-0 จากนั้นนาทีที่ 63 ปาร์ค จี ซุง ไหลบอลมาหน้าเขตโทษให้ ไรอัน กิ๊กส์ ตัวสำรองด้วยกันยิงเสียบเสาแรกเป็น 6-0 ซึ่ง กิ๊กส์ มายิงอีกประตูนาทีที่ 70 เป็น 7-0 ก่อนที่ วาง ฮองยู จะมาโหม่งลูกเตะมุมตีไข่แตกเป็น 7-1 นาทีที่ 78 จนนาทีที่ 89 กิ๊กส์ มาทำแฮตทริกได้ด้วยการยิงโล่งๆ หน้าประตูเป็น 8-1 แต่เจ้าถิ่นมาได้ประตูปลอบใจอีกประตูจาก วัลโด้ ช่วงทดเจ็บ จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด จึงชนะไป 8-2
ขณะที่ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ลงสนามนัดที่ 2 ในการทัวร์เอเชียพบ สิงคโปร์ ที่สนามกีฬาแห่งชาติสิงคโปร์ ราฟาเอล เบนิเตซ ใช้ อังเดร โวโรนิน ลงมาคู่กับ ดาวิด เอ็นก็อก แต่มี ฮาเบียร์ มาสเชราโน ลงมาเป็นตัวจริงในแดนกลาง ซึ่งเกมครึ่งแรก ลิเวอร์พูล ครองบอลได้เป็นส่วนใหญ่และได้ประตูนำในนาทีสุดท้ายจาก อังเดร โวโรนิน
ครึ่งหลัง เบนิเตซ เริ่มทยอยส่งตัวจริงลงมานาทีที่ 54 หนีเป็น 2-0 จาก โรเบิร์ต ริเอรา ตัวสำรอง, นาทีที่ 73 เดียร์ก เคาท์ ที่ถูกเปลี่ยนตัวลงมาใส่พานให้ คริสเตียน เนเมธ ซัดโล่งๆ เป็น 3-0 ก่อนที่ เฟอร์นันโด ตอร์เรส จะประเดิมประตูแรกที่เอเชียเมื่อ เคาท์ ผ่านให้ยิงสบายๆ เป็น 4-0 และ เนเมธ มาปิดท้ายให้ทีมอีกประตูในนาทีที่ 83 ลิเวอร์พูล จึงชนะไปท่วมท้น 5-0



